05 July 18

Meet the Doctor: ทำอย่างไร เมื่อลูกวัย 2 ขวบมักกรีดร้องเมื่อไม่ได้ดั่งใจ

Q: ลูกวัยสองขวบกว่ามักจะกรีดร้องเมื่อไม่ได้ดั่งใจ อยากให้คุณหมอช่วยแนะนำวิธีการปรับพฤติกรรมลูกค่ะ

A:ทารกวัยขวบปีแรก เป็นวัยที่ยังต้องการความช่วยเหลือจากคุณพ่อคุณแม่หรือผู้เลี้ยงดู เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เมื่อลูกโตขึ้น เข้าสู่ขวบปีที่ 2 ลูกจะมีพัฒนาการทางด้านการเคลื่อนไหวที่เก่งมากขึ้น เดินและปีนป่ายได้เก่งขึ้น รู้เรื่องมากขึ้น เข้าใจความต้องการของตนเองมากขึ้น แต่การควบคุมอารมณ์และการแสดงออก รวมทั้งการสื่อสารยังพัฒนาตามไม่ทัน ดังนั้นการแสดงถึงความต้องการหรือไม่ต้องการของเค้า (การถูกขัดใจ) จึงเป็นการแสดงทางภาษากายเป็นหลัก ได้แก่ ตีผู้อื่น ทำร้ายตัวเอง (ตีอกชกหัวตัวเอง) กรีดร้อง และลงไปนอนดิ้นกับพื้น

๐ ข้อแนะนำในการรับมือและปรับพฤติกรรมการเอาแต่ใจของลูก…

ก่อนอื่นคุณแม่ต้องทราบและเข้าใจว่า พฤติกรรมของเด็กวัย 2 ขวบ ที่เรียกว่า terrible two เป็นอย่างที่ป้าหมอเกริ่นมาตอนแรก ลูกจะเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางของเรื่องทั้งหมด และยังรอคอยไม่เป็น เพราะเมื่อตอนเขายังเล็กอยู่ คุณพ่อคุณแม่จะตอบสนองลูกทุกครั้งที่ลูกร้องไห้ ทำให้ลูกเรียนรู้โดยสัญชาติญาณว่าเสียงร้องไห้เป็นสิ่งที่มีอิทธิพลใช้สื่อความต้องการได้

