16 August 17

Must Read!! 10 ข้อแนะนำ “ป้องกันลูกในท้องพิการ”

“ลูกในท้องจะพิการไหม” เป็นคำถามที่คุณแม่ถามหมอมากที่สุด

อันที่จริงโอกาสที่ทารกพิการใหญ่ ๆ มีไม่มากหรอกนะคะ จากฝีมือการคัดเลือกของธรรมชาติ เลือกอสุจิตัวที่แข็งแรงสมบูรณ์ที่สุด 1 ตัวในบรรดาประมาณ 100 ล้านตัว เลือกไข่ 1 ใบ จากจำนวนไข่เป็นหมื่นๆ ใบมาปฏิสนธิกัน

อย่างไรก็ตามก็ยังพบความพิการใหญ่ๆ ร้อยละ 2-4 ความพิการเล็กๆ ร้อยละ15-35 โดยความพิการใหญ่ๆ หมายถึง หากเป็นแล้วอาจเสียชีวิต หรือจำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข ส่วนความพิการเล็กๆ เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นเล็กน้อย ไม่ทำให้เสียชีวิต เพียงแตต่ทำให้ดูไม่สวยงาม ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดแก้ไข

ตัวอย่างความพิการใหญ่

อาจเกิดได้ในทุกส่วนของร่างกาย เช่น

  • ประสาทสมอง ไม่มีสมอง ไม่มีกะโหลกศีรษะ โรคหัวบาตร (Hydrocephaly) ศีรษะเล็ก (Microcephaly)
  • ปาก หู คอ จมูก ปากแหว่ง เพดานโหว่ ลิ้นใหญ่ ลิ้นเล็ก ไม่มีใบหู ไม่มีรูหู ไม่มีลูกตา เปลือกตาพิการ มีถุงน้ำที่คอ (Cystic Hygroma)
  • ลำตัว บวมน้ำ (Hydrop fetalis) อกบุ๋ม (pectus excavatum) ไม่มีกระดูกบางชิ้น โรคงวงช้าง (Encephalocele) กระดูกสันหลังไม่ปิด (Meningomyelocele) ไม่มีผนังหน้าท้อง (Omphalocele, Gastrochisis)
  • อวัยวะเพศ เพศกำกวมแยกไม่ออกระหว่างหญิงชาย
  • แขนขา ไม่มีแขน ไม่มีขา ไม่มีนิ้ว นิ้วติดกัน นิ้วเกิน กระดูกแขน กระดูกขาฝ่อหาย กระดูกบิดเบี้ยว
  • หัวใจและหลอดเลือด หัวใจพิการ ผนังหัวใจรั่ว ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว เส้นเลือดใหญ่ผิดปกติ ฯลฯ

ฟังดูน่ากลัวนะคะ แต่ทารกพิการส่วนหนึ่งไม่รอดชีวิต ที่รอดชีวิตก็อาจผ่าตัดแก้ไขได้ ตัวอย่างความพิการเล็ก เช่น หน้าผากนูน (Frontal bossing) ตาชี้เฉียง หนังตาตก ดั้งจมูกยุบ หูเล็ก มีติ่งตามผิว ลิ้นติด เอ็นยึดใต้ลิ้นสั้น กรามเล็ก คอสั้น ลูกอัณฑะไม่ลงถุง ขาโก่ง มีไฝ มีปาน สีผิวผิดปกติ ฯลฯ

สาเหตุที่ทำให้ทารกพิการ

ความพิการที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ไม่ทราบสาเหตุทำให้การป้องกันไม่ได้ผล สาเหตุใหญ่ๆ เกิดจากพันธุกรรม กับสิ่งแวดล้อม หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน

พันธุกรรม เกิดจากหน่วยพันธุกรรม หรือโครโมโซมผิดปกติ ที่รู้จักกันมากคือ กลุ่มทารกเด็กดาวน์ ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากแม่อายุมาก อีกส่วนหนึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ของหน่วยพันธุกรรม(Genes)

 

สิ่งแวดล้อม เกิดจาก

  1. โรคประจำตัว ทารกอาจพิการร่างกาย ระบบหัวใจ ประสาทสมอง ปัญญาอ่อน เช่น คุณแม่อ้วนมาก อายุมาก เป็นโรคเบาหวาน โรคเลือดธาลัสซีเมีย โรคเฟนนิลคีโตนยูเรีย (Phenylketonuria)
  2. การติดเชื้อ เชื้อโรคหลายชนิดทำให้ทารกตาย พิการ สมองเล็ก หูหนวก ตาบอด ปัญญาอ่อน และพิการอื่นๆ เช่น เชื้อทอกโซพลาสโมซีส (Toxoplasmosis), ซิฟิลิส, งูสวัด , หัดเยอรมัน, เริม, ไซโตเมกาโลไวรัส (Cytomegalo Virus), พาร์โวไวรัส บี 19 (Parvo virus B19) , ซิก้าไวรัส เป็นต้น
  3. รับสารที่ทำให้ทารกพิการ (Teratogens) เช่น สารตะกั่ว ปรอท ความร้อน รังสีเอกซเรย์ แอลกอฮอล์
  4. รับประทานยาที่ทำให้ทารกพิการ เช่น ยากลุ่มลดความดันโลหิต(ACE inhibitors), ยากันชัก , สารเคมีบำบัดรักษามะเร็ง, กรดวิตามินเอ รักษาสิว (Isotretinoin), ยารักษาเชื้อรา (Fluconazole), สารพลอสต้าเกลนดิน (Misoprostol), ยาแก้อาเจียนทาลิโดไมด์ (Thalidomide) เป็นต้น

