18 December 17

เอาชนะ โรคสมาธิสั้น ให้อยู่หมัดด้วยพลังแห่ง EF

ในปัจจุบัน มีเด็กไทยเป็นโรคสมาธิสั้นกันไม่ใช่น้อยก็จริง แต่เด็กเป็นสมาธิสั้นเทียมที่เกิดจากการเลี้ยงดูกลับมีมากไม่แพ้กัน ซึ่งสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับพฤติกรรมของพ่อแม่และเด็กค่ะ

ทั้งนี้ หากลูกรักมีทักษะ EF ที่แข็งแรง ไม่ว่าเขาจะเป็นโรคสมาธิสั้นจริงๆ หรือแบบเทียม ก็สามารถบรรเทาอาการให้หายได้ หรือลดความผิดปกติของพฤติกรรมและความรุนแรงของโรคได้อย่างอยู่หมัดค่ะ แต่จะทำอย่างไร Mumraisin สรุปมาให้แล้วค่ะ

รู้จักกับ โรคสมาธิสั้น

โรคสมาธิสั้น (ADHD) คือโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมองเพราะมีสารเคมีสำคัญบางตัวน้อยกว่าเด็กปกติ โดยจะมีผลต่อพฤติกรรม อารมณ์ การใช้ชีวิตและการเข้าสังคม และมักมีอาการมาตั้งแต่ก่อน 7 ขวบ และมีอาการต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 6 เดือน

สาเหตุ

เกิดได้จากหลายปัจจัย ดังนี้

  1. พันธุกรรม คุณพ่อคุณแม่เป็นโรคสมาธิสั้น
  2. สิ่งแวดล้อมกระตุ้น เช่น แม่สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า หรือขาดสารอาหาร รวมไปถึงได้รับสารเคมีอันตรายตอนตั้งครรภ์ ลูกขาดออกซิเจนก่อนและหลังคลอด เป็นต้น

สมาธิสั้น มีอาการอย่างไร

โรคสมาธิสั้นแบ่งได้ 3 ประเภท ดังนี้ค่ะ

  1. ขาดสมาธิ กลุ่มนี้จะมีอาการเฉื่อยชา ไม่จดจ่อ ความจำไม่ดี ไม่กระฉับกระเฉง
  2. ไม่อยู่นิ่ง กลุ่มนี้จะใจร้อน หุนหันพลันแล่น พูดไม่หยุด พูดมาก ยุกยิก อยู่ไม่สุข ชอบวิ่ง ตื่นเต้นง่าย ลุกเดินบ่อย
  3. แบบผสม พบได้บ่อย คือทั้งอยู่ไม่นิ่งและขาดสมาธิ ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ และส่วนมากมักมีอาการกทางโรคจิตเวชอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ออทิสติก เป็นต้น

ใช้ทักษะ EF ช่วยลูกเอาชนะ สมาธิสั้น

เราสามารถนำทักษะ EF มาช่วยกระตุ้นกลไกการทำงานของสมองที่บกพร่องไปดีขึ้น ทำให้ลูกรู้จักควบคุมตัวเองและอารมณ์ได้ดี ด้วย 5 วิธีต่อไปนี้

  1. ฝึกสมาธิ

ไม่ใช่การนั่งสมาธินะคะ แต่เป็นการบอกเขาเสมอว่าตอนนี้ทำอะไร อยู่ที่ไหน เพื่อให้เขาหยุดคิดและมีสติมากขึ้น นอกจากนี้ไม่ควรมีสิ่งเร้ามารบกวนภายในบ้านหรือมีให้น้อยที่สุด เช่น โทรทัศน์ โทรศัพท์ เป็นต้น

  1. ฝึกการวางแผน

คุณพ่อคุณแม่ควรจะเป็นผู้ช่วยคอยวางแผนให้ลูก เพราะเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะมีความจำที่ไม่ดี ดังนั้นจึงต้องคอยบอกขั้นตอนแบบง่ายๆ และต้องบอกล่วงหน้าเสมอ เพื่อให้เขาเข้าใจและเตรียมตัว

  1. ฝึกควบคุมตัวเอง

เด็กกลุ่มนี้จะมีปัญหาเรื่องการใช้อารมณ์ ใจร้อน โมโหง่าย รอไม่ได้ ดังนั้นจะต้องเน้นให้ลูกฝึกการรอคอย ความอดทน โดยเราสามารถใช้การเล่นเกมที่มีกติกาง่ายๆ มาช่วยฝึก รวมถึงการเล่นดนตรีก็เป็นอีกวิธีที่ดี

  1. ฝึกการฟัง

ด้วยการให้เขาฝึกจดบันทึกประจำวันทุกวัน เพื่อให้ลูกมีสมาธิจดจ่อมากยิ่งขึ้น เด็กเล็กก็ต้องพูดซ้ำๆ ทำซ้ำ หน่อยค่ะ ในวัยเรียนอาจใช้วิธีอัดเสียงการเรียนการสอน เพื่อให้เขากลับมาทบทวนฟังอีกรอบ นอกจากนี้เรายังสอดแทรกการฝึกในกิจกรรมสนุกๆ อย่างการเล่น กีฬา ดนตรี หรือศิลปะได้อีกด้วย

  1. ฝึกวินัย

โดยเริ่มจากการจัดบ้านให้สะอาดเป็นระเบียบเสมอ สอนและบอกเรื่องกิจวัตรประจำวันของลูกให้ชัดเจน เช่น เวลากินข้าวไม่เล่น นอนตอนกี่โมง เล่นเวลาไหน เป็นต้น นอกจากนี้ การมอบหมายงานบ้านให้เขารับผิดชอบก็เป็นอีกวิธีที่ดีค่ะ

สมองของเด็กที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะมีการทำงานที่ไม่เหมือนเด็กปกติ การสื่อสารหรือการเชื่อมโยงในสมองที่ต้องใช้ความซับซ้อน เช่น การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจจึงทำได้ไม่สมบูรณ์ เด็กๆ จึงมีปัญหาด้านการเรียนรู้ การเรียน แต่หากคุณพ่อคุณแม่นำทักษะ EF มาปรับใช้ มาฝึกร่วมกับการเลี้ยงดู หรือการรักษาด้วยยา ก็จะช่วยให้อาการของลูกดีขึ้นอย่างมาก ทำให้เขาสามารถเรียนหรือเข้าสังคม และมีความสุขมากขึ้นค่ะ


เรื่อง: Nantida

ข้อมูลจาก:

http://www.si.mahidol.ac.th/th/department/psychiatrics/dept_article_detail.asp?a_id=392

http://www.ku.ac.th/e-magazine/february48/know/samati.html

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

06 June 2017

ออกกำลังกายสไตล์นี้ ลูกชอบ!

ปิดทีวี เก็บไอแพด แล้วจูงมือลูกไปคลื่อนไหวร่างกายกันเถอะ มัมเรซิ่น ขอนำเสนอ 4 กิจกรรมสนุก รับประกันว่าลูกสนุกจนคุณแม่อาจต้องบอกว่า “พักบ้างดีไหมคะลูกกกก”

18 April 2018

คุณพ่อยังเด็ด หุ่นเผ็ชชชช!!! ในกางเกงว่ายน้ำ

พาเหรดคุณพ่อไทยเทศ เผ็ชชชชเกรดเต็ม 10!!! หุ่นแซ่บสะท้านในกางเกงว่ายน้ำรับร้อน