06 November 17

5 เคล็ดลับ ฝึกลูกรับมือความกังวล

“ความกังวล” ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไปนะ ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัย Lakehead ในแคนาดาเผยว่า ความกังวลมีข้อดีมากมี หนึ่งในนั้นก็คือ ช่วยให้เราคาดการณ์ล่วงหน้า ฝึกวางแผน นำบทเรียนเก่ามาปรับใช้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์์ไม่พึงประสงค์  พูดง่ายๆ คือ กังวลเพื่อ “หาทางป้องกัน” นั่นเอง

แต่ถ้าลูกรักของเรา ขยันหมั่นกังวล สร้างความกังวลเป็นจินตนาการสุดล้ำ และจบลงที่ความกังวลล้วนๆ โดยไม่หาทางออกให้ความกังวล จนกลายเป็น “เด็กขี้กังวล” ล่ะก็… พ่อแม่อย่างเราก็ต้องกังวลเป็นเรื่องธรรมดา!

งั้นมาช่วยลูกรัก “สลายความกังวล” กับ Mumraisin ดีกว่า ง่ายๆ ไม่ต้องกังวล

เปิดใจ รับฟัง

หากลูกแสดงอาการกังวลเรื่องอะไรก็ตาม ต่อให้เป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่แค่ไหน อย่าได้เผลอพูดว่า “อย่ากังวลเลยลูก ไม่มีอะไรหรอก!” (มีสิ! ไม่งั้นหนูจะกังวลเหรอ! โธ่…)  อย่าปิดโอกาสระบายความอัดอั้นของลูก  สิ่งที่ควรทำคือ ชวนลูกคุยถึงเรื่องที่เขากังวล ไม่ต้องคาดคั้นมาก คุยกันสบายๆ และ “รับฟังอย่างเดียว”  อย่าเพิ่งสอน เปิดโอกาสให้ลูก “ระบายความกังวลใจออกมาให้มากสุด” ใช้โอกาสนี้ทำตัวเเป็น “เพื่อนคู่ทุกข์ของลูก” ให้ลูกรู้สึกว่า ถ้ากังวลเรื่องอะไร เรา “พร้อมรับฟังเสมอ”  ค่อยๆระบายความอึดอัดออกมา ใจจะได้โล่ง โปร่ง เบา

เผชิญหน้า อย่าหนี

ไม่แปลกที่เราจะ “เลี่ยง” สิ่งที่กังวล แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ แล้วเลือกที่จะ “วิ่งหนี” นั่นคงก็ไม่ใช่ “ทางออก” แน่นอน… เด็กบางคนไม่ยอมอาบน้ำเพราะกลัวผีมาทัก บางคนไม่ยอมไปโรงเรียนเพราะไม่อยากสอบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ ก็ล้วนนำความปวดหัวมาให้ทั้งนั้น หากเราไม่เริ่มสอนให้ลูก “กล้าเผชิญความกังวล”…

บทความจาก Berkeley Blog เผยว่า โดยปกติเมื่อเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์เครียดกังวล ร่างกายจะมีระบบรับมือ และค่อยๆ “คลายความกังวล” ภายในเวลา 20-45 นาที… รู้แบบนี้พ่อแม่จะได้คลายใจว่า การปล่อยให้ลูกตกอยู่ในสถานการณ์ที่เขาไม่ชอบหรือกังวล ก็ไม่ได้ใจร้ายหรือเลวร้ายขนาดนั้น เมื่อลูกกล้าเผชิญหน้าครั้งแรก ครั้งต่อไป ก็ไม่ยากแล้วล่ะ เอ้า! ฮึบๆๆ

ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอาจไม่ต้องอยู่ที่นั่น

สอนให้ลูกมีความเพียร พยายาม และตั้งเป้าให้สำเร็จ เป็นเรื่องดี แต่อย่าลืมสอนให้ลูกรู้ด้วยว่า หากพยายามเต็มที่แล้ว ผลลัพธ์เป็นอย่างไร ก็ดีทั้งนั้น จะสำเร็จหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับได้พยายามเต็มที่แล้ว เพราะ “ความไม่เพอร์เฟ็คเป็นเรื่องปกติของชีวิต”… ในชีวิตลูกต้องพบ “มาตรฐานเกณฑ์วัด” มากมาย เช่น การสอบและการแข่งขันต่างๆ ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร อย่าเผลอพูดว่า “ครั้งหน้าก็พยายามมากขึ้นละกันนะ”  เพราะคำพูดนี้บ่งเป็นนัยว่า “ครั้งนี้ยังดีไม่พอ”  ว่าแล้ว “ความกังวลในมาตรฐานของพ่อแม่” ก็ก่อตัวขึ้นเงียบๆในใจลูก… เปลี่ยนมาพูดว่า “ครั้งนี้พยายายามเต็มที่แล้ว ฝึกต่อไปเรื่อยๆนะ”  จงมีความเพียรต่อไปนะจ๊ะๆ  พ่อแม่เป็นกำลังใจให้เสมอ

นอนหลับ พักเพียงพอ

การนอนหลับเพียงพอทำให้ร่างกายเต็มร้อย และรับมือกับความกังวลได้ดีขึ้น… เมื่อถึงเวลาเข้านอน ลองจัดเวลาสักครึ่งชั่วโมงให้ลูกทำกิจกรรมผ่อนคลายสมอง  เช่น เล่นเกมด้วยกัน อ่านหนังสือนิทานก่อนนอน ใจจะได้เบาๆ คลายความกังวล และนอนหลับสบายเต็มอิ่ม

ให้กำลังใจ เมื่อกล้าเผชิญ

สุดท้ายเราก็เป็นได้แค่ “กองหลัง” คอยให้กำลังใจและคำแนะนำ แต่คนที่ต้องรับตำแหน่ง “กองหน้า” กล้าแอ่นอกรับความกังวลก็คือ “ลูก” นั่นเอง… ทุกครั้งที่เขากล้าลงสนามไปต่อกรกับความกังวล อย่ามองข้ามหรือเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อย โปรดให้กำลังใจกองหน้าตัวน้อยด้วยอ้อมกอด ตบไหล่เบาๆ หรือจุ๊บอีกสักหน่อย  เพื่อให้รู้ว่ามาถูกทางแล้วล่ะ! ฝึกรับมือบ่อยๆ ก็จะชำนาญ ความกังวลมาเมื่อไหร่ ก็ไม่กลัว รับมันไว้ แล้วชู้ตเข้าโกลเล้ย!

Share
This Article

Related Article

07 June 2017

คุณแม่ท้อง ต้องจัด SUPER HEALTHY FOOD

มัมเรซิ่น รวบรวมอาหารที่ดีงามไปด้วยแร่ธาติ และวิตามินที่จำเป็นสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ กินตามนี้ ทั้งคุณแม่และคุณลูก แข็งแรงแน่นอน

06 June 2017

Checklist พัฒนาการลูกขวบปีแรก

โหลดเก็บไว้เช็คพัฒนาการเจ้าตัวเล็ก แต่หากพวกเขายังไม่สามารถทำตามเกณฑ์นี้ได้เป๊ะๆ ก็ให้อดใจรอก่อนนะคะ เด็กแต่ละคนมีพัฒนาการช้าเร็วไม่เท่ากัน แต่หากคุณพ่อคุณแม่เฝ้าสังเกตเป็นอย่างดี ก็ไม่มีอะไรน่าห่วงค่ะ

04 August 2017

Checklist 3 ไตรมาส อาการแบบไหนที่แม่ท้องต้องหาหมอด่วน

เมื่อคุณแม่มีอาการผิดปกติ ไม่ควรนิ่งเฉยหรือหายามากินเอง เพราะอาการที่เกิดขึ้นอาจซีเรียสกว่าที่คิด