16 November 17

“ลูกตัวเตี้ยหรือไม่” ใครกำหนด??

หลังจากที่หมอได้เขียนถึงเรื่องปัญหาการกินของลูก ทั้งลูกกินยากและลูกกินเยอะ (เกิน) ซึ่งเป็นปัญหาท็อปฮิตติดอันดับเรื่องชวนกังวลของคนเป็นพ่อแม่ไปแล้ว คราวนี้ป้าหมอขวัญจะมาแชร์อีกหนึ่งเรื่องกังวลอินเทรนด์แท้ๆ ของพ่อแม่อีกเรื่อง นั่นคือกังวลว่า “ ลูกตัวเตี้ย ” นั่นเองค่ะ

อีกหนึ่งในความกังวลของคุณพ่อคุณแม่ที่ต่อเนื่องมาจากปัญหาลูกกินยาก ก็คือกังวลว่าลูกจะตัวเตี้ย นี่ล่ะคือความทุกข์ที่เกิดจากความรักของผู้เป็นพ่อเป็นแม่โดยแท้… หมอขอแชร์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้สู่กันฟัง  ด้วยหวังอยากให้คุณพ่อคุณแม่คลายความกังวลใจ และจะได้รับมือกับเรื่องนี้อย่างถูกวิธีต่อไปค่ะ

  • เด็กจะมีพัฒนาการการเจริญเติบโตที่มากที่สุดในช่วงขวบปีแรก นํ้าหนักจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่าจาก
    นํ้าหนักแรกเกิด ส่วนสูงจะเพิ่มขึ้นประมาณ 25 ซม. และก็ไม่จำเป็นเสมอไปที่เด็กที่เกิดมาด้วยนํ้าหนักตัวเยอะ จะเป็นเด็กที่ตัวใหญ่ตลอด หรือเด็กที่คลอดมานํ้าหนั กตัวน้อยจะเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก กินยากเสมอไป
  • หลังจาก 1 ปีไป ความสูงของเด็กจะเพิ่มขึ้นปีละ 6-8 ซม. และจะไปสูงมากๆ อีกครั้งตอนช่วงจะเข้าสู่วัยรุ่นซึ่งเด็กผู้หญิงจะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นเร็วกว่าเด็กผู้ชายเล็กน้อย เด็กผู้หญิงเข้าสู่วัยรุ่นโดยเฉลี่ยที่อายุ 8-11 ปี ส่วนเด็กผู้ชายเข้าสู่วัยรุ่นที่อายุ 9-13 ปี ช่วงที่เข้าสู่วัยรุ่นนี้ความสูงจะเพิ่มขึ้นปีละ 9-12 ซม.
  • ในช่วงอายุ 2-10 ปี ถ้าความสูงของลูกเพิ่มขึ้นน้อยกว่า 5 ซม./ปี อาจต้องปรึกษากุมารแพทย์เฉพาะทางเพื่อหาสาเหตุและแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ
  • ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กที่สำคัญ ได้แก่ พันธุกรรม, ภาวะโภชนาการอาหาร, การออกกำลังกายที่เหมาะสม, และการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ โดยปัจจัยทั้งหมดนี้จะมีอิทธิพลรวมๆ กัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจัยที่เราไม่สามารถควบคุมกำหนดปฏิบัติได้ คือพันธุกรรมเท่านั้น ส่วนปัจจัยอื่นๆ เป็นสิ่งที่เราบริหารจัดการได้
  • ภาวะโภชนาการอาหาร หมายถึงการให้ลูกได้รับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบ 5 หมู่ ไม่มีอาหารชนิดใดชนิดหนึ่งที่แนะนำเป็นพิเศษที่จะช่วยให้ลูกสูงได้นะคะ ลูกต้องได้รับสารอาหารที่สมดุลย์เท่านั้น

  • การออกกำลังกายที่เหมาะสม ต้องมีอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ และครั้งละอย่างน้อย 30 นาที ควรเป็นการออกกำลังกายที่ร่างกายมีการเคลื่อนไหวทุกส่วน เช่น วิ่ง ว่ายนํ้า เทนนิส แบดมินตัน เตะบอล ขี่จักรยาน เป็นต้น

  • การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอจะทำให้มีการหลั่ง growth hormone อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกควรนอนหลับได้สนิทในบรรยากาศห้องนอนที่ดี ควรนอนให้ได้อย่างน้อย 8-10 ชั่วโมง/วัน และหลับได้ลึกช่วง 5 ทุ่มถึงตี 1
  • การปฏิบัตินี้ควรทำอย่างต่อเนื่อง และเริ่มฝึกลูกตั้งแต่อายุน้อยๆ ให้เป็นกิจวัตร ตารางเวลานาฬิกาชีวภาพเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถ้ามาเริ่มปฏิบัติตอนช่วงเข้าสู่วัยรุ่นจะไม่ได้ผล
  • ที่มักเป็นข้อสงสัยกันว่า การรับประทานอาหารบางชนิดมากเกินไปจะทำให้ลูกเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว เช่น ไก่ หรือถั่วเหลืองนั้น ยังไม่มีหลักฐานยืนยันที่แน่นอน ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรจัดสรรอาหารหลายๆ ชนิดสลับสับเปลี่ยนให้ลูก และหลีกเลี่ยงอาหารขยะ (junk food) ที่อาจก่อโทษได้
  • ลูกจะสูงหรือไม่สูงขึ้นกับการเลี้ยงดูของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องเข้าใจและคอยส่งเสริมลูกด้านต่างๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใด… ความสามารถ มารยาท ความมีนํ้าใจของลูกต่อผู้อื่นก็เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างสรรค์ให้ลูกด้วยนะคะ

อ่านบทความของป้าหมอขวัญ เพิ่มเติมได้ที่ Dear Doctor

Share
This Article

Related Article

03 July 2017

ย้ายบ้านบ่อยแค่ไหน ครอบครัวเราก็แฮปปี้

ทำไมเราต้องย้ายบ้าน แล้วเจ้าตูบจะได้ไปกันเราไหม ตามด้วยคำถามอื่นๆ อีกมากมาย ที่ต้องเตรียมตอบ มัมเรซิ่นมีวิธีการเตรียมรับมือ เพื่อให้ภารกิจย้ายที่อยู่ ลุล่วงโดยไม่ทำร้ายความรู้สึกลูก

30 August 2017

โปรดฟัง-อ่าน-แชร์ 9 วิธีตั้งครรภ์ให้ปลอดภัย จาก 5 ภาวะเสี่ยงอันตราย

แม่ๆ รู้มั้ย ว่ามี 5 ภาวะอันตรายที่ทำให้แม่ท้องต้องเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต แต่ข่าวดีคือ ความเสี่ยงทั้งหมดล้วนเรียนรู้และระวังป้องกันได้

22 July 2017

เด็กแต่ละวัยต้องนอน วันละกี่ชั่วโมง (แรกเกิดถึง 12 ขวบ)

ลูกๆ ของชาวมัมเรซิ่น อายุเท่าไหร่กันบ้างคะ save ทุกภาพเก็บไว้เป็นไกด์ “การนอนแบบมีคุณภาพ” ได้ทุกช่วงวัยเลยค่ะ #แม่มัมฯแจกภาพน่ารักแม่แม่รีบเซฟรัวรัว