  1. คุณพ่อคุณแม่อาจไม่จำเป็นต้องตอบสนองลูกทุกครั้งที่ลูกร้องไห้ โดยเฉพาะถ้าการร้องไห้นั้นเป็นการเรียกร้องความสนใจแบบไม่มีเหตุผลสมควร เพื่อให้ลูกค่อยๆ เรียนรู้ว่าไม่สามารถใช้การกรีดร้องหรือทำร้ายผู้อื่นมาเรียกร้องสิ่งที่ต้องการได้
  2. คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรใช้การตำหนิหรือคาดโทษ ดุว่าลูก แต่ควรเบี่ยงเบนความสนใจของลูกไปยังสิ่งอื่น เมื่อลูกเริ่มมีอาการที่ไม่ได้ดั่งใจ เช่น ลูกอยากเล่นพัดลมแล้วถูกห้ามไม่ให้เอามือไปแหย่ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจใช้วิธีชี้ไปข้างนอกให้ดูนกหรือเครื่องบิน แล้วค่อยๆ พาเดินออกไปจากที่นั้นแทน
  3. ค่อยๆ ฝึกให้ลูกเรียนรู้ที่จะอยู่ในกฎเกณฑ์อย่างง่ายๆ หรือรู้จักการรอคอยช่วงสั้นๆ โดยมีคำชมเล็กน้อยเป็นกำลังใจ เมื่อลูกทำได้ (ไม่จำเป็นต้องได้สิ่งของเป็นรางวัลเสมอไป)
  4. ห้ามยั่วหรือแหย่ให้เด็กโกรธ ซึ่งกรณีนี้มักเกิดขึ้นบ่อยๆโดยที่ผู้ใหญ่เองก็นึกไม่ถึง นึกเพียงแค่ว่า เอ็นดูเด็กอยากหยอกล้อเล่นกับเด็กเฉยๆ (อาจมองข้ามหรือลืมนึกไปว่า เด็กฟังรู้เรื่องและมีอารมณ์ ความรู้สึกได้เหมือนผู้ใหญ่เช่นกัน) เช่น สัญญาว่าจะให้ของเล่นหรือให้ขนม เมื่อเด็กไหว้ขอบคุณก่อน แต่เมื่อเด็กไหว้แล้วก็แกล้งแหย่ว่าไม่ให้ ให้ไหว้แล้ว ไหว้อีกตั้งหลายครั้ง ก็ยังไม่ให้ เป็นต้น
  5. ส่งเสริมให้ลูกมีกิจกรรมที่ใช้ความสามารถหลายๆด้าน เช่น เตะบอล เล่นบทบาทสมมุติ ต่อแผ่นภาพอย่างง่ายๆ เพื่อเพิ่มทักษะด้านการใช้กล้ามเนื้อ ด้านการสื่อสารและเป็นการเริ่มฝึกให้ลูกมีความพยายามที่จะทำกิจกรรมให้สำเร็จได้ด้วยตัวเอง เป็นการสร้างความมั่นใจให้ลูกมากขึ้น
  6. พยายามสอนให้ลูกช่วยเหลือตัวเองได้มากขึ้น ในกิจกรรมประจำวัน เช่น เมื่อถอดเสื้อผ้าแล้วให้เอาไปใส่ตะกร้าเอง หรือเมื่อลูกทำน้ำดื่มหก ก็ให้ลูกเอาผ้ามาเช็ดเอง
  7. หลีกเลี่ยงภาพที่มีการใช้เสียงดัง กรีดร้อง ให้ลูกเห็น แม้ว่าอาจจะเป็นทางอ้อม จากละครทีวีที่ผู้ใหญ่ดู แต่เด็กกลายเป็นผู้บริโภคสื่อโดยปริยายไปด้วย

terrible two ถือเป็นพัฒนาการขั้นตอนหนึ่งที่เป็นเรื่องปกติ ที่ลูกจะก้าวข้ามจากวัยทารกมาสู่วัยที่โตขึ้น และนี่คือบททดสอบอีกบทหนึ่งของการเป็นคุณพ่อคุณแม่ค่ะ 🙂

 

 

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

15 September 2017

ลูกคนกลาง มีปัญหามากสุดจริงหรือ

ลูกคนกลางมักเป็นเด็กมีปัญหาทางพฤติกรรมมากกว่าลูกคนอื่นๆ ชอบเรียกร้องความสนใจ ขี้อิจฉา หรือมีนิสัยด้านลบอื่นๆ

02 August 2017

10 ทริคส์ ปลุกสวยสดชื่น หลังคืนนอนน้อย

เกิดเป็นมนุษย์แม่นั้นไม่ง่าย เพราะมีสิ่งที่ต้องจัดแจงดูแลร้อยแปดประการ แถมยังต้องสามารถอดนอนได้ชนิดหาตัวจับยาก เพราะวันดีคืนดีลูกน้อยอาจตื่นขึ้นมาโยเยกลางดึกเป็นชั่วโมงๆ ต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมอาหารให้คุณสามี ไหนจะต้องฝ่าการจราจรออกไปส่งลูกเข้าโรงเรียน รวมถึงต้องเข้านอนดึกเพราะมีทั้งงานบ้านและงานส่วนตัวที่ต้องเคลียร์อีก มัมเรซิ่นเข้าใจดีว่าแต่ละคืนแม่แม่ต้องนอนน้อยแค่ไหน เราจึงมี 10 ทริคส์ง่ายๆ ที่จะมาช่วยปลุกความสดชื่นตื่นตัวเพื่อสวยสู้กับอาการอดนอนค่ะ