22 August 17

Checklist 13 สิ่งต้องทำ เพื่อเตรียมตั้งครรภ์ให้ปลอดภัย

ใครที่ยังไม่มีลูก แต่กำลังแพลนว่าจะมีในไม่ช้า กรุณาอ่านบทความและ Checklist 13   ข้อต่อไปนี้อย่างละเอียด และลงมือทำด่วน เพราะหมอสูติฯ เตือนมา ว่าการเตรียมตัวก่อนท้อง เพื่อการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยนั้น สำคัญกว่าที่คุณคิดมากๆ เลยค่ะ

คำโบราณที่กินใจมาถึงปัจจุบันคือขาดพ่อเหมือนถ่อหัก ขาดแม่เหมือนแพแตก ทั่วโลกให้ความสำคัญต่อสุขภาพของแม่เป็นอย่างมาก 7 เมษายน ปี พ.ศ.2548 คำขวัญวันอนามัยโลก “Make Every Mother and Child Count” แปลว่า สุขภาพแม่และเด็กไทยคือหัวใจของครอบครัวและ สังคม”

แม้ระบบสาธารณสุขจะเข้มงวดกับการป้องกันการเสียชีวิตของแม่ มีแผนป้องกันรับมือกับภาวะ แทรกซ้อนที่เกิดขึ้นกับการตั้งครรภ์ แต่ถึงอย่างนั้น อัตราตายของแม่ในประเทศไทยก็ยังสูง เมื่อเทียบกับ ประเทศที่เจริญแล้ว ประเทศอังกฤษอัตราตายอยู่ที่ 12.2 ต่อแสนการเกิดมีชีพ การตกเลือดไม่ติดอันดับ สาเหตุการตายอันดับต้นๆ แต่เมืองไทยแต่ละปีมีแม่ตายมากกว่า 100 คน เกินที่กำหนดไว้ คือ 20 ต่อแสน การเกิดมีชีพ สาเหตุการตายอันดับ 1 คือการตกเลือดซึ่งถือว่าป้องกันและรักษาได้

เป็นที่ยอมรับว่า การเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์แม้อาจไม่สามารถป้องกันการเสียชีวิตของแม่ ได้ทั้งหมด แต่เป็นคำตอบที่สำคัญหนึ่งในบรรดายุทธศาสตร์การป้องกันการตายในแม่

หมอขอรวบรวมมาเป็น Checklist 13 ข้อเพื่อการเตรียมตัวก่อนตั้งครรภ์อย่างมีคุณภาพและ ปลอดภัย มาให้ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายดังนี้ค่ะ

1. คุมกำเนิดหากยังไม่พร้อมจะมีลูก ผู้ที่ไม่พร้อมจะมีลูก มักไม่ฝากครรภ์ ฝากครรภ์ช้า ไม่ดูแลตนเอง ทำให้กลายเป็นครรภ์เสี่ยงสูงเกิดปัญหาในการคลอดและระยะหลังคลอด นอกจากนั้นบางรายยังลงเอยด้วยการทำแท้งเถื่อน งานวิจัยในปี พ.ศ. 2542 รายงาน จำนวนหญิงทำแท้งเถื่อนที่มารักษาในสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ของการทำแท้ง 14 ราย

2. เลือกช่วงอายุที่เสี่ยงน้อยเมื่อตั้งครรภ์ เช่น การตั้งครรภ์เมื่ออายุ 20-30 ปีเสี่ยงต่ำสุด ในการเกิดภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ อายุเกิน 35 ปี หากไม่จำเป็นไม่ควรตั้งครรภ์ เพราะเป็นครรภ์เสี่ยงสูงต่อการเกิดอันตรายต่อแม่และทารกในครรภ์เช่นเกิดโรคแทรกซ้อนได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง รกเกาะต่ำ ตกเลือด ฯลฯ ทำให้เด็กเสียชีวิต เด็กพิการปัญญาอ่อน ฯลฯ

3. ดูแลน้ำหนัก ลดน้ำหนักในกรณีที่อ้วน เพราะเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง คลอดยาก ตกเลือด ปัญหาในการผ่าตัดและดมยาสลบ ฯลฯ เพิ่มน้ำหนักในกรณีที่ผอม เพราะเสี่ยงต่อแท้ง โลหิตจาง ตกเลือดหลังคลอด ทารกตัวเล็ก คลอดก่อนกำหนด ฯลฯ

4. รับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ รับประทานให้ครบหมู่ ผักผลไม้วันละ 5 ส่วน แนะนำให้รับประทานปลาทะเลจากน้ำลึก เช่น ปลาแซลมอน แมกเคอล์เรล เทร้าท์ เฮอร์ริ่ง ซาร์ดีน ทูน่า ฯลฯ หรือปลาไทย เช่น ปลาเก๋า ปลาโอ ปลาทู ปลาสำลี ปลารัง ปลาอินทรีย์ ปลาสวาย ปลาช่อน ปลาบู่ ปลานวลจันทร์ ปลาทู อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง เพื่อให้ได้สารโอเมก้า 3 บำรุงสมองทารก

5. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ในกรณีที่ติดเหล้าควรเลิกก่อนตั้งครรภ์เพราะมีโอกาสเสี่ยงสูงที่มารดาจะซีด ขาดอาหาร ตกเลือด ลูกมีร่างกายพิการ มีปัญหาด้านสติปัญญา จิตใจ และอารมณ์ ฯลฯ

6. เลิกบุหรี่ หากสูบบุหรี่ ควรเลิกให้ได้ก่อนตั้งครรภ์ บุหรี่ทำให้มารดามีปัญหาระบบหายใจ ขาดอาหาร ซีด ทำให้ทารกแท้ง คลอดก่อนกำหนด ตัวเล็ก ขาดอาหาร สติปัญญาบกพร่อง ฯลฯ

7. ปรึกษาแพทย์ หากมีโรคประจำตัว ต้องรับประทานยาเป็นประจำ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ต่อมไธรอยด์ ภูมิแพ้ หอบหืด ลมชัก กระดูกและข้อ หัวใจ ปอด ตับ ไต มะเร็ง เอดส์ หรือ เคยมีลูกพิการ เคยแท้งบ่อยๆ มีประวัติโรคพันธุกรรม ก่อนปล่อยให้ตั้งครรภ์ ควรต้องปรึกษาแพทย์ก่อน

8. ตรวจก่อนท้อง ปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจภายใน เพื่อตรวจหาโรค ที่ซ่อนเร้น ซึ่งมีผลต่อการตั้งครรภ์ รวมทั้งแก้ไขปัญหาสุขภาพอนามัยก่อน เช่น ซีด ทางเดินปัสสาวะอักเสบ

9. ดูแลสุขภาพอนามัยปากและฟัน การตั้งครรภ์ควรพบทันตแพทย์ โรคเหงือกและฟัน สัมพันธ์กับการขาดอาหารของแม่ ลูกน้ำหนักน้อย คลอดก่อนกำหนด

10. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดูแลความแข็งแรงของหัวใจ ปอด กล้ามเนื้อ ก่อนตั้งครรภ์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์ การคลอดและระยะหลังคลอด

11. ดูแลสุขภาพใจ ควรแก้ปัญหาความเครียดจากเหตุต่างๆ ให้ลุล่วงก่อนปล่อยให้ตั้งครรภ์

12. รับประทานสารโฟเลท คำแนะนำล่าสุดของ USPSTF (United States Preventive Service Task Force) ประเทศสหรัฐอเมริกา แนะนำให้เสริมสารโฟเลทในผู้หญิงที่สามารถตั้งครรภ์ได้ วันละ 400 ไมโครกรัมทุกวัน ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ให้เสริมสารโฟเลทจำนวน 400-800 ไมโครกรัมทุกวันนานอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตั้งครรภ์ เชื่อว่าสามารถลดการแท้ง, ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด, ความพิการทางประสาทสมองของทารก


13. รับวัคซีน
แนะนำให้ผู้หญิงที่จะปล่อยให้ตั้งครรภ์ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดเยอรมันและโรคอีสุกอีใส ก่อนตั้งครรภ์ 2-3 เดือน และวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีในกรณีที่ไม่มีภูมิต้านทานโรค

Share
This Article

Related Article

12 September 2017

เชื่อหรือไม่! ราคาค่าชื่อทายาทคนที่ 3 ของเจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสเคท พุ่งสูงไปถึง 12 : 1

เห่อกันตั้งแต่ยังไม่คลอด ชาวอังกฤษพากันทายชื่อทายาทคนที่ 3 ของเจ้าชายวิลเลียมและดัชเชสเคทกันทั้งประเทศ

06 June 2017

ปิดประตูไม่ต้อนรับ SIDS ภาวะอันตรายของเบบี๋

ต่างประเทศกำลังตื่นตัวและหาวิธีจัดการภาวะทารกหลับแล้วเสียชีวิตแบบไม่ทราบสาเหตุ!? ว่าที่คุณแม่หรือคุณแม่ของเบบี๋ ต้องตามอัพเดทสถานการณ์ไว้นะคะ

18 May 2017

เช็คด่วน! ถ้าใช่ 3 ใน 5 ข้อ มีสิทธิ์เสี่ยงคลอดก่อนกำหนด

มัมเรซิ่นเข้าใจว่าคุณแม่ตั้งครรภ์มีความกังวลมากมาย ฉะนั้นการตรวจสอบสภาพร่างกายในทุกๆวัน จะยิ่งทำให้เราพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้ ฉะนั้นอย่ากลัว มันจะดีถ้ารู้ตัวเร็ว เช็คเลยค่ะคุณแม่