21 June 18

Meet the Doctor ไขข้อสงสัยเรื่อง ไข้เลือดออก

 

 

 

ไข้เลือดออกระยะนี้ป้าหมอได้ข่าวคนเป็น ไข้เลือดออก กันเยอะ เลยอยากชวนมาเรียนรู้เรื่องนี้ พร้อมวิธีป้องกันกันค่ะ

ช่วงนี้เข้าฤดูฝนแล้ว ปีนี้มีแววว่าโรค ไข้เลือดออก ระบาดเยอะมาตั้งแต่ต้นปี พบได้ทั่วประเทศไม่ว่ากรุงเทพหรือต่างจังหวัด และมีผู้ป่วยอาการหนักเป็นจำนวนมากกว่าปีก่อนด้วย โรคนี้พบได้ทุกอายุตั้งแต่ทารกจนถึงวัยสูงอายุ

โรค ไข้เลือดออก เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue virus) โดยมียุงลายเป็นพาหะ เป็นยุงที่กัดในเวลากลางวัน การติดต่อจะเป็นจาก คน-ยุง-คน คือยุงลายจะกัดคนที่เป็นโรคไข้เลือดออกที่มีเชื้ออยู่ในกระแสเลือด ไวรัสจะไปแบ่งตัวต่อในตัวยุง แล้วไปสะสมที่ต่อมน้ำลายยุง เมื่อยุงไปกัดคนอื่นอีกก็จะแพร่เชื้อไวรัสเด็งกี่ ทำให้คนที่ถูกยุงนั้นกัดป่วยเป็นโรคไข้เลือดออก

เมื่อถูกยุงที่มีเชื้อไวรัสเดงกี่กัด จะมีระยะฟักตัวประมาณ 5-8 วัน จะเริ่มมีอาการไข้สูงลอย อุณหภูมิสูง 38 -41°c ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัวมาก อ่อนเพลีย ปากแดง เบื่ออาหาร แต่มักไม่มีอาการไอ จาม หรือน้ำมูก รับประทานยาลดไข้ก็แค่พอบรรเทาอาการจากไข้สูงได้บ้าง แต่พอหมดฤทธิ์ยาไข้ก็กลับสูงขึ้นอีก ระยะเข้าวันที่ 4-5 ก็จะเริ่มมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้น ปวดท้อง อาเจียน มีเลือดกำเดาไหล หรือมีจุดเลือดออกขึ้นตามร่างกาย จนถึงมีอาการอาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือด อึดอัดในท้อง ระบบการไหลเวียนโลหิตมีปัญหา อาจช็อกได้

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเราสงสัยไข้เลือดออก

  1. เมื่อเริ่มมีอาการไข้ในช่วง 2 วันแรก ดูแลประคับประคองตามปกติทั่วไป คือรับประทานยาลดไข้ตามอาการ ทุก 4-6 ชั่วโมง เช็ดตัวลดไข้ รับประทานอาหารอ่อนๆ ดื่มน้ำให้พอเพียง และนอนพักผ่อนมากๆ ถ้าเป็นเด็กเล็กต้องระวังภาวะชักจากไข้สูงด้วย สังเกตุอาการเพลียและปัสสาวะต้องเยอะ จึงจะลดความเสี่ยงของการชักได้
  2. ถ้ายังมีไข้มากกว่า 2 วัน และมีอาการอ่อนเพลียมากขึ้น ให้พาไปพบแพทย์ เพื่อตรวจรักษาและแยกโรคไข้เลือดออก อาจจะตรวจเลือดและปัสสาวะเบื้องต้น แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ยาลดไข้สูงบางชนิด เช่น แอสไพริน หรือ Ibuprofen ซึ่งจะทำให้เกิดเลือดออกได้มากขึ้น และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีสีแดงหรือดำ เพราะถ้าอาเจียนจะแยกได้ยากว่าเป็นเลือดหรืออาหารที่รับประทานเข้าไป
  3. สังเกตอาการอื่นที่อาจมีเพิ่มขึ้น เช่นเลือดกำเดาไหล ปวดท้อง อาเจียน ปัสสาวะออกน้อย ถ้าดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารไม่ได้ ต้องพาไปตรวจซ้ำ อย่าชะล่าใจว่าเพิ่งไปพบแพทย์มา รอดูอาการและกินยาไปก่อน
  4. กรณีอ่อนเพลียมาก แพทย์จะแนะนำให้ตรวจเลือดซ้ำ อาจตรวจหาเชื้อไข้เลือดออกด้วย และอาจแนะนำให้นอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด

เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไข้เลือดออกแล้ว ปัจจุบันเรามีวิธีการตรวจได้ละเอียดว่าเป็นสายพันธุ์ใด และแพทย์จะให้การรักษาประคับประคอง คำนวณปริมาณสารน้ำที่ร่างกายต้องได้รับในปริมาณที่พอเหมาะ เฝ้าระวังภาวะช็อก ภาวะเลือดออกในอวัยวะภายใน โดยจะตรวจเลือดเพื่อประเมินค่าความเข้มข้นของเลือดและดูปริมาณเกร็ดเลือดเป็นระยะๆ

ระยะที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดที่สุดคือประมาณวันที่ 5-7 ของโรค โดยเฉพาะช่วงที่ไข้เริ่มลง จะต้องเฝ้าระวังภาวะช็อกให้ดี (โรคอื่นๆ ไข้ลงหมายถึงใกล้จะหาย แต่โรคนี้ไข้ลง อาจจะมีอาการช็อกได้)

โดยทั่วไประยะเวลาป่วยของโรคไข้เลือดออกจะประมาณ 7-10 วัน ร่างกายจะค่อยๆ ฟื้นตัวจากการป่วย บางรายอาจจะมีผื่นแดงๆ ขึ้นทั่วไปตามร่างกาย มีอาการคันมาก ผื่นนี้จะเป็นอยู่ประมาณ 3-5 วันแล้วจะหายไปเองไม่เกิดรอยแผลเป็น การรักษาผื่นคันก็ให้รับประทานยาแก้แพ้ ทาแป้งเย็นๆ และห้ามเกา

เมื่อหายจากโรคแล้ว จะมีภูมิคุ้มกันต่อสายพันธุ์ไข้เลือดออกชนิดนี้ไปประมาณ 6-12 เดือน ผู้ที่เคยป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกแล้ว ถ้ามีการติดเชื้อไข้เลือดออกซ้ำ ต้องระวังอาการจะรุนแรงมาก มีความเสี่ยงสูงต่อภาวะช็อก (โรคอื่นๆ ถ้าเป็นแล้วมักมีภูมิต้านทานป้องกัน อาการจะไม่รุนแรงเมื่อมีการติดเชื้อซ้ำ แต่โรคไข้เลือดออกจะตรงข้าม)

นอกจากนี้ ควรแจ้งเขตหรือสถานบริการสาธารณสุขในเขตรับผิดชอบ ให้มาทำการฉีดฆ่ายุงและกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เช่น ใส่ทรายอะเบต ไม่ให้มีเชื้อไข้เลือดออกวนเวียนแพร่พันธุ์ในชุมชนได้อีก

ปัจจุบันมีวัคซีนสำหรับโรคไข้เลือดออกแล้ว ข้อบ่งชี้จะแนะนำให้ฉีดในผู้ที่มีอายุ 9-45 ปี ซึ่งเคยมีประวัติการเป็นไข้เลือดออกมาแล้วเท่านั้น (ในคนที่ไม่เคยเป็นไข้เลือดออกมาก่อน การฉีดวัคซีนอาจไม่ได้ประโยชน์)

อย่างไรก็ตาม การป้องกันการถูกยุงกัดยังเป็นวิธีพื้นฐานที่ได้ประโยชน์ที่สุด โดยการนอนในห้องที่มีมุ้งลวดใส่เสื้อผ้าสีสว่างๆ ทายากันยุง (ในเด็กโตหรือผู้ใหญ่) กำจัดแหล่งที่มีน้ำขังที่จะเป็นที่ให้ยุงวางไข่ได้

 

‘ป้องกันย่อมดีกว่าเป็นโรค แล้วค่อยรักษา’ ค่ะ

 

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

24 February 2018

I’m a Mum อยากมีลูกต้องได้มี เอา แฝด 4 ไปเลยจ้า

การรอคอยได้สิ้นสุดลงเมื่อสาวน้อย แฝด 4 ได้แท็กทีมกันมาอยู่กับครอบครัวมงคลเจริญศรี ทำให้บ้านนี้มีแต่เสียงเจื้อยแจ้วและความสุขล้นปรี่

20 July 2017

อาหารตามวัย 0-12 เดือน

ได้เฝ้าดูพัฒนาลูกน้อยสุดเลิฟ คุณแม่ก็ฟินแล้วฟินอีก แต่คุณแม่รู้ไหมว่าถ้าอยากให้ลูกเติบโตสมวัย อาหารก็เป็นเรื่องสำคัญ มาดูกันค่ะว่าอาหารที่เหมาะสำหรับลูกน้อยในขวบปีแรกมีอะไรบ้าง