22 November 17

6 เคล็ดลับ ปรับตัวรับโรงเรียน

สำหรับมือใหม่หัดเรียนอย่างหนูน้อยวัยอนุบาลนั้น โรงเรียนคือสถานที่กว้างใหญ่แปลกตา เต็มไปด้วยซอกมุมลี้ลับ แถมมีแต่ผู้ใหญ่หน้าตาไม่คุ้นเคยเต็มไปหมด! โอ้ว..วว ช่วงเวลาแห่งความมึนงงนี้ หนูจะทำยังไงดี! แม่จ๋า..าาา หนูอยากกลับบ้าน..นนนนนน

ใจเย็นจ้า..าาา เด็กๆ ไม่ได้โยเยหรือสร้างซีนดราม่า หนูก็แค่กำลังหาทาง “ปรับตัว” เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่เท่านั้นเอง ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ และ Mumraisin มี “6 เคล็ดลับ ปรับตัวรับโรงเรียน” มาฝาก แล้วการปรับตัวเข้ากับโรงเรียน ก็จะกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ

6 เคล็ดลับ ปรับตัวรับโรงเรียน

ครูคือ ที่พึ่ง

เด็กทุกคนต้องการ “ผู้ใหญ่” เป็นที่พึ่งพิงเพื่อสร้างความอุ่นใจ เวลาอยู่บ้านลูกมีพ่อแม่เป็นที่พึ่ง เวลาไปโรงเรียนลูกจึงมองหาผู้ใหญ่สักคนที่จะมาทำหน้าที่สร้างความอุ่นใจแทนพ่อแม่ และผู้ใหญ่คนนั้นก็คือ “คุณครูประจำชั้น”… หากลูกรักเป็นเด็กขี้อาย ปรับตัวได้ยาก หรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษเช่น สมาธิสั้น และอื่นๆ ก็ควรแจ้งให้คุณครูทราบ อย่าได้กังวลว่าแจ้งไปแล้ว คุณครูจะเพ่งเล็งลูก ในทางกลับกัน ข้อมูลสำคัญเหล่านี้กลับช่วยให้คุณครูหาวิธีส่งเสริมให้เด็กปรับตัวได้ราบรื่นและเหมาะสมมากขึ้น

สื่อสารแต่พอดี

หากต้องการสื่อสารกับคุณครูด้วยช่องทางไอที เช่น ไลน์ หรือมือถือ ก็ควรทำแต่พอดี  เพราะถ้าพ่อแม่ส่งข้อความทางไลน์ถามครูวันละสามเวลาพร้อมขอดูรูปลูกทุกอิริยาบถ คุณครูจะเพลียจิตมั่กๆ และส่งผลให้ลูกรักของเรากลายเป็นเด็กมีประเด็นโดยไม่จำเป็น…  โปรดทดในใจว่า คุณครูอยากช่วยเหลือลูกศิษย์ทุกคนในห้อง โปรดให้เวลาลูกรักปรับตัวสักนิด และให้เวลาคุณครูดูแลเต็มที่สักหน่อย แล้วทุกอย่างจะค่อยๆ ลงตัวเองจ้า..าา

เพื่อนเล่นแสนสนุก

แม้ห้องเรียนจะมีเพื่อนมากมาย แต่เพื่อนเหล่านั้นก็ยังคงเป็นเด็กแปลกหน้าสำหรับลูก ถ้าอยากให้ลูกรู้สึกว่า โรงเรียนมี “เพื่อนเล่นแสนสนุก”  ก็ลองสอบถามครูประจำชั้นเพิ่มเติมว่าลูกชอบเล่นกับใคร เมื่อถึงเวลามารับลูกที่โรงเรียน ก็ให้เวลาลูกเล่นกับเพื่อนพิเศษเพิ่มเติมอีกสักหน่อยเพื่อเชื่อมสัมพันธ์  ยิ่งถ้าพ่อแม่ของเพื่อนลูกมีอัธยาศัยไมตรีน่าคบหา ก็แนะนำให้นัดกันนอกรอบ เพื่อพาลูกไปเที่ยวเล่น รับรองว่าลูกก็จะรู้สึกสนิทกับเพื่อนได้เร็วขึ้น และการไปโรงเรียนทุกเช้าก็จะกลายเป็นกิจกรรมที่เฝ้ารอคอย… อยากไปโรงเรียนเร็วๆ จะได้ไปเล่นกับเพื่อนๆ เย้!

