02 November 17

Hug Button หรือ “ปุ่มส่งกอด” เมื่อแม่แชร์ไอเดียสุดเวิร์คช่วยลูกรักวัยอนุบาลของเธอ

พ่อแม่เกือบทุกคนย่อมรู้ดีว่า ช่วงเวลาหนึ่งที่ยากเย็นชวนใจสลายที่สุดคือวันแรกๆ ของลูกที่เริ่มเข้าเรียนโรงเรียนอนุบาล การแยกจาก ความกังวล ความเศร้าสร้อยเพราะคิดถึงแม่ (และแม่ที่คิดถึงลูกเช่นกัน) เป็นเรื่องที่แม้ยากแสนยากก็ต้องรับมือและผ่านไปให้ได้… มีคุณแม่ท่านหนึ่งปิ๊งไอเดียง่ายแต่ดี ที่สำคัญมันได้ผล ช่วยได้ทั้งลูกน้อยและตัวเธอผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสวยงาม และเธอก็ใจดีที่มาแชร์กับ Mumraisin ค่ะ

ปุ่มส่งกอด

ปุ่มส่งกอด

ช่วงเวลาใจสลายของพ่อแม่หลายคนคือตอนไปส่งลูกน้อยที่โรงเรียนอนุบาลทุกเช้าแล้วเจ้าตัวเล็กเริ่มทำปากเบะ ก่อนจะร้องไห้จ้าและไม่ยอมปล่อยมือคุณง่ายๆ ต่อให้คุณจะกัดฟันทำใจแข็งเดินจากมาแต่การรู้ว่ามีสายตาอ้อนวอนมองตามอยู่และเสียงร้องที่ลอยลมตามหลังยิ่งทำให้พลังใจของคุณลดลงแทบเหลือศูนย์

แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดกับคุณแม่ลูกสามชาวอังกฤษอย่าง หลุยส์ มาลเล็ทท์ ที่ค้นพบวิธีที่แสนชาญฉลาดและน่าเอ็นดูในการปรามความกระวนกระวายของลูกน้อยที่ต้องแยกกับเธอเวลาไปโรงเรียน เธอเรียกมันว่า “ปุ่มส่งกอด” หรือ “Hug Button” นั่นเอง

“หลังจากที่ฉันไปอยู่เป็นเพื่อนลูกตอนเช้าที่โรงเรียนมาหลายวันแล้ว ลูกคนเล็กสุดของฉันก็เริ่มอยู่ที่โรงเรียนทั้งวันวันนี้เป็นวันแรก ฉันบอกได้ว่าเขารู้สึกอ่อนไหวเป็นพิเศษในเช้าวันนี้ เราเลยคุยกันและได้ไอเดียว่าเราจะเขียนรูปหัวใจคนละดวงลงบนมือของกันและกัน และเมื่อใครคนหนึ่งกดปุ่มหัวใจดวงนั้น ก็แปลว่ามันจะส่งกอดไปให้อีกคนหนึ่ง” มาลเล็ทท์อธิบายเกี่ยวกับรูปที่เธอแชร์ในโลกออนไลน์ ซึ่งเป็นรูปหัวใจสองดวงที่เหมือนกันซึ่งวาดอยู่บนมือของเธอและมือของลูกชายเธอ

เธอเล่าว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม็กซ์ ลูกชายวัย 4 ขวบของเธอร้องไห้และบอกว่าคิดถึงเธอหลังผ่านไปครึ่งวันที่โรงเรียน แต่การมีปุ่ม “ส่งกอด” นั้นช่วยได้จริงๆ  มาลเล็ทท์บอกว่าเธอวาดหัวใจสำรองอีกดวงไว้ที่แขนลูกชายของเธอด้วย “เผื่อดวงที่อยู่บนฝ่ามือจางลงระหว่างวัน”  เธอยังชาร์จพลังให้หัวใจสองดวงนี้ด้วยการเดินจูงมือกันไประหว่างทางไปโรงเรียน และเมื่อถึงเวลาไปรับลูก เธอก็ถามเขาว่า “ได้รับกอดที่แม่ส่งให้หรือเปล่า ซึ่งเขาจะตอบอย่างดีใจว่า ได้ครับ!`”
ช่างเป็นไอเดียที่ง่ายและน่าเอ็นดูเสียจริง และคล้ายคลึงกับหนังสือนิทานเด็กยอดนิยมเล่มหนึ่งเรื่อง The Kissing Hand ของ ออเดรย์ เพนน์

คุณแม่คนนี้ยังเล่าต่อว่า “ครั้งหนึ่งลูกชายของเธอบอกว่า ‘ผมกดปุ่มอยู่นานมากเลยครับแม่ แต่ผมไม่ร้องไห้นะ’ ฉันก็เลยตอบเขาไปว่า ‘อ๋อ นั่นต้องเป็นกอดแน่นๆ ที่แม่รู้สึกแน่ๆ เลย แล้วลูกได้รับกอดแน่นๆ จากแม่หรือเปล่าจ๊ะ?’ ซึ่งเขาก็ตอบอย่างร่าเริงว่า ‘ได้ครับ’” จากนั้นเป็นต้นมา เธอก็เริ่มสบายใจและวางใจได้มากขึ้นว่าลููกน้อยของเธอจะมีความสุขกับการไปโรงเรียนมากขึ้นแล้ว ในขณะที่เธอเองกลับคิดถึงการมีเขาป้วนเปี้ยนอยู่ด้วยที่บ้านเหมือนช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ลองใช้วิธีนี้ดูถ้าลูกน้อยของคุณมีอารมณ์อ่อนไหวเวลาไปโรงเรียนเหมือนลูกชายของคุณแม่ลูกสามคนนี้ แล้วอย่าลืมสังเกตดูแล้วกันว่า ใครกันจะเป็นคนที่กดเจ้าปุ่ม “ส่งกอด” นี้มากกว่ากัน คุณหรือลูกน้อยกันแน่


ข้อมูลจาก: parents.com

ภาพจาก: The Mother Load

 

Share
This Article

Related Article

25 July 2017

ลูกดื่มน้ำไม่พอ ส่งผลกระทบต่อสมองได้

ร่างกายคนเราต้องการมีน้ำเป็นส่วนประกอบถึง 60% น้ำจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฟังก์ชั่นต่างๆ ของร่างกายทำงานอย่างปกติและราบรื่น

01 December 2017

5 คาแรกเตอร์ของ “พ่อแม่มั่นคงทางอารมณ์”

ความเป็นพ่อแม่ที่มีความมั่นคงทางอารมณ์นั้น “คูล” นัก…ที่สำคัญ ลูกรักจะก็อปเราไปเต็มๆ ไปดูกันว่ามีลักษณะอย่างไรบ้างค่ะ

18 October 2017

ส่งต่อเมนูทรงโปรดของพ่อหลวง สู่เมนูที่ลูกรักต้องกินแล้วอยากกินอีก

เชฟน่าน นำแรงบันดาลใจจาก 3 เมนูทรงโปรดของพ่อหลวง มาปรุงด้วยใจของคนเป็นพ่อ ส่งต่อให้ลูกลูกอิ่มอร่อย