26 April 18

Meet the Doctor ลูก ท้องผูก แก้ไขอย่างไรดี

ปัญหาเรื่องการกินและการขับถ่ายของลูกน้อย ถือได้ว่าเป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่คุณพ่อคุณแม่มักจะประสบและกังวลใจว่าจะมีวิธีจัดการได้อย่างไร? ป้าหมอจะเล่าให้ฟังอย่างง่ายๆ เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจได้ไม่ยากนะคะ ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า ท้องผูก เป็นอย่างไร การขับถ่ายต้องดูแยกเป็น 2 ประเด็นค่ะ คือ ความถี่ของการถ่ายอุจจาระและลักษณะของอุจจาระ

– ลูกไม่ได้ถ่ายอุจจาระทุกวัน หลายๆ วันจึงจะถ่าย และอุจจาระแข็งจนทำให้กันลูกเป็นแผล อาจมีเลือดออก อย่างนี้เรียกว่า ท้องผูก

– ถึงแม้ลูกจะไม่ได้ถ่ายอุจจาระทุกวัน แต่อุจจาระนิ่ม เป็นลำ เบ่งถ่ายไม่ยาก อย่างนี้ไม่เรียกว่า ท้องผูก

– ลูกถ่ายอุจจาระทุกวัน แต่อุจจาระเป็นก้อนแข็ง เบ่งถ่ายลำบาก หรืออุจจาระก้อนใหญ่มาก ทำให้รูก้นเปนแผล แตกปริ มีเลือดออก อย่างนี้ก็เรียกว่า ท้องผูก

ข้อสังเกต: จะค่อนข้างให้ความสำคัญกับลักษณะของอุจจาระ มากกว่าความถี่ของการขับถ่ายนะคะ

 

วัยแรกเกิดจนถึง 1 ขวบ

– ในวัยนี้อาหารหลักของลูก คือ นม โดยเฉพาะในช่วง 6 เดือนแรกนั้นเราจะให้ลูกกินนม 100% หลังจากอายุ 6 เดือนไปแล้วจึงจะเริ่มเพิ่มอาหารเสริมให้ลูก

– ในช่วงทารก 1-2 เดือน การย่อยและการขับถ่ายอุจจาระของลูกที่กินนมแม่ 100% จะถ่ายบ่อยมาก วันละ 4-8 ครั้ง และลักษณะอุจจาระจะเป็นน้ำปนเนื้อนิ่มเละๆ ถ้าลูกกินนมผสมร่วมด้วย จะอุจจาระไม่บ่อยมาก ประมาณ 1-3 ครั้งต่อวัน และลักษณะอุจจาระเป็นเนื้อหยาบๆ

– เมื่อลูกโตขึ้น อายุ 3-4 เดือนแล้ว ถึงแม้ลูกจะยังกินนมแม่อย่างเดียว แต่การขับถ่ายของลูกจะห่างขึ้น อาจไม่ได้ถ่ายอุจจาระทุกวัน บางรายไม่ถ่ายอุจจาระเกือบ 7 วันก็มี แต่อุจจาระก็ยังมีลักษณะเป็นเนื้อนิ่มเละๆ อยู่ อาจมีอาการเบ่งถ่าย ผายลมบ่อย แต่ลูกจะไม่อึดอัดมาก ยังร่าเริง ยิ้มเล่นได้ตามปกติ อย่างนี้ไม่ถือว่าท้องผูกค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจช่วยนวดบริเวณท้องรอบๆ สะดือวนๆ และยกขา 2 ข้างของลูกงอเข่าขึ้นชิดหน้าท้อง ก็เป็นการช่วยเพิ่มแรงเบ่งอุจจาระให้ลูกได้

– พอถึงอายุ 6 เดือน ที่ลูกเริ่มกินอาหารเสริมบดละเอียด ช่วงนี้ล่ะค่ะที่ลูกจะเริ่มมีอาการท้องผูกได้ เนื่องจากว่ากระบวนการย่อยและดูดซึมสารอาหารของลูกยังพัฒนาได้ไม่ดี ประกอบกับคุณพ่อคุณแม่ยังอาจกะปริมาณอาหารที่ป้อนลูกได้ไม่เหมาะสม ส่วนใหญ่ที่พบคือ ชนิดของอาหารที่หนักและป้อนในปริมาณที่มากเกินกว่าที่ระบบการย่อยของลูกจะรับได้ ทำให้อุจจาระของลูกแห้งและแข็งมากจนเบ่งถ่ายลำบาก

ข้อสังเกต: อาหารหลักของลูกตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 1 ขวบคือ นม ส่วนอาหารเสริมเป็นเพียงการเริ่มให้ร่างกายของลูกได้เรียนรู้การรับอาหารอย่างอื่นที่มากและหลากหลายขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับขวบปีถัดไป ที่อาหารหลักของลูกคือ อาหารทั่วไป 3 มื้อ โภชนาการครบ 5 หมู่

