01 December 17

5 คาแรกเตอร์ของ “พ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์”

อยากเลี้ยงลูกให้เป็น “เด็กมั่นคงทางอารมณ์” แต่ถ้าพ่อแม่อารมณ์แกว่งไกวไปมา ก็คงไม่ดีแน่   ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ ชวนมาสำรวจตรวจดูสักนิดว่า “พ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์” หน้าตาเป็นอย่างไร พร้อมแล้วตาม Mumraisin ไปรู้จักกันเลย

ลูกเรา คือหนึ่งเดียว

พ่อแม่ที่มั่นคงทางอารมณ์จะยอมรับว่า ลูกคือ “ปัจเจก”  มีความเป็นตัวเองที่แตกต่างไม่เหมือนใคร  ต่อให้เลี้ยงลูกตามตำรา ก็ไม่คาดหวังว่าลูกจะต้องมีพฤติกรรมเป๊ะตามตำรา และไม่เปรียบเทียบลูกตัวเองกับคนอื่น เพราะยอมรับว่า มนุษย์ทุกคนล้วนมี “พื้นอารมณ์ ความคิด ความต้องการ ความฝัน และขีดจำกัดที่แตกต่างกัน”

ลูกอาจมีพฤติกรรมขวิดๆ เขวๆ ในบางเรื่อง ไม่เพอร์เฟ็คในบางโหมด หรือใช้เวลานานกว่าจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่พึงประสงค์  แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ทำให้พ่อแม่รักลูกน้อยลง เพราะเมื่อยอมรับตัวตนและข้อจำกัดของลูกแล้ว ก็สามารถรักลูกอย่างที่ลูกเป็น แม้ยังต้องเหนื่อยกับการสอนสั่งจอมดื้อ แต่เราก็รักจอมดื้อได้อย่างสุดหัวใจ

คอยแนะนำ แต่ไม่นำทาง

หน้าที่หลักของพ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์ ไม่ใช่ “คนนำทาง” ให้ลูกเดินตามในเส้นทางที่พ่อแม่คิดว่าดี แต่จะทำหน้าที่ “ดูแลให้ลูกมีความปลอดภัยทางกาย บ่มเพาะวินัยส่วนตัวและส่วนรวม สร้างภูมิคุ้มกันทางปัญญาให้รู้เท่าทันโลก และคอยให้คำแนะนำเมื่อลูกต้องการ” เพื่อสุดท้ายแล้ว ลูกจะเป็นผู้ “เลือก” เส้นทางที่เขาอยากเดินด้วยตัวเอง

หากเรามั่นใจว่าทำหน้าที่ของพ่อแม่อย่างเต็มที่แล้ว ก็ต้องปล่อยให้ลูก “เรียนรู้” และคอยดูแลอยู่ห่างๆ พร้อมจะเป็นกำลังใจ ไม่ทับถม และเป็นที่พึ่งพิงเมื่อยามหลงทาง… ครั้งหนึ่งสมุนตัวน้อยของ ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ พกความมั่นใจอยากใส่เสื้อกล้ามไปเดินห้างอันหนาวเหน็บ ลูกก็ได้สิทธิ์นั้น และ “เรียนรู้” ว่าเสื้อกล้ามคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดี แต่แหม… บังเอิ๊ญ บังเอิญ แม่พกผ้าพันคอมาพอดี แถมแม่ก็ใจดีให้ยืม ถ้างั้นรอบหน้าหนูจะไม่ลืมเสื้อหนาวแล้วล่ะ (หุๆๆ)

เลี้ยงลูกให้เป็น “มนุษย์” ไม่ใช่ “หุ่นยนต์”

พ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์จะ “ไม่กลัว” เมื่อลูก “ตั้งคำถาม สงสัย คิดแย้ง หรือ ไม่เห็นด้วยกับความคิดพ่อแม่”  เพราะต้องการเลี้ยงลูกให้เป็น “มนุษย์ขี้สงสัย” หมั่นตั้งคำถามต่อสิ่งรอบตัว เพราะนี่คือ คุณสมบัติแห่งการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด

สิ่งที่พ่อแม่กลัวมากกว่าคือ ลูกที่ทำตัวเป็นหุ่นยนต์รอป้อนคำสั่ง พร้อมทำตามผู้อื่นต้อยๆ ไม่กล้าคิดต่าง ไม่กล้าแสดงความเห็นตัวเอง เช่นนั้นแล้ว ลูกจะ “นำชีวิตและดูแลตัวเอง” ได้อย่างไร… หากวันหนึ่งลูกต้อง “ปฎิเสธสิ่งที่ไม่ถูกต้อง” เช่น เพื่อนชวนให้เสพยาเสพติด  แต่ลูกไม่อยากทำ ลูกจะกล้าคิดแย้งและแสดงความเห็นหรือไม่