สำหรับสาร และยา ที่ทำให้ทารกพิการ ทารกจะพิการที่อวัยวะใด มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับ รับ

สารหรือยานั้นๆ มากเท่าไหร่ นานแค่ไหน ตอนอายุครรภ์เท่าไหร่ ทารกกำลังสร้างอวัยวะอะไร  เช่น ทารกสร้างระบบประสาทสมอง ในวันที่ 19 -27 หลังการปฏิสนธิ หากรับสารช่วงนี้ ทารกอาจตาย หรือพิการระบบประสาทสมอง ทารกสร้างแขนขาวันที่ 30 หลังการปฏิสนธิ หากรับสารช่วงนี้ อาจแขนขากุด หรือหายบางส่วน

10 ข้อแนะนำ วิธีป้องกันทารกพิการ  

ไม่มีวิธีป้องกันที่ได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์ และไม่สามารถตรวจพบความพิการได้ 100% แต่มีข้อแนะนำดังนี้ค่ะ

  1. ทบทวนให้ดีก่อนตัดสินใจ: ไม่ควรปล่อยให้ตั้งครรภ์หากคุณแม่เสี่ยงต่อการเกิดทารกพิการ เช่นเป็นโรคเบาหวาน โรคเลือดธาลัสซีเมียโรคเฟนนิลคีโตนยูเรีย อ้วนมาก ท้องที่แล้วมีทารกพิการที่อาจเกิดซ้ำ
  2. คุยกับหมอสูติก่อนไหม: ปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ ถึงความเสี่ยงต่อการเกิดเด็กพิการ
  3. ผูกมิตรกับโฟเลท: รับประทานสารโฟเลท ก่อนตั้งครรภ์ 1-2 เดือน
  4. เรื่องที่ต้องทำทันที: ฝากครรภ์แต่เนิ่น ๆ ก่อนการตั้งครรภ์สามเดือน หรือทันทีที่ทราบว่าตั้งครรภ์
  5. เรื่องต้องระวัง-หลีกเลี่ยง: ขณะปล่อยให้ตั้งครรภ์ ไม่ควรรับประทานยาหรือสารเคมี ที่อาจทำให้ทารกพิการ
  6. หาหมอเสมอ: ขณะตั้งครรภ์ หากเจ็บป่วยควรพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยให้หายเอง หรือซื้อยารับประทานเอง
  7. ตรวจคัดกรอง-เรื่องจำเป็น: ปรึกษาแพทย์ตรวจคัดกรองความพิการของเด็กทารก เช่น ตรวจฮอร์โมนของทารกในเลือดแม่ (Quad test) ตรวจหาดีเอ็นเอของทารกในเลือดแม่ (Cell-free DNA)
  8. อัลตร้าซาวนด์เถอะ: ตรวจอัลตร้าซาวนด์ทารก ช่วงอายุครรภ์ 11-14 สัปดาห์ ร้อยละ 50 จะตรวจพบความพิการได้ และตรวจติดตามตอนตั้งครรภ์ 5-8 เดือน
  9. ทำอย่างไรเมื่อเสี่ยงสูง: ปรึกษาแพทย์ตรวจวินิจฉัยทารกพิการ ในกรณีที่คุณแม่เสี่ยงสูง เช่น ตรวจเลือดทารกในครรภ์ (Cordocentesis), เจาะชิ้นส่วนรก (Chorionic villus sampling), เจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis)
  10. หนักแน่นก่อนตัดสินใจ: หากพบว่าทารกในครรภ์พิการ พ่อแม่ควรทำใจให้หนักแน่น ทุกอย่างมีทางออก แพทย์จะให้คำปรึกษา พ่อแม่เป็นคนตัดสินใจ เช่น แก้ไขความพิการภายหลัง หรือยุติการตั้งครรภ์

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

11 November 2017

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 12-18 พฤศจิกายน 2560

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 12-18 พฤศจิกายน ครบทั้งเรื่องครอบครัว งาน-เงิน ลูกรัก หรือเรื่องเลิฟๆ สัปดาห์นี้ดวงดีไหม ต้องระวังเรื่องไหนบ้าง มาดูกัน

24 September 2017

คุยกับ “ชีวัน วิสาสะ” ครูผู้รังสรรค์นิทานให้มีชีวิต

​หากนิทานคือเครื่องมือพัฒนาเด็กที่สำคัญ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเครื่องมือนี้ย่อมมีความสำคัญยิ่งกว่า มัมเรซิ่นขอชวนแม่แม่ มาพูดคุยกับ “ครูชีวัน วิสาสะ” นักสร้างสรรค์นิทานชื่อดังของไทย พร้อมเทคนิคเล่านิทานให้ลูกฟังอย่างมีความสุข