19 December 17

3 วิธีรับมือเวลาลูกเป็นเด็กเลี้ยงแกะ

การปรับนิสัยให้ลูกเลิกพูดโกหกนั้นเป็นเรื่องที่แสนท้าทาย เพราะในขณะที่เราพร่ำสอนว่าการโกหกเป็นสิ่งไม่ดี เด็กๆ กลับได้เห็นการโกหกจากสิ่งรอบตัว (ทีวี ภาพยนตร์ และหนังสือ) จนดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา แถมในบางครั้งพวกเขายังเห็นพ่อแม่โกหกกับคนรอบข้างอีกด้วยแม้จะทำลงไปเพื่อแสดงความสุภาพก็ตามที จนการพูดโกหกสำหรับเด็กๆ บางคนก็กลายมาเป็นปัญหาเรื้อรัง

เมื่อเด็กๆ โกหก ปฏิกิริยาที่ผู้ใหญ่มีต่อพวกเขาก็คือการอธิบายว่าทำไมมันถึงผิดและอาจแถมด้วยบทลงโทษ แต่ถ้าอยากปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของเด็กๆ แล้ว เชื่อเถอะว่าวิธีที่ว่ามานั้นไม่ได้ผลหรอก  Mumraisin จึงอยากชวนคุณให้ลองใช้เครื่องมือสามอย่างนี้ในการแก้นิสัยเด็กเลี้ยงแกะของลูกดู  แม้ต้องใจเย็นและทำอย่างต่อเนื่อง แต่ให้ผลดีในระยะยาวมากกว่า

1. ชื่นชมเมื่อลูกพูดเรื่องจริง

ลองกระตุ้นให้ลูกเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนให้ฟังทุกเย็น จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ แต่ที่สำคัญคือต้องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและเมื่อลูกของคุณทำตามโดยดี อย่าลืมชมเขาอย่างกระตือรือร้นโดยเจาะจงลงไปให้ชัด เช่น “เยี่ยมไปเลยที่ลูกเล่าให้พ่อกับแม่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นตรงกับคำถามที่พ่อแม่อยากรู้!” จากนั้นกอดลูกหรือแปะมือกับเขาอีกหน่อย  ถ้าลูกของคุณพูดอะไรก็ตามที่เป็นความจริงออกมาระหว่างวัน ก็อย่าลืมชมพฤติกรรมเชิงบวกนั้นด้วย ตั้งเป้าว่าจะทำให้ได้หนึ่งถึงสองครั้งต่อวัน  แต่ถ้าคุณบังเอิญ “จับ” ได้ว่าลูกโกหก ก็บอกให้เขารู้อย่างตรงไปตรงมาว่าคุณไม่เห็นด้วยกับคำพูดนั้น เช่น “นั่นไม่ใช่เรื่องจริงนี่นาและอาจทำให้ลูกเจอปัญหาได้ถ้าลูกพูดแบบนี้นอกบ้านนะจ๊ะ จะดีกว่าถ้าลูกพูดตามความจริงนะ”

2. ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

ต่อให้คุณสอนจนปากเปียกปากแฉะว่าการพูดไม่จริงเป็นสิ่งไม่ดี แต่นั่นไม่ได้ผลเท่ากับการที่คุณทำให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง อย่าลืมสิคะว่าเด็กๆ เรียนรู้จากการเลียนแบบการกระทำของผู้ใหญ่มากกว่าฟังสิ่งที่ผู้ใหญ่พูด เพราะฉะนั้น คุณเองก็ควรพูดความจริงออกมาอย่างเปิดเผยชัดเจน คุณอาจจะเริ่มจากการเล่าเรื่องที่เคยเกิดขึ้นตอนคุณเป็นเด็กหรืออะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างวันนั้นให้ลูกฟัง โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องดราม่าอะไรเลย อีกหนึ่งทางเลือกคือการเล่นเกมเล่าเรื่องจริงระหว่างกินมื้อเย็น โดยให้แต่ละคนเล่าเรื่องอะไรก็ได้ที่เกิดขึ้นจริงๆ ในวันนั้นให้กันฟัง แล้วอย่าลืมชมลูกด้วยถ้าเขายอมเล่นตามกฎ แม้ว่าปกติแล้วเขาจะชอบเล่าเรื่องโกหกก็ตาม

