07 August 17

8 เทคนิคชมลูกถูกวิธีที่แม่แม่เรียกร้อง

คำชมจากพ่อแม่ช่วยกระตุ้น เพิ่มแรงกายแรงใจ และส่งเสริมลักษณะนิสัยที่ดีให้แก่ลูกได้ แต่จะพูดชมให้ได้ผลทั้งทีต้องอาศัยเทคนิคเล็กน้อยค่ะ พร้อมมั้ย…ไปฝึกกัน

1. ชมแบบเฉพาะเจาะจง

โดยปกติเราจะติดชมภาพรวม เช่น วาดรูปสวยจัง ต่อตัวต่อเก่งมาก เป็นต้น แต่หากเราพูดเจาะจงลงรายละเอียดไปอีกจะดีต่อใจลูกมากกว่าค่ะ เพราะเขาจะรู้สึกว่าแม่สนใจสิ่งที่เขาทำจริงๆ และกระตุ้นให้เขาอยากทำอีก เช่น โห ลูกวาดพระอาทิตย์สวยมากเลย แถมมีนกบินบนฟ้าอีกตั้งหลายตัว เป็นต้น

2. เน้นที่การกระทำ มากกว่าผลลัพธ์

อย่ารอให้ลูกทำอะไรจนประสบความสำเร็จเป็นที่พอใจของเราแล้วจึงค่อยชม บางครั้งเด็กๆ ก็อยากได้กำลังใจระหว่างทาง ยืนยันว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นดีแล้วจะได้มีแรงทำต่อไปเรื่อยๆ บางบ้านกว่าจะชมลูกคือรอจนเขาจบมหาวิทยาลัย ซึ่งกว่าจะเรียนไปถึง ใจลูกก็ห่อเหี่ยวพอดีค่ะ ยกตัวอย่างวิธีชมคือ สมมติลูกเริ่มกิจกรรมใหม่ๆ อะไรสักอย่าง เช่น เล่นดนตรี เราเห็นว่าเขาพยายามเรียนอย่างหนัก ฝึกซ้อมทุกวัน ก็ให้ชมเลยค่ะว่า หนูเล่นดนตรีดีขึ้นเยอะเลยนะคะ ลูกคงซ้อมหนักมากๆ แน่เลย ไม่ต้องรอจนลูกได้รางวัลจึงชม เพราะรางวัลไม่สำคัญเท่าระหว่างทางเขาทำอย่างไรค่ะ

3. อย่าชมพร่ำเพรื่อ

คำชมที่มากเกินไป ชมตลอดเวลา ทำให้ความน่าเชื่อถือนั้นน้อยลงค่ะ เด็กๆ จะรู้สึกว่าคำชมของแม่ไม่จริงใจ ถึงแม้คุณแม่จะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ก็ตาม

4. อย่าพูดเหมือนโรบอต

เคยไหมคะ บางทีเรากำลังทำงานมือเป็นระวิง หรือกำลังมีสมาธิทำอย่างอื่น ลูกก็วิ่งมาอวดรูปที่ตัวเองวาด เราก็ชมว่า ดี สวย เก่ง โดยที่ชำเลืองมองแว้บเดียว หรือไม่ทันมองด้วยซ้ำ ดังนั้นหากคุณแม่ยังไม่พร้อมจะชม ให้บอกลูกตรงๆ ค่ะ ว่าแม่ขอจัดการงานให้เสร็จ แล้วแม่จะไปดูรูปของลูกนะคะ

5. คำชมแบบเปรียบเทียบ

ลูกของเราดีและเก่งจริงๆ แต่ไม่ควรชมโดยเปรียบเทียบคนอื่น เช่น ลูกแม่เก่งกว่าใครๆ เพื่อนสู้ไม่ได้เลย เป็นต้น คำชมเช่นนี้จะทำให้ลูกไปโฟกัสที่การแข่งขันกับคนอื่นมากกว่าการพัฒนาตัวเอง