– เมื่อพบว่าลูกมีอาการท้องผูกหลังจากเริ่มกินอาหารเสริมนั้น คุณพ่อคุณแม่ต้องประเมินว่าสารอาหารชนิดใดที่มากและอาจจะหนักเกินไปต่อระบบการย่อยของลูก เช่น ใส่ฟักทองหรือมันมากเกินไป ก็ต้องปรับลดสัดส่วนของปริมาณสารอาหารเหล่านั้นลงก่อน แล้วจึงเพิ่มเป็นชนิดอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย เช่น มะละกอหรือน้ำส้มเข้าไป

– เมื่อลูกมีพัฒนาการนั่งทรงตัวได้เก่งแล้ว คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มฝึกให้ลูกนั่งกระโถน เมื่อสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการอยากเบ่งถ่ายอุจจาระ เพื่อเป็นการกระตุ้นพัฒนาการด้านการขับถ่ายให้ลูก (เทคนิคการฝึกการขับถ่ายให้ลูก ป้าหมอได้เคยเขียนไว้แล้วในตอนก่อนหน้านนะคะ)

 

วัยเตาะแตะ อายุ 1-3 ขวบ

– วัยนี้ลูกจะรู้เรื่องมากขึ้นกว่าในช่วงขวบปีแรกมากๆ จะซน ห่วงเล่นมาก และมีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น เริ่มรู้จักต่อต้าน บ่ายเบี่ยงได้ รู้จักการขับถ่ายแล้ว คุณพ่อคุณแม่จึงควรเริ่มปลูกฝังวินัยในการขับถ่ายให้ลูกอย่างจริงจังมากขึ้น (Toilet Train)

– ต้องเริ่มตั้งแต่การจัดสรรอาหารให้ลูกรับประทานแบบหลากหลาย ทั้งนี้ตัองให้สมดุลกันระหว่างสารอาหารที่มีประโยชน์กับการย่อยและขับถ่ายของลูก เช่นเดียวกับในช่วงขวบปีแรก อาหารอาจมีความหยาบเป็นชิ้นได้มากขึ้น แตกควรเริ่มจากปริมาณที่น้อยๆ พอเหมาะกับความสามารถในการย่อยของลูกก่อน เพราะถ้าเกิดปัญหาท้องผูก ถ่ายลำบากขึ้นแล้ว ลูกจะเกิดการฝังใจและหวาดกลัวการขับถ่ายมากจนเกิดปัญหา กลายเป็นกลั้นอุจจาระในที่สุด (เทคนิคการฝึกการขับถ่ายให้ลูก ป้าหมอได้เคยเขียนไว้แล้วในตอนก่อนหน้านี้นะคะ)

– คุณแม่ควรศึกษาและสังเกตด้วยว่า ลูกเราถูกกับอาหารอะไร เพราะเด็กแต่ละคนไม่เหมือนกัน หลายคนรับประทานพวกผักหัวๆ แล้วถ่ายลำบาก บางคนรับประทานไข่แดงมากก็ถ่ายลำบาก ถึงแม้ว่าจะพยายามเพิ่มเป็นกล้วยน้ำว้างอมๆ หรือมะละกอแล้ว ก็ยังไม่ได้ช่วยขับถ่ายมาก

– การใช้ยาระบายหรือการสวนทวาร เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าและแก้ปลายเหตุเท่านั้นค่ะ ป้าหมอไม่แนะนำให้ใช้บ่อย อาจเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น การติดยาระบาย ลำไส้ทะลุหรือติดเชื้อได้ในกรณีที่สวนทวาร

 

อย่างไรก็ตาม อาการท้องผูกอาจเป็นอาการแสดงของโรคหรือความผิดปกติบางอย่างได้ เช่น โรค Hirschsprung disease ซึ่งเป็นความผิดปกติของระบบประสาทที่ควบคุมลำไส้ พวกนี้มักจะมีอาการท้องผูกตั้งแต่แรกเกิด หรือมีก้อนเนื้อผิดปกติในลำไส้ที่มีผลขัดขวางการเคลื่อนที่ของอุจจาระ ดังนั้น ควรพาลูกไปปรึกษุกมารแพทย์เพื่อการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้องค่ะ

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

18 January 2018

ช้อปปิ้งไกด์ออนไลน์ บราแม่ลูกอ่อน

ชี้เป้าช้อปฯ บราดีไซน์สวย สวมสบายสำหรับให้นมลูก

24 May 2018

ก๊อปปี้ เมคอัพลุค 5 แม่แม่คนดัง

สวยฉ่ำทุกรูปแบบด้วย เมคอัพลุค สไตล์ 5 แม่แม่คนดัง