27 November 17

7 สัญญาณอันตราย ว่าคุณกำลังเลี้ยงลูกแบบ “ไข่ในหิน”

พ่อแม่มีหน้าที่เป็น “ลมใต้ปีก” ของลูก แต่พ่อแม่บางคนกลับเผลอทำตัวเป็น “ปีก” ให้ลูกซะเอง อย่าลืมนะคะว่าวันหนึ่งลูกก็จะเติบโตและติดปีกบินไปตามทางของเขา ถ้าคุณอยากให้ลูกบินได้อย่างแข็งแรง แม้จะเจอพายุโหมเข้าใส่ คุณก็ต้องยอมให้เขาได้เผชิญกับความท้าทายต่างๆ บ้าง และนั่นเริ่มจากการลดทอนพฤติกรรมต่างๆ เหล่านี้ที่พ่อแม่หลายคนเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว

7 สัญญาณอันตราย ว่าคุณกำลังเลี้ยงลูกแบบ ” ไข่ในหิน “

1. คุณโปรย คำชม” ใส่ลูกจนเปียกปอน

ในขณะที่เด็กๆ ต้องการกำลังใจ แต่บางครั้งพ่อแม่ก็ให้มากเกินไปได้ ความจริงแล้ว วัยที่ควรได้รับคำชมมากเป็นพิเศษคือเด็กทารกและวัยเตาะแตะ ซึ่งกำลังเรียนรู้ว่าอะไรควรหรือไม่ควรทำ การชมเชยพวกเขาด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้นเวลาเขาทำอะไรใหม่ๆ ได้หรือเวลาเขาทำในสิ่งที่เหมาะสมจะทำให้เขาเรียนรู้ว่านั่นคือสิ่งที่เขาควรทำ เช่น เมื่อลูกหัดนั่งกระโถนได้ แต่ถ้าคุณเล่นใหญ่ชมไปเสียทุกครั้งที่เขาทำเรื่องเดิมๆ ได้แม้ว่าเขาจะทำมันได้เป็น 10 ครั้งแล้ว คำชมของคุณก็จะไม่ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไป

 

2. คุณให้ “รางวัล” ลูกมากเกินไป

เช่นเดียวกับคำชม พ่อแม่บางคนก็ทำให้ลูกเสียนิสัยด้วยการประเคนของนอกกายให้ลูกมากเกิน จนทำให้ลูกไม่เห็นคุณค่าของๆ ที่ได้มา เพราะฉะนั้น แทนที่จะติดสินบนลูกทุกเรื่องด้วยขนมหรือของเล่นที่เขาอยากได้ ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น การที่ลูกทำตัวดีเวลาไปซื้อของไปจนถึงการที่เขาเรียนได้เกรดดี ลองเปลี่ยนมากำหนดวาระโอกาสสำคัญที่เขาจะได้ของช้ินพิเศษจริงๆ กันดีกว่า นอกจากเขาจะตั้งตารอและรู้สึกตื่นเต้นเวลาได้ของชิ้นใหม่แล้ว เขาจะได้เรียนรู้ที่จะเล่นหรือใช้มันอย่างเห็นคุณค่ามากขึ้นด้วย

 

3. คุณคาดหวังในตัวเขาต่ำไป

พ่อแม่บางคนเกรงใจไม่กล้ามอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้ลูกๆ เพราะคิดว่าลูกเรียนหนักแล้วทั้งที่โรงเรียนและที่เรียนพิเศษ ส่งผลให้พ่อแม่กระโจนลงไปทำเรื่องต่างๆ แทนลูกมากเกินไป การคาดหวังในตัวลูกต่่ำแล้วคิดว่านั่นจะส่งผลที่ดีในภายภาคหน้าจึงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง เพราะเด็กๆ จะต้องเจออะไรมากยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีก หากวันนี้เขาไม่ได้เรียนรู้ที่จะจัดสรรเวลาและมีความรับผิดชอบ แล้ววันหน้าคุณคิดว่าเขาจะทำได้หรือ

