28 February 18

Meet The Doctor: ลูกโดนรังแก vs ลูกไปรังแกเพื่อน

คำถาม:

ลูกถูกเพื่อนรังแก vs ลูกไปรังแกเพื่อน พ่อแม่จะรับมือทั้งสองเคสนี้อย่างไรดี

พึงระลึกเสมอว่าทั้งสองฝ่ายเป็นเด็ก ที่กำลังพัฒนา ยังไม่มีพระเอกหรือผู้ร้าย

หากเป็นเด็กเล็กก่อน 8 ขวบ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นตนเองเป็นศูนย์กลาง (self-centered) เราเองที่เป็นศูนย์กลางของจักรวาล คนอื่นโคจรรอบตัวเรา และเราเองที่ดลบันดาลสรรพสิ่งให้เกิดขึ้น เด็กยังไม่เห็นคนอื่นในสายตา

ดังนั้นหากจะแก้ไขตั้งแต่เริ่มต้นจริงๆ ทั้งสองฝ่ายกลับไปเล่นกับตัวเองใหม่ให้พอ แต่เนื่องจากทั้งสองฝ่ายมาโรงเรียนเสียแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของโรงเรียนและครูที่จะออกแบบกิจกรรมให้ทั้งสองฝ่ายได้อยู่กับตัวเองเสียให้พอ

สำหรับลูกของเรา ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กเด็กโต เราสอนลูกได้ว่าให้ ป้องกันตัวเอง” ด้วยการพูดคุยกับเขาถึงรายละเอียดของเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขาถูกรังแกที่ไหน เมื่อไร อย่างไร เขารู้สึกอย่างไร ขั้นตอนพูดคุยและตั้งใจฟังจะเป็นขั้นตอนสำคัญให้เขาระบายความคับข้องใจและความโกรธแค้นออก

จากนั้นพูดคุยต่อไปถึงวิธีที่เขาทำได้ ภายใต้หัวข้อการป้องกันตัว ซึ่งเป็นได้ตั้งแต่วิ่งหนีตั้งแต่เห็นเงาของมัน วิ่งหนีให้เร็วที่สุด ซื้อขนมมาให้มันกิน ช่วยถือของให้มัน ช่วยมันทำการบ้าน สวามิภักดิ์ทุกรูปแบบ ท้าตีท้าต่อยตัวต่อตัว ลอบทำร้ายมัน หรือยกพวกมารุมมัน เป็นต้น ช่วยเขาคิด ให้เขาพูด และให้เขาไปทดลองทำสักวิธี

ภายใต้การพูดคุยที่ดี เด็กทั่วไปจะหาวิธีที่เหมาะสมออกเอง สมมติว่าเขาเลือกวิธีที่เราไม่พึงใจเท่าไรนัก เราควรเปิดโอกาสให้เขาไปทำ โดยมีข้อแม้ว่าทำไปแล้วเรากลับมาพูดคุยกันใหม่ เราอยากฟัง

เมื่อทำไปแล้ว แล้วเขากลับมาพูดคุยกันใหม่ เราช่วยเขาประเมินสิ่งที่ทำไป ชอบ หรือไม่ชอบ เพราะอะไร มิใช่ประเมินว่า ดี หรือไม่ดี ควร หรือไม่ควร เพราะคำว่า ดี หรือ ควร เป็นคำที่ไม่รู้เรื่อง ขั้นตอนนี้เป็นการเปิดโอกาสให้เขาทบทวนตัวเองคือ self-reflection เขาจะค้นพบตัวเองและหาวิธีของตัวเองแล้วพัฒนาต่อไป

สำหรับฝ่ายที่มารังแกเรา หากคุณพ่อคุณแม่ไม่กล้าทำแบบเดียวกัน คือจับมาพูดคุยอย่างจริงใจแบบที่ทำกับลูกของเรา  หน้าที่นี้จะเป็นของคุณครูสมัยใหม่ ที่เข้าใจกลไกการรังแกว่าเป็นกลไกทางสังคมมากกว่ากลไกส่วนบุคคล กล่าวคือสังคมนั่นเองที่อนุญาตให้มีการรังแกได้ และรังแกซ้ำได้ด้วยโดยที่จะไม่มีใครทำอะไร

ขออภัย เหมือนตำรวจที่ไม่ทำอะไรเมื่อมีการทำร้ายกัน หรือบ้านเมืองที่ไม่ทำอะไรเมื่อมีการรังแกคนยากคนจน (หมายเหตุ-ขอบรรณาธิการไม่ตัดข้อความนี้ออกเพราะเกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่เขียน เด็กเลียนแบบผู้ใหญ่ในการพัฒนา)

คุณครูสมัยใหม่ควรจัดกระบวนการกลุ่มในโรงเรียนซึ่งครอบคลุมทั้งผู้รังแก ผู้ถูกรังแก เพื่อนร่วมแก๊งของทั้งสองฝ่าย และผู้ไม่ฝักฝ่ายใฝ่ใด เพื่อพูดคุยและใคร่ครวญเรื่องราวที่เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งกลุ่ม

แต่คุณครูจะทำได้เมื่อประชาคมพ่อแม่ทั้งหมดให้การสนับสนุนด้วย

พูดง่ายๆ ว่าเรื่องลูกของเรา เราสอนได้ แต่เรื่องลูกของเขา นี่มิใช่เรื่องตัวใครตัวมัน


สามารถติดตามอ่านบทความของนายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ได้ที่เว็บไซต์ Mumraisin.com หรือ Facebook: Mumraisin และ IG: Mumraisin

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

17 November 2017

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 19-25 พฤศจิกายน 2560

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 19-25 พฤศจิกายน ครบทั้งเรื่องครอบครัว งาน-เงิน ลูกรัก หรือเรื่องเลิฟๆ สัปดาห์นี้ดวงดีไหม ต้องระวังเรื่องไหนบ้าง มาดูกัน

16 November 2017

Travel in Style Ideas

ถ่ายรูปสวยปังทั้งบ้าน แค่แมตช์ชุดให้เข้ากันกับแหล่งท่องเที่ยว