ดังนั้นการเปิดโอกาสให้ลูกถามสิ่งที่สงสัย และรับฟังความเห็นแย้ง โดยไม่มองว่าลูกกำลังท้าทายพ่อแม่ หรือ เป็นเด็กจอมเถียง จะทำให้ลูกเรียนรู้ว่า การนำเสนอความคิดแย้งด้วยเหตุผลเป็น “เรื่องปกติที่พูดคุยกันได้” ไม่ใช่ “เรื่องชวนทะเลาะ” และความคิดเห็นของเขา คือ สิ่งที่พ่อแม่พร้อมรับฟังเสมอ

คือเพื่อนรู้ใจ คือหลังให้พึ่งพิง

พ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์ไม่จำเป็นต้องใช้อำนาจข่มลูก หรือเล่นบทบาท “ใครใหญ่กว่ากัน” ตลอดเวลา เพราะเราไม่ได้ต้องการรับบท “พ่อแม่ใจยักษ์” ที่คอยข่มขู่ให้ลูกเกรงกลัว หรือเป็นเพียงบุคคลน่าเกรงขามที่ยากเข้าถึง จนเกิดช่องว่างระหว่างเราและลูก

บทบาทที่เราอยากแสดงนำคือ “เพื่อนรู้ใจ”  ที่ลูกไว้ใจกล้าปรึกษาในยามที่ไม่สบายใจ และเป็น “หลังให้พึ่งพิง” ในยามที่เขาหลงทางหรือหาทางออกไม่ได้… ถ้าลูกคุยกับพ่อแม่ไม่ได้ แล้วจะให้เขาคุยกับใคร?

แถมเคล็ดลับอีกนิด “เพื่อนรู้ใจ” มักเป็น “ผู้ฟังที่ดี” มากกว่า “ผู้ขยันออกความเห็น” หรือ “เอาแต่สั่งสอน”  เหมือนเวลาเราปรึกษาเรื่องทุกข์ใจกับเพื่อนสนิท ถ้าเรายังพูดไม่จบ แล้วเพื่อนก็เอาแต่เทศนา เราคงโบกมือลา..าาา

ผิดพลั้ง คือ เรียนรู้

“ความผิดพลั้ง ความขวิดเขว” ที่ลูกต้องเผชิญ ไม่ใช่ “เรื่องเลวร้าย” ในสายตาของพ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์ เพราะสิ่งเหล่านี้คือ “บทเรียนแห่งชีวิตอันมีค่า” ที่ผ่านเข้ามาให้ลูกเรียนรู้ ฝึกรับมือ และสั่งสมไว้เป็นประสบการณ์ชีวิต เพื่อก้าวไปข้างหน้าให้รอบคอบ ปลอดภัย เท่าทันโลก และแกร่งขึ้น

พ่อแม่เหล่านี้จะไม่ตระหนกเมื่อเห็นลูกหกล้ม และไม่รีบวิ่งปรู๊ดเพื่อไปอุ้มลูก หรือเอามือตีพื้นเผียะๆ แล้วพูดว่า “นี่แน่ะ พื้นไม่ดี ทำลูกเจ็บ!”… แต่เลือกที่จะเดินไปดูว่าเป็นอย่างไร อยู่เคียงข้างในยามลูกพยายามลุกด้วยตัวเอง โดยไม่ทับถมหรือเทศนา ถ้าเลือดไหล ก็จะจูงมือกันไปทำแผล ทำซีนแห่งบทเรียนนี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาของชีวิต ที่คนเราต้องมีวันล้ม เจ็บ ลุก แก้ไข แล้วเดินต่อไปให้ได้…

 

มีคำคมหนึ่งกล่าวไว้ว่า “Your children will follow your example, not your advice.” – ลูกไม่ได้ทำตามคำแนะนำของเรา แต่จะทำตามเรา… เมื่อเราเป็น “พ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์” ​ การเลี้ยงลูกให้เป็น “เด็กมั่นคงทางอารมณ์” ก็เป็นเรื่องไม่ยากแน่นอน

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

07 March 2018

เสื้อผ้าเสริมหล่อ ให้ลูกชายวัยพรีทีน

เช็คลิสต์ 13 เสื้อผ้า ชิ้นเบสิกต้องมี ที่ลูกชายวัยพรีทีนต้องกดเลิฟรัวๆ

18 January 2018

ช้อปปิ้งไกด์ออนไลน์ บราแม่ลูกอ่อน

ชี้เป้าช้อปฯ บราดีไซน์สวย สวมสบายสำหรับให้นมลูก