4. คุณทำสิ่งต่างๆ แทนเขา

การปรับความคาดหวังในตัวลูกใหม่นั้นรวมถึงการมอบหมายหน้าที่ที่เหมาะกับวัยของเขาด้วย แทนที่คุณจะทำทุกอย่างแทนเขา แม้เขาจะยังเด็กอยู่ แต่เขาสามารถช่วยงานในครัวได้ เช่น จัดโต๊ะอาหาร เอาจานที่เขากินเสร็จแล้วไปไว้ในอ่างล้างจาน หรือทำความสะอาดพื้นตรงจุดที่เขาทำนำ้หก รู้แหละว่าคุณคิดว่าให้เด็กๆ ทำนั้นเสียเวลา สู้คุณลงมือทำเองยังจะเสร็จเร็วกว่า แต่ขอให้คิดว่า หลังจากที่คุณสอนเขาให้ทำได้ถูกวิธีแล้ว คุณจะประหยัดเวลาไปได้เยอะและมีเวลาทำสิ่งอื่นที่ต้องทำมากกว่า การเร่ิมมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบให้เขาจะช่วยให้เขาโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่พึ่งพาตัวเองได้และตัดสินใจได้ดี แต่ดูให้แน่ใจว่า เวลาคุณมอบหมายงานให้เขานั้น ไม่ใช่เพราะคุณเป็นแม่ผู้แจกจ่ายงานให้ทุกคนในบ้าน แต่เป็นเพราะเราอยู่ด้วยกันในบ้าน เราจึงต้องช่วยกันแบ่งเบาภาระหน้าที่ เพื่อทำให้ทุกคนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

 

5. คุณเป็นแผ่นเสียงตกร่อง

เมื่อคุณมอบหมายหน้าที่ให้ลูกแล้ว พ่อแม่บางคนอาจไม่วางใจว่าลูกๆ จะทำได้จริง จึงหมั่นบอกย้ำซ้ำเตือนว่าพวกเขาต้องทำอะไร แต่อย่าลืมว่าลูกไม่ใช่หุ่นยนตร์ที่จะทำตามทุกคำสั่งของคุณโดยไม่ต้องคิดอะไร มองดูเขาอยู่ห่างๆ ว่าเขาเรียนรู้ที่จะมีความรับผิดชอบอย่างไรดีกว่า แล้วค่อยพูดย้ำกับเขาในบางเรื่องที่เขายังทำได้ไม่ดี

 

6. คุณยื่นมือเข้าไปช่วยแม้ลูกจะยังไม่เอ่ยปากขอ

พ่อแม่สมัยนี้ช่วยเหลือลูกทุกเรื่อง ตั้งแต่ถือกระเป๋าไปส่งลูกที่โรงเรียนจนถึงใส่รองเท้า แต่จะดีกว่าถ้าคุณถอยหลังออกมาอีกนิดแล้วปล่อยให้เขาทำเอง  รอจนกว่าเขาจะขอความช่วยเหลือค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย จำไว้ว่า อย่าเสนอตัวช่วยลูกในสิ่งที่เขาสามารถทำเองได้ แต่ค่อยเข้าไปแทรกแซงหากมองเห็นว่าจะมีอันตรายใดๆ เกิดขึ้นได้ การปล่อยให้เด็กๆ ตัดสินใจและลงมือทำอะไรเองจะช่วยให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่สามารถหาทางแก้ปัญหาในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น พ่อแม่ควรจำให้ขึ้นใจว่า ประเด็นไม่ได้อยู่ที่คุณทำอะไรให้ลูกคุณบ้าง แต่อยู่ที่คุณสอนให้พวกเขาทำอะไรได้เองบ้าง

7. คุณพยายามป้องกันความผิดพลาดทุกวิถีทาง

จริงอยู่ที่เวลาให้เด็กๆ ตัดสินใจด้วยตัวเอง บางครั้งพวกเขาอาจทำพลาดบ้าง แต่รู้ไว้เถอะว่า การพลาดในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตนั้นถือเป็นการเติบโตอย่างมีสุขภาพดี การปล่อยให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ผลที่ตามมาของการกระทำบางอย่างของเขา เช่น ปิดลิ้นชักหนีบมือตัวเอง แตะแก้วที่ใส่เครืื่องดื่มร้อน หกล้มในสนามเด็กเล่น ฯลฯ จะทำให้เขาได้เรียนรู้และระวังตัวในครั้งต่อไปโดยที่คุณไม่ต้องพร่ำบอกเขาซ้ำแล้วซ้ำอีก

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

10 July 2017

ปิดรถเข็นเด็กเพื่อบังแดด อันตรายที่พ่อแม่ต้องรู้

ไม่อยากให้ลูกโดนแดดตรงๆ คุณพ่อคุณแม่จึงใช้ผ้ามาคลุมรถเข็นบังแดดเสียเลย แต่รู้ไหมว่า วิธีนี้อันตรายและเสี่ยงถึงชีวิตได้เลยนะคะ!!

18 August 2017

เคล็ดลับทำความสะอาดของเล่นให้ลูกน้อย

การทำความสะอาดของเล่นของเจ้าตัวน้อยนั้นสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นเลยค่ะ เพราะช่วยป้องกันเชื้อโรคไม่ให้แพร่ไปยังลูกและสมาชิกในบ้าน