3. ลดบทลงโทษที่ยิ่งใหญ่และการเทศนาสั่งสอนลง

เพราะวิธีนี้ไม่ได้มีแนวโน้มว่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมหรือพัฒนานิสัยในแบบที่คุณหวังได้  ทันทีที่คุณอ้าปากเตรียมเทศน์เด็กๆ พวกเขาก็พร้อมจะปิดหูและไม่รับฟังสิ่งที่เคยได้ยินซ้ำๆ มาหลายสิบครั้งแล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความถึงการไม่ใส่ใจแล้วปล่อยให้การพูดโกหกลอยนวลไปได้หรอกนะคะ ทางที่ดีคือ สำรวจตัวเองก่อนว่าคุณหัวเสียแค่ไหนเมื่อจับได้ว่าลูกโกหก ถ้าคุณอารมณ์ไม่ดีมาก เราแนะนำว่าควรส่งลูกไปอยู่อีกห้องแล้วรอให้คุณใจเย็นลง เมื่อคุณเรียกสติได้แล้ว ค่อยเรียกลูกมาคุยก่อนจะพูดให้กระชับและตรงเป้า ว่าคุณได้ยินเขาพูดเช่นนี้แต่คุณรู้ว่าความจริงเป็นอีกแบบหนึ่ง แล้วลองถามลูกตรงๆ ว่า อะไรทำให้เขารู้สึกว่าต้องพูดโกหก (เพื่อที่คุณจะได้รับรู้ว่าปัญหาของลูกคืออะไร เขาถึงเลือกแก้ปัญหานั้นด้วยการโกหก) โดยที่คุณต้องเปิดใจรับฟังสิ่งที่เขาพูดแทนที่จะพูดแทรกเขา ก่อนจะกำหนดบทลงโทษที่ชัดเจนแต่ไม่หักหาญน้ำใจเกินไป เช่น ถ้าลูกยังพูดไม่จริงเรื่องทำการบ้านอีก ลูกจะไม่ได้อ่านการ์ตูนในช่วงสุดสัปดาห์  แนะนำว่าควรเลือกใช้บทลงโทษเบาๆ เช่น การตำหนิ การจำกัดสิทธิพิเศษที่เขาเคยได้เป็นเวลาสั้นๆ หรือการไทม์เอาท์ในช่วงสั้นๆ แทนที่จะใช้บทลงโทษรุนแรงหรือยาวนาน เช่น การตะโกนใส่หน้าลูก หรือการยึดข้าวของนานหลายสัปดาห์ ตลอดจนการตี เพราะนั่นจะยิ่งทำให้ลูกปิดประตูใส่คุณมากขึ้น และคุณอาจจะไม่มีโอกาสได้รับรู้เหตุผลเบื้องหลังการโกหกของลูกอีกเลย

Share
This Article

Related Article

22 August 2017

เคล็ดลับเพิ่มโอกาสท้อง มีลูกสมใจ

ทำอย่างไรถึงจะมีลูกได้ไวทันใจ มาดูเคล็ดลับดีๆ ที่จะทำให้คุณแม่มีลูกสมใจเสียทีกันดีกว่า

24 August 2017

Mummy Style Icon : Angelina Jolie

แองเจลีน่า โจลี่ จากสาวแสบซ่าสู่สุดยอดคุณแม่นานาชาติ

19 January 2018

Meet The Doctor: กลุ้มใจเรื่อง พี่น้องทะเลาะกัน เราควรไกล่เกลี่ยอย่างไรดีคะ ที่ไม่ให้ลูกเสียใจทั้งคู่

Meet The Doctor: กลุ้มใจเรื่องพี่น้องทะเลาะกัน เราควรไกล่เกลี่ยอย่างไรดีคะ ที่ไม่ให้ลูกเสียใจทั้งคู่ มาอ่านคำตอบจากนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ กันค่ะ