25 July 17

แต่งห้องลูกรักแบบแม่ไม่ปวดหัว ลูกไม่ปวดใจ ทำยังไงมาดูกัน

หนึ่งในวิธีที่จะค่อยๆ ฝึกให้ลูกแยกห้องนอนได้สำเร็จคือการสร้างพื้นที่ส่วนตัวให้เขา แต่จะให้เจ้าตัวเล็กลงมือทำทุกอย่างเองก็ใช่ที่ คุณพ่อคุณแม่นั่นแหละที่จะต้องเข้ามามีบทบาทในเรื่องนี้ แต่จะ แต่งห้องลูกรัก ยังไงให้คุณเองก็ภูมิใจจนอยากพราวด์ลี่พรีเซ้นท์ในอินสตาแกรม ในขณะที่ลูกน้อยก็ไม่ร้องยี้พลางบอกคุณว่า นี่มันห้องแม่  ไม่ใช่ห้องหนู/ผม มาดูเคล็ดลับที่ Mumraisin มาฝากกันค่ะ

1. ฟังเสียงเด็กๆ ด้วย

แม้คุณจะมีภาพในหัวว่าอยากให้ห้องของลูกออกมาประมาณไหน แต่อย่าลืมถามคนที่เป็นเจ้าของห้องตัวจริงด้วย การให้เจ้าตัวเล็กได้ออกความเห็นและบอกความต้องการของเขา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสีห้อง ลายผ้าม่าน หรือจะติดนาฬิกาตรงไหน ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นเจ้าของห้องขึ้นมา พอเขามีปากมีเสียงมากขึ้น เขาจะได้ขอรื้อห้องแล้วตกแต่งใหม่ไงล่ะ

2. ปล่อยให้เขาลงมือทำบ้าง

ฟังไอเดียเขาแล้ว ก็ให้เขาช่วยลงมือด้วย ถ้าเป็นเด็กเล็ก อาจให้เขาช่วยวางหมอนหรือวางของตกแต่งในจุดที่เขาอยากวาง แต่ถ้าเป็นเด็กโตที่พอจะช่วยออกแรงได้มากขึ้น การให้เขาช่วยประกอบเตียง ต่อโต๊ะหนังสือ หรือติดรูป จะทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและอยากเข้ามาใช้พื้นที่ห้องนี้มากขึ้น

3. อย่าลืมว่าลูกโตเร็วกว่าที่คุณคิด

จริงอยู่ที่ลูกชายวัยห้าขวบของคุณอาจชอบเรื่อง Cars เป็นชีวิตจิตใจในตอนนี้ แต่อีกไม่กี่ปี เขาอาจจะไม่อยากนอนบนเตียงรูปรถสีแดงอีกแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้น อย่าลงทุนกับของช้ินใหญ่ที่ดูทรงแล้วลูกน่าจะชอบแค่ชั่วครู่ชั่วยาม แต่เลือกช้ินคลาสสิกหรือสไตล์เรียบๆ ที่สามารถใช้ได้นานแล้วหันไปใช้ของตกแต่งช้ินเล็กลงมาอย่างชุดเครื่องนอนหรือรูปภาพตกแต่งผนังห้องเพื่อสะท้อนความชอบในแต่ละช่วงวัยของเขาจะดีกว่า ลูกๆ แฮปปี้ คุณแม่ก็กระเป๋าไม่ฉีก วิน-วินกันทั้งคู่

4. ที่เก็บของคือกุญแจสำคัญ

ไม่อยากให้ของเล่นลูกกระจายเกลื่อนไปทั่วบ้านใช่ไหมล่ะ อย่าลืมคิดถึงพื้นที่เก็บของในห้องนอนลูกด้วย สมัยนี้มีเฟอร์นิเจอร์เก๋ๆ ที่ชนะเลิศทั้งในแง่ฟังค์ชั่น (ทั้งเก็บของ ทั้งเป็นที่นั่ง เป็นบันไดต่อขา หรือเป็นชั้นดิสเพลย์) และในแง่ดีไซน์ ที่จะทำให้การใช้พื้นที่ในห้องนอนของลูกน้อยคุ้มค่า แถมยังเพ่ิมสีสันและลูกเล่นให้ห้องน่าดูขึ้นเป็นกอง แต่สิ่งสำคัญคือ ดูให้แน่ใจว่าความสูงของที่เก็บของนั้นไม่สูงเกินไปสำหรับเด็กๆ เพราะเด็กๆ จะสนุกกับการเก็บของมากขึ้นถ้าตัวเองหยิบถึง

5. มีพื้นที่ให้สร้างสรรค์

จำสมัยเด็กๆ ที่เราอยากแย่งกันเขียนกระดานดำในห้องเรียนได้ไหม เด็กสมัยนี้ก็ไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น ถ้าทำได้ แนะนำให้ทำมุมหนึ่งของห้องลูกเป็นกระดานดำ (ซึ่งสมัยนี้เลือกทาสีได้สารพัด) หรือไวท์บอร์ด รับรองถูกใจเจ้าตัวเล็กที่ชอบขีดเขียนและวาดรูปเป็นที่สุด และพอเขาโตขึั้น กระดานนี้ยังเปลี่ยนสภาพเป็นกระดานข้อความที่คุณพ่อคุณแม่ฝากโน้ตให้กำลังใจลูกๆ ยามสอบหรือยามแข่งกีฬาได้ ส่วนลูกๆ เองก็สามารถวางแผนรายสัปดาห์หรือวางแผนการเรียนบนกระดานนี้ได้เช่นกัน

6. อย่าลืมมุมนักอ่าน

หนึ่งในวิธีปลูกฝังนิสัยรักการอ่านคืออย่าลืมทำมุมอ่านหนังสือที่มีชั้นหนังสือที่เด็กๆ หยิบถึง จัดวางหนังสือเล่มโปรดของเขาไว้ให้หยิบอ่านเองได้ พร้อมโคมไฟแสงสบายตา หรือในมุมใกล้หน้าต่างที่มีแสงธรรมชาติส่องถึง และเก้าอี้หรือเบาะนั่งที่น่าขดตัวอ่านหนังสือเป็นที่สุด

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

29 January 2018

10+1 ถุงมือเบบี๋ มีความมุ้งมิ้งขั้นสุด

ช้อปปิ้งไกด์ ถุงมือเบบี๋ แบเบาะ สีหวาน ลายสวย ฟรุ้งฟริ้งมุ้งมิ้งน่าเหมาหมดเลย

20 June 2017

แม่สายเฮ้ว (a.k.a. Healthy) กับของว่างที่ควรแพ็กให้ลูก

ไม่นานมานี้ คุณแม่นางหนึ่งในต่างประเทศได้รับจดหมายจากคุณครูของลูกสาว ตำหนิเรื่องที่เธอเตรียม “ลูกเกด” เป็นของว่างให้ลูกไปกินที่โรงเรียนเพราะว่ามัน “มีน้ำตาลมากเกินไป” เดี๋ยวๆๆ ลูกเกดเนี่ยนะคะครู !?!