6. ชมให้ถูกวัย

เด็กแต่ละวัยต้องการคำชมแตกต่างกันค่ะ สำหรับเด็กเล็กต้องการคำชมมากกว่าเด็กโต เพราะเด็กเล็กยังทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้มาก สังเกตว่าเวลาเขาทำอะไรสักอย่าง เขาจะหันมามองหรือมาอวดเพื่อให้เราชมค่ะ สำหรับเด็กเล็กนั้น สามารถชมได้บ่อยๆ เลยค่ะ ส่วนเด็กโตให้ชมแบบเฉพาะเจาะจงถึงสิ่งที่เขาทำมากกว่า

7. ชมก็ชม ติก็ติ แยกกันทำ ไม่ปะปน

ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่เขินที่ต้องชม หรือกลัวลูกเหลิง วัฒนธรรมชาวเอเชียจึงมักจะชมน้อย พอชมแล้วมักต่อด้วยคำติ เช่น ดีมาก เรียนได้เกรดสี่ แต่ถ้าขยันก็คงได้ตั้งนานแล้ว หรือได้เกรดสี่ก็ดีแล้ว เป็นนักเรียนก็ต้องตั้งใจเรียนแบบนี้แหละ เป็นต้น ได้ยินคำแรกลูกหัวใจพองโตเลย แต่พอเจอคำติต่อท้ายหดหู่จนจำคำชมไม่ได้เลย ดังนั้นหากจะชม ก็ชมไปเลยค่ะ หากอยากติหรือแนะนำให้หาโอกาสอื่นแทนจะดีกว่า

8. แสดงความชื่นชมด้วยสีหน้าท่าทาง

สำหรับคุณแม่คุณพ่อที่พูดไม่ค่อยเก่ง สามารถแสดงสีหน้าท่าทางแทนได้นะคะ ทั้งรอยยิ้ม การกอด การเดินไปลูบหลัง เช่น คุณแม่อยากชมว่าลูกขยันอ่านหนังสือ แทนที่จะพูดว่า ลูกอ่านหนังสือเก่งจังเลย แค่เดินไปโอบและลูบหลังลูก หรือหอมแก้ม เท่านี้ก็สื่อได้แล้วว่าคุณแม่รู้สึกภูมิใจในตัวเขาแค่ไหนแล้วล่ะค่ะ

นี่คือเทคนิคการพูดชมลูกทั้ง 8 ข้อที่คุณแม่สามารถนำไปปรับใช้ได้ค่ะ ส่วนใครเขินหรือพูดไม่ถูกก็ลองฝึกกันได้ แต่แค่ระวังคำชมบางคำที่อาจทำร้ายลูกทางอ้อมได้ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ “5 คำชมที่อาจทำร้ายลูกทางอ้อม”

 


ข้อมูลจาก:

http://www.parentingscience.com

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

18 January 2018

สยบ ปัญหาท้องลาย ช่วงตั้งครรภ์ด้วยน้ำมันมะพร้าว

ปัญหาท้องลาย ช่วงตั้งครรภ์ที่สร้างความกังวลให้แม่ๆ นั้นจะหมดไป เพียงแค่มีน้ำมันมะพร้าว ตัวประสานรอยร้าวของผิวจากธรรมชาติ ที่ทั้งปลอดภัย ใช้ง่าย และแก้ผิวแตกลายอย่างได้ผล

13 December 2017

เริ่มต้น ฝึก EF ให้ลูกรักอย่างไรดี

ทักษะ EF คือคุณสมบัติที่เด็กรุ่นใหม่ทุกคนควรมี แต่การจะได้มานั้นต้องอาศัยการฝึกฝนไม่ใช่น้อย Mumraisin เลยนำวิธีเริ่มต้น ฝึก EF ให้ลูกรักของเรามาฝากกันค่ะ