16 February 18

Meet The Doctor: ลูกวัยประถมต้น พูดโกหก และ ขโมยของเพื่อน

คำถาม:

“ลูกวัยประถมต้นชอบ พูดโกหก และขโมยของเพื่อน ทำอย่างไรดี”

วัยประถมต้นมีอายุประมาณ 6-13 ขวบ นั่นแปลว่า พัฒนาการด้านความคิดมีพอสมควรแล้ว กล่าวคือเด็กพอรู้เรื่องอวกาศและเวลา (space & time) การจัดวางและการเคลื่อนที่ (placement & displacement) ทั้งนี้ยังไม่นับว่าวัตถุคงที่ (object permanence) เรียบร้อยแล้ว

หมายความว่า เมื่อวัตถุหนึ่งย้ายตำแหน่ง ยังคงเป็นวัตถุเดียวกัน ดังนั้นยางลบของเพื่อนที่โรงเรียนและยางลบในกระเป๋าของเราที่บ้าน ซึ่งอยู่คนละสถานที่และเวลา เป็นก้อนเดียวกัน

เด็กรู้จักเวลาแล้ว เดือนที่แล้ว สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อวานซืน เมื่อวาน วันนี้ พรุ่งนี้ มะรืน สัปดาห์หน้า และเดือนหน้า น่าจะชัดเจนพอสมควรแล้ว  ความสับสนเรื่องเวลาน้อยลงไปมาก การพูดไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงด้วยความไม่รู้น่าจะลดลงไปมากพอสมควร

แน่นอนว่าสำหรับเด็ก 6 ขวบบางคนที่พัฒนาช้าไปหน่อย  เหตุเพราะเข้าโรงเรียนเร็วเกินไปหน่อย อาจจะสับสนเรื่องเวลาหรือจินตนากรรมเกี่ยวกับเวลายังไม่ดีที่สุด  ปีที่แล้วเป็นอย่างไรเริ่มกำหนดไม่ถูก หรือหน่วยย่อยของเวลา เช่น เช้ามืด เช้า สาย เพล เที่ยงตรง บ่ายคล้อย บ่ายแก่ๆ ยามเย็น ย่ำค่ำ หัวค่ำ ดึก ดึกมาก กลางดึก แม้กระทั่งยามสาม เหล่านี้แปลว่าอะไร

ความไม่แม่นยำเรื่องเหล่านี้นำไปสู่ปรากฏการณ์พูดไม่ตรงกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงและหยิบของคนอื่นกลับบ้านได้เสมอ  ดังนั้นมี 4 เรื่องที่ควรทราบ หรือเราทำได้

  1. เราไม่ใช้คำว่า โกหก หรือขโมย ไม่ว่าเราจะคิดอย่างไร สำหรับเด็กเล็กเรายิ่งไม่ใช้เลย สำหรับเด็กโตเราใช้คำอื่น จะอย่างไรก็ควรพยายามที่จะไม่ใช้สองคำนี้ แล้วเราจะรู้ว่ามีทางอื่น หากเราเริ่มใช้ เราเองจะไม่มีทางไป
  2. เราเพียงแสดงให้เขารู้ว่า เรารู้” ด้วยคำพูดหรือด้วยการกระทำ ตามด้วยการบอกความคาดหวังอย่างชัดเจนว่าเราอยากเห็นอะไร และเราจะมีความสุขมากเพียงไรที่จะได้เห็น จากนั้นขอให้รอ
  3. เราแก้ปลายเหตุได้ด้วยการ แก้ไข” คำพูดทันที หรือ พาเด็กนำของไป “คืน” เจ้าของทันที คำสำคัญคือคำว่า ทันที” นั่นแปลว่าจะมืดค่ำเพียงใดหากทำได้ก็ต้องทำ เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเราเอาจริงและเป็นการสอนที่ทรงพลังมากกว่าที่จะผัดวันไปก่อน
  4. พึงระลึกเสมอว่ามีผู้ใหญ่โกหกหน้าด้านๆ และแย่งของจากคนอื่นตำตาบนหน้าหนังสือพิมพ์ ในโทรทัศน์ และบนเฟซบุ๊คทุกวัน ทั้งนี้ยังไม่นับคุณพ่อคุณแม่เอง ปู่ย่าตายาย ลุงป้าน้าอา รวมทั้งครูใหญ่และคุณครูทำเป็นแบบอย่างให้เห็นหรือได้ยินเสมอ อย่างน้อยที่สุดก็เป็นการพูดไม่จริงตามมารยาทหรือเพื่อยังความสบายใจแก่ผู้ฟัง เช่น ขนมที่เธอทำมาอร่อยจังเลย (แหวะ) เป็นต้น

เราต้องสอน แต่ไม่ถึงกับศีลธรรมจัดฟาดเอาๆ


สามารถติดตามอ่านบทความของนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ได้ที่เว็บไซต์ Mumraisin.com หรือ Facebook: Mumraisin และ IG: Mumraisin


 

นอกจากนี้ เราสามารถสอนลูกเรื่องการขโมยและการโกหกผ่านหนังสือนิทานได้ อยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่รูปได้เลย

 

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

12 June 2017

เฝ้าระวัง 10 จุดเสี่ยงในบ้าน ลูกพลาดบ่อย

วัยจะซนเอาอะไรมาเฝ้าก็อาจฉุดไม่อยู่ แต่เพราะเป็นมนุษย์พ่อและแม่ จึงต้องแปลงร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่แววตาสับปะรด เฝ้าระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง โดยเฉพาะ 10 จุดเสี่ยงเหล่านี้

29 December 2017

มาอ่านนิทานกันเถอะ หมวกใบเล็กของเจ้าปลายักษ์

#มาอ่านนิทานกันเถอะ สัปดาห์นี้ มากล่อมเด็กๆ ให้นอนหลับฝันดีด้วยเรื่องของเจ้าปลาน้อยที่ขโมยหมวกของเจ้าปลายักษ์ไป เรื่องราวจะดำเนินไปอย่างไรมาดูกันดีกว่าค่ะ #Mumraisin #มัมเรซิ่น