14 March 18

พี่-น้อง อายุห่างกันกี่ปีถึงจะดีที่สุด

ช่องว่างระหว่างวัยระหว่างลูกคนโตกับบรรดาน้องๆ นั้น มีส่วนสำคัญกับการเลี้ยงดูและความสัมพันธ์ระหว่างลูกๆ ไม่น้อย ซึ่งจำนวนปีที่ห่างกันก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไปอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

และเพื่อเป็นไกด์ช่วยคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังวางแผนครอบครัว แม่มัมฯ เลยรวบรวมข้อดีข้อเสียของแต่ละวัยมาให้แล้วค่ะ

พี่-น้อง อายุห่างกันกี่ปีถึงจะดีที่สุด

ต่ำกว่า 2 ปี

ข้อดี

  1. ผลการวิจัยพบว่า แม่ๆ ที่มีลูกวัยไล่เลี่ยกัน จะจัดการลูกๆ ได้ดีและไว เพราะเด็กๆ มีพัฒนาการที่ใกล้เคียงกัน เล่นของเล่นเหมือนกัน ชอบอะไรคล้ายๆ กัน และมีเพื่อนเล่นในวัยเดียวกันด้วย
  2. ความห่างของอายุที่น้อย ทำให้ลูกคนโตไม่ค่อยอิจฉาน้อง แกล้ง หรือทะเลาะกัน อีกทั้งพี่กับน้องจะสนิทกันมากกว่าพี่น้องที่อายุห่างกันมากๆ ด้วย
  3. พี่น้องที่อายุห่างกันน้อยจะมีความแตกต่างและเป็นตัวของตัวเองมากกว่า

ข้อเสีย

  1. การมีลูกอายุห่างกันน้อย อาจส่งผลเสียต่อคุณแม่ คือเสี่ยงเป็นโลหิตจาง คลอดก่อนกำหนด และเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เพราะนอกจากต้องอุ้มท้องเจ้าตัวเล็ก ยังต้องดูแลลูกน้อยวัยกำลังซนไปพร้อมๆ กันด้วย
  2. หลังคลอด คุณแม่จะเหนื่อยมาก เพราะต้องดูแลลูกเล็กทั้งสอง ทำให้เสี่ยงเป็นซึมเศร้าหลังคลอด
  3. ลูกคนที่สองเสี่ยงเป็นออทิสติกมากกว่า
  4. ค่าใช้จ่ายสูง เพราะลูกๆ อยู่ในวัยที่ต้องซื้อข้าวของเครื่องใช้พร้อมๆ กัน เช่น ผ้าอ้อม คาร์ซีท รถเข็น เป็นต้น

อายุห่าง 2-3 ปี

ข้อดี

  1. ระยะห่าง 2-3 ปี คือระยะห่างที่ดีที่สุดสำหรับการมีลูกคนที่สอง เพราะแม่ได้พักฟื้นและลดความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ได เช่น คลอดก่อนกำหนด ลูกน้ำหนักน้อย ความผิดปกติแต่กำเนิด เป็นต้น
  2. ลูกคนโต สามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้างแล้ว รวมถึงนอนหลับได้ยาวมากขึ้น
  3. ลูกคนเล็กสามารถใช้ของต่อจากพี่คนโตได้ ช่วยให้ประหยัดเงิน เช่น เสื้อผ้า อุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น
  4. คุณแม่สามารถรับมือกับลูกเบบี๋ได้ดี มีความมั่นใจมากขึ้น เพราะมีประสบการณ์การเลี้ยงจากลูกคนโตมาแล้ว
  5. เมื่อลูกเล็กโตขึ้น จะเล่นกับพี่ด้วยกันสนุกมากๆ
  6. ลูกคนโตที่มีน้องอายุห่าง 2 ปีหรือมากกว่า มีแนวโน้มเก่งเรื่องการอ่านและคณิตศาสตร์

ข้อเสีย

  1. คุณแม่ต้องรับมือกับความงอแงของเบบี๋ และลูกวัยเตาะแตะไปพร้อมๆ กัน
  2. ลูกคนโตจะอิจฉาน้องคนเล็ก ที่แม่สนใจแต่น้อง เพราะเขาอยู่ในช่วงพัฒนาการที่เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางพอดี และเรียกร้องความสนใจจากแม่ค่อนข้างมาก
  3. ลูกคนโตที่มีน้องอายุห่าง 2 ปีหรือมากกว่า มีแนวโน้มที่จะมีความภาคภูมิใจในตัวเองต่ำ มีปัญหาเรื่องการกิน และการนอน

