11 June 18

ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่

ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ คำถามที่ต้องการคำตอบสำหรับลูกหลานที่เข้าสู่ภาวะโรคอ้วนในเด็ก


โรคอ้วนในเด็กสังเกตจาก
-น้ำหนักที่เพิ่มมากกว่าเกณฑ์ปกติ เช่น เด็กเล็กในวัยเตรียมอนุบาลควนมีน้ำหนักตัวเพิ่มปีละ 2-3 กิโลกรัม เป็นต้น
-หายใจเสียงดัง นอนกรนรวมถึงมีการหยุดหายใจขณะหลับ
-เท้าและเข่าไม่ชิดกันเวลายืนตรง
-ผิวหนังมีสีดำหนาบริเวณซอกคอ รักแร้ และขาหนีบ
-เหนื่อยง่ายเวลาวิ่งเล่น
อะไรทำให้อ้วน
-การทานอาหารมากเกินไป อาทิ ทารกได้รับนมทุกครั้งที่ร้อง การให้ปริมาณอาหารเสริมมากเกินไป การทานอาหารหลายมื้อและทานครั้งละมากๆ ชอบทานของหวาน น้ำหวาน ขนมกรุบกรอบ ขนมถุง และน้ำอัดลมบ่อย รวมทั้งพฤติกรรมการทานจุบจิบตลอดทั้งวัน
-ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ส่วนมากทานแล้วนั่งอยู่ที่หรือมีการขยับร่างกายน้อย
-เป็นกรรมพันธุ์ หมายถึงหากคุณพ่อคุณแม่อ้วนลูกก็มีโอกาสเป็นโรคอ้วนได้มากกว่าเด็กทั่วไป รวมถึงการดำรงชีวิตและการกินที่ลูกเห็นพฤติกรรมของคุณพ่อคุณแม่อยู่ตลอด
-โรคของต่อมไร้ท่อและโรคทางพันธุกรรมบางอย่าง


ผลเสียที่เกิดขึ้น
-เหนื่อยง่าย
-นอนกรนและอาจจมีภาวะหยุดหายใจเป็นช่วงๆ
-มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้
-เสื่องต่อการเกิดโรคหัวและหลอดเลือด และโรคความดันโลหิตสูง
-เสี่ยงต่อโรคกระดุกและข้อผิดปกติ
-ปวดขาเวลาเดินหรือยืนนานๆ
-มีแผลถลอกจากการเสียดสีที่ขาหนีบ
-มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคไขมันในเลือดสูง
-มีผลต่อระบบทางเดินอาหารและตับ
-เสี่ยงไขมันพอกตับ
-เสี่ยงต่อการขาดวิตามินดี
-มีผลต่อจิตใจหากโดนเพื่อนล้อ


แนวทางการรักษา
-ควบคุมปริมาณอาหารที่กิน งดของมัน ของทอด ของหวาน ขนม แล้วให้ทานผักมากขึ้น ส่วนผลไม้ให้เลือกทานชนิดที่ไม่หวาน
-ควรควบคุมเรื่องน้ำหนังตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตั้งแต่เล็กๆ เด็กทารกก็ควรให้กินนมแม่นานที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะนมแม่มีความหวานตามธรรมชาติอยู่แล้ว เมื่อหย่านมแม่ก็ควรเลือกให้ลูกทานนมจืด
-ควรเพิ่มการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับอายุเด็ก โดยให้เล่นกีฬาหรือมีกิจกรรมที่ได้ออกกำลังกายอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที เมื่อร่างกายเข้าที่แล้วจึงค่อยเพิ่มเวลา
-ควรเลี่ยงพฤติการการให้ลูกนั่งทำอะไรอยู่กับที่นานๆ เช่นให้เล่นเกมหรือดูทีวีหลังทานอาหารเสร็จ คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นให้ลูกทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน เช่น ชวนกันออกไปเดินเล่น หรือขี่จักรยานเล่นเป็นต้น

**หมายเหตุ การประเมินเรื่องภาวะโรคอ้วนนั้นเป็นเกณฑ์ปกติสากล ดังนั้นหากครอบครัวไหนสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงของลูกๆแล้วไม่แน่ใจ แม่มัมฯแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาที่ถูกต้องและปลอดภัยต่อลูกค่ะ**


เรื่อง : เมลดา ตงสาลี
รูป :  Patrick Fore on Unsplash
ข้อมูลจาก สมาคมกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย
https://www.bumrungrad.com/healthspot/August-2017/child-obesity http://www.paolohospital.com/chockchai4/healtharticle/fatboy01/
http://www.thaihealth.or.th/

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

09 July 2018

5 อาหารต้องห้าม ระหว่างตั้งท้อง

การตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของผู้หญิงก็ว่าได้ ลองมาดูกันค่ะว่าอาหารและเครื่องดื่มอะไรที่เป็น อาหารต้องห้าม คนท้องควรเลี่ยงอย่างเด็ดขาด

21 July 2017

6 เรื่องแปลกแต่จริง ของเบบี๋แรกเกิด

นี่ก็ว่าเตรียมตัวมาเยอะ แต่พอคลอดแล้ว ก็ยังมีเรื่องงงๆ กับลูกได้อี๊กกก(เสียงสูง) โดยเฉพาะ 6 เรื่องแปลกแต่จริง ที่มัมเรซิ่น จะมาบอกคุณแม่เสียแต่ตอนนี้