พี่มีเรื่องโรงเรียนมาฝาก

ถ้าที่บ้านมีน้องเล็กอยู่บ้าน อาจทำให้พ่อแม่ปวดหัวเล็กน้อย เมื่อพี่พูดว่า “ทีน้องยังได้อยู่บ้านเลย!” เคล็ดลับคือ บอกให้พี่รู้ว่า การอยู่บ้านนั้นมีแต่กิจกรรมจำเจ ไม่มีเพื่อนเล่นแสนสนุก และน้องรอคอยการไปโรงเรียนเพื่อทำกิจกรรมใหม่ๆ แบบพี่ขนาดไหน! ถ้าน้องโตพอจะฟังความได้ ลองมอบหมายให้พี่เป็น “พี่ติวเตอร์” เพื่อนำการบ้านหรือเรื่องราวที่โรงเรียนมา “สอนน้อง” ตำแหน่งนี้จะทำให้พี่รู้สึกสนุกกับการเลียนแบบท่าทางของคุณครูผู้ทรงภูมิ แถมพี่ก็ได้ทบทวนเรื่องที่เรียนมาแล้วด้วย อิๆ

เพื่อนรักจากบ้าน

เด็กบางคนอาจต้องการเวลาในการปรับตัวมากกว่าคนอื่น บางโรงเรียนจึงอนุญาตให้นำ “เพื่อนรักจากบ้าน” ไปโรงเรียนด้วย เช่น ผ้าห่มสุดรัก ตุ๊กตานุ่มนิ่ม เป็นต้น เวลาอยู่โรงเรียนจะได้อุ่นใจกับสิ่งคุ้นเคย แต่สมุนของ ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ ไม่ขอพกอะไรไปทั้งนั้นฮ่ะ ไม่ได้แกร่งอะไรทั้งสิ้น แค่กลัวของหาย! (ฮ่าๆๆ) แม้ใช้เวลาเกือบหนึ่งปีจึงจะปรับตัวได้ แต่ก็ไม่ต้องคอยทะเลาะกับเพื่อนเพื่อปกป้องของรักของหวงที่พกมาจากบ้าน  หากใครต้องการสยบปัญหานี้ ลองเปลี่ยนมาพกรูปพ่อแม่ในกระเป๋าก็ได้นะ คิดถึงเมื่อไหร่ก็เปิดดู เพื่อนก็ไม่คิดแย่งชิง  เพราะพ่อแม่เราหน้าตาไม่เหมือนกัน หุๆๆ

รหัสลับ สองเรา

หนึ่งในเหตุผลหลักที่เด็กเล็กไม่อยากไปโรงเรียนก็คือ ไม่รู้ว่าพ่อแม่จะมารับเมื่อไหร่ และกลัวถูกทิ้ง  ดังนั้นเวลาส่งลูกเข้าโรงเรียน ก็อย่าเผลอเอาแต่ส่งยิ้มโบกมือบ๊ายบายให้ลูกยืนลุ้นไส้กิ่ว แต่ควรร่ำลากันด้วย “คำพูด” สร้างสรรค์เสริมขวัญและกำลังใจ เช่น “ขอให้สนุกกับวันนี้นะจ๊ะ เจอกันบ่ายสามโมงนะ”  แหม! ฟังปุ๊บ บรรยากาศลัลล้าลอยมา แถมอุ่นใจด้วยว่าเย็นนี้ได้กลับบ้านแน่ๆ เย้!

 

โรงเรียนเป็น “สังคมของลูก” พ่อแม่ควรเป็นทัพหลังช่วยให้กำลังใจ จากนั้นต้องปล่อยลูกเป็นทัพหน้า เพื่อเผชิญสิ่งแปลกใหม่ด้วยตัวเอง เมื่อปรับตัวได้แล้ว ลูกจะมั่นใจและมีความสุขกับการไปโรงเรียนแน่นอน

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

28 March 2018

10 หนัง แม่แม่เลี้ยงเดี่ยวต้องดู!

10 หนัง ดีต่อใจ ที่จะช่วยให้คุณรู้สึกแฮปปี้ที่ได้เป็นซิงเกิ้ลมัม

29 December 2017

ของเล่นเสริมทักษะ EF วัยไหนเล่นอะไรดี ให้เหมาะสมตามวัย

การเล่น ไม่ได้ให้แค่ความสนุก แต่แฝงประโยชน์หลากหลายไว้มากมาย และของเล่นที่ดี มีประโยชน์ เหมาะสมตามวัย และเป็นของเล่นเสริมทักษะ EF ด้วย