อายุห่าง 3-4 ปี

ข้อดี

  1. ระยะห่างระหว่าง พี่-น้อง จำนวนนี้ ดีต่อคุณแม่และลูกมาก เพราะจัดการและรับมือได้ง่ายที่สุด
  2. ลูกคนโตจะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น เล่นคนเดียวได้ ไม่ติดแม่เหมือนวัยเตาะแตะ อีกทั้งไม่มีปัญหาเรื่องการนอนและการเข้าห้องน้ำด้วย แถมยังเข้าใจอาการเหนื่อยล้าและแพ้ท้องคุณแม่ได้ดีมากขึ้น
  3. ลูกคนโต บางบ้านอาจเริ่มเข้าเรียนเนอร์สเซอรี่หรืออนุบาลแล้ว แม่ก็มีเวลาเลี้ยงลูกคนเล็ก ส่วนลูกคนโตก็มีกิจกรรมหรือเล่นสนุกกับที่โรงรียน ช่วยลดความอิจฉาระหว่างพี่น้องได้
  4. อายุห่างกัน 4 ปี เหมาะสำหรับลูกคนโตที่สุด เพราะช่วยให้ลูกมีความภาคภูมิใจในตัวเองมากขึ้น

ข้อเสีย

  1. คุณแม่มีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์มากถึง 4 เท่า และเสี่ยงว่าน้ำคร่ำจะแตกก่อนกำหนด
  2. พอไม่ได้มีลูกมาหลายปี ทำให้คุณแม่ต้องปัดฝุ่นในการเลี้ยงดูลูกเบบี๋ใหม่อีกครั้ง อาจจะติดๆ ขัดๆ หลงๆ ลืมๆ ไม่ต่างจากแม่มือใหม่เลยทีเดียว
  3. รับมือกับการอดหลับอดนอน เลี้ยงลูกวัยเบบี๋ได้ยากกว่าเดิม

อายุห่าง 5 ปี หรือมากกว่า

ข้อดี

  1. ลูกคนโตสามารถช่วยเหลือตนเองได้ดี เช่น ใส่เสื้อผ้าเองได้ เข้าห้องน้ำได้ หาขนมกินเองได้ โดยไม่ต้องให้คุณแม่ช่วย และยังไปโรงเรียนเต็มวัน ทำให้คุณแม่ได้เลี้ยงลูกเล็กได้อย่างเต็มที่
  2. ยิ่งอายุห่างยิ่งดีต่อสถานะทางการเงินของครอบครัว คุณแม่ไม่ต้องมาเสียเงินค่าเทอมพร้อมๆ กัน สองคน
  3. ลูกคนโตจะมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับน้อง สามารถเล่นด้วยกันได้ดี แถมช่วยเหลือซึ่งกันและได้ด้วย รวมถึงลูกคนเล็กจะมีทักษะการสื่อสารที่ดีมากขึ้น

ข้อเสีย

  1. คุณแม่มีความเสี่ยงคลอดก่อนกำหนด ครรภ์เป็นพิษ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ และซึมเศร้าหลังคลอดมากขึ้น
  2. คุณแม่อาจตั้งครรภ์ตอนอายุมาก ลูกจึงเสี่ยงเป็นดาวส์ซินโดรมมากขึ้น
  3. คุณแม่อาจรู้สึกตัดขาดจากวงสังคมและกลุ่มเพื่อน เพราะต้องเลี้ยงลูกเล็ก

 

สรุปแล้ว ไม่ว่าคุณแม่จะวางแผนมีลูกกี่คนก็ตาม สุดท้ายแล้วไม่มีช่องว่างระหว่างวัยเท่าใดที่เพอร์เฟ็คต์ที่สุด แต่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของแต่ละบ้าน ความพร้อมของร่างกายและจิตใจของพ่อแม่ รวมถึงสถานะทางการเงินของครอบครัว แต่เมื่อมีลูกแล้ว ก็เลี้ยงให้ดีที่สุดเท่าที่สี่มือ สองใจของพ่อและแม่จะทำได้นั่นเองค่ะ


เรื่อง: Nantida

ข้อมูลจาก:

https://www.netmums.com/pregnancy/age-gaps-is-there-a-perfect-size

https://www.babycentre.co.uk/a563447/sibling-age-gaps

 

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

13 June 2017

อาการเตือนแบบนี้ นี่กำลังจะเป็นคุณแม่แล้วสินะ

คุณแม่ตั้งครรภ์ ร่างกายรวมถึงฮอร์โมนต่างๆ จะเปลี่ยนแปลงไปมากมาย โดยเฉพาะช่วงสัปดาห์ที่ 4 ไปแล้ว อาการจะบ่งบอกชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าคุณเองก็กำลังลุ้นอยู่ ต้องมาเฝ้าสังเกตไปด้วยกันค่ะ

02 November 2017

รวมร้านไอจี ที่คุณแม่สายช็อปจะต้องเลิฟ

รวมร้านไอจี ที่เกิดมาเพื่อให้ชีวิตคุณแม่สายช็อป ช็อปได้ง่ายและสะดวกได้ทุกสิ่งอย่าง