08 September 17

Vaccines in Brief อัพเดทเรื่องวัคซีน ฉบับจบไวใน 5 นาที

วัคซีนเป็นมาตรการการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูก โดยหลักการคือ ป้องกันไม่ให้ลูกป่วยเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ นโยบายการสาธารณสุขหลักของประเทศได้กำหนดให้มีการฉีดวัคซีนให้เด็กทุกคนตั้งแต่แรกเกิด  ถือเป็นสิ่งพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ

ในปัจจุบันได้มีการผลิตวัคซีนออกมาหลากหลาย  โปรแกรมการฉีดวัคซีนจะแบ่งเป็น 2 กลุ่มง่ายๆ คือวัคซีนพื้นฐานและวัคซีนเสริม (วัคซีนทางเลือก) เรามาดูกันว่าทั้ง 2 กลุ่มมีวัคซีนอะไรบ้าง ไปแบบไวๆ เลยนะคะ

วัคซีนพื้นฐาน

เป็นกลุ่มวัคซีนที่รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุขกำหนดเป็นนโยบายว่าเด็กทุกคนต้องได้รับ ประกอบด้วย

วัคซีนบีซีจี ป้องกันวัณโรค จะฉีดเพียง 1 เข็ม ซึ่งส่วนใหญ่จะได้รับการฉีดตั้งแต่แรกคลอด

วัคซีนตับอักเสบบี ป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี จะฉีด 3 เข็ม ส่วนใหญ่จะฉีดให้ตั้งแต่แรกคลอดเช่นกัน และต่อด้วยที่อายุ 1-2 เดือน และเข็มที่ 3 เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน ** แต่ในกรณีที่คุณแม่เป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบบี ลูกจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดยาอิมมูโนโกลบูลินต้าน- ไวรัสตับอักเสบบี (HBIG) พร้อมกันกับการฉีดวัคซีนตับอักเสบบีเข็มแรกไปด้วย

วัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ และเยื่อหุ้มสมองอักเสบฮิบ จะฉีด 3 เข็มตั้งแต่อายุ 2 เดือน 4 เดือน และ 6 เดือน และจะมีการฉีดกระตุ้นครั้งที่ 1 ตอนอายุ 1 ½ ปี ฉีดกระตุ้นครั้งที่ 2 ตอนอายุ 4-6 ปี หลังจากนั้นจะกระตุ้นเป็นวัคซีนคอตีบ บาดทะยักทุก ๆ 10 ปี

 

ทั้งนี้วัคซีนโปลิโออาจแยกให้เป็นแบบชนิดน้ำหยอดทางปากได้ด้วย ระยะเวลาการให้จะพร้อมกันกับวัคซีนคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก

วัคซีนไข้สมองอักเสบเจอี จะฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 9-12 เดือน

วัคซีนหัด หัดเยอรมัน คางทูม จะฉีดที่อายุ 1 ปี และกระตุ้นอีกครั้งที่อายุประมาณ 2 ½ – 3 ปี

วัคซีนสุกใส จะเริ่มฉีดอายุประมาณ 15 เดือน และกระตุ้นที่อายุ 4-6 ปี

วัคซีนตับอักเสบเอ ฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือน จะเริ่มฉีดประมาณอายุ 2 ปี

 

วัคซีนเสริม

เป็นวัคซีนที่ไม่ได้กำหนดอยู่ในแผนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขของไทย แต่กุมารแพทย์มักจะส่งเสริมให้เด็กได้รับ เนื่องจากเป็นวัคซีนที่ดีมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคที่ร้ายแรงให้กับเด็กได้

วัคซีนโรต้าไวรัส เป็นวัคซีนชนิดหยอดปาก มักแนะนำให้ให้ในเด็กเล็กๆ อายุ 2- 6 เดือน โดยให้ 2 ครั้ง

วัคซีนไอพีดี ป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อแบคทีเรียนิวโมคอคคัส สามารถให้ได้ตั้งแต่เด็กอายุ 2 เดือนจำนวนทั้งหมด 1-4 เข็มแล้วแต่อายุของเด็ก

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ สามารถเริ่มให้ได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือน โดยจะฉีด 2 เข็มในปีแรก ส่วนปีถัดๆ ไปจะฉีดเพียงปีละ 1 เข็ม และเราจะไม่ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในผู้ที่มีประวัติการแพ้ไข่

วัคซีนไข้เลือดออก เป็นวัคซีนใหม่ที่มีประสิทธิภาพป้องกันโรคไข้เลือดออก สามารถฉีดได้อายุ 9 – 45 ปี โดยฉีด 3 เข็ม

วัคซีนมะเร็งปากมดลูก ในปัจจุบันแนะนำให้ฉีดทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ตั้งแต่อายุ 9 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดมะเร็งปากมดลูก

 

จะเห็นได้ว่าวัคซีนป้องกันโรคในปัจจุบันมีเยอะมาก คุณพ่อคุณแม่ควรปรึกษากุมารแพทย์ประจำตัวลูก

เพื่อรับคำแนะนำที่เหมาะสม และควรทราบถึงการปฏิบัติหรือดูแลลูกหลังได้รับวัคซีนด้วย เนื่องจากวัคซีนบางชนิดอาจมีผลข้างเคียง เช่นมีไข้ มีผื่นขึ้นได้ หากทราบไว้ก่อน จะได้ไม่ตระหนกตกใจ และสามารถให้การดูแลลูกได้อย่างถูกต้องค่ะ

Share
This Article

Related Article

31 August 2017

ชวนปรุง 2 เมนูอร่อยจากโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี”

ชวนแม่ๆ มาปรุง 2 เมนูแสนอร่อยมากประโยชน์ จากโครงการ “รวมพลังเพื่อเด็กสุขภาพดี” (United for Healthier Kids)

16 December 2017

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 17-23 ธันวาคม 2560

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 17-23 ธันวาคม ครบทั้งเรื่องครอบครัว งาน-เงิน ลูกรัก หรือเรื่องเลิฟๆ สัปดาห์นี้ดวงดีไหม ต้องระวังเรื่องไหนบ้าง มาดูกัน

12 January 2018

แจกสูตรเมนูอร่อยเพื่อลูกจ้า คราวนี้เป็น “Mini Burger” เบอร์เกอร์ชิ้นเล็กจุ๋มจิ๋มน่าเอ็นดู

Mumraisin x Orn The Table แจกสูตร “Mini Burger” เบอร์เกอร์ที่เราตั้งใจปรุงด้วยความรักเพื่อเบบี๋ที่เรารักสุดใจ เป็นเบอร์เกอร์ชิ้นเล็กๆ พอดีคำของเด็กๆ กินง่าย กินอร่อย แถมได้ประโยชน์เพราะใส่ทั้งไข่และผัก