31 May 18

Meet the Doctor ว่าด้วยเรื่องบรากับลูกสาว

 

Q: ลูกสาวเริ่มโตแล้ว อยากทราบว่าควรให้ลูกใส่ บรา เมื่อไหร่ มีวิธีสังเกตอย่างไร และคุยกับลูกเรื่องการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรดีคะ

A: เผลอแป๊บเดียว ลูกสาวตัวน้อยของคุณแม่ จะไม่ใช่เด็กหญิงตัวกะเปี๊ยกอีกแล้วนะ โดยทั่วไปเด็กผู้หญิงจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเข้าสู่วัยสาวในช่วงประมาณประถมปลาย อายุ 8-11 ปี อาจจะช้าหรือเร็วต่างกันตามพันธุกรรม อาการที่สังเกตได้คือลูกเริ่มมีการขยายตัวของหน้าอก คุณแม่ควรเริ่มแนะนำให้ลูกเริ่มใส่เสื้อกล้ามข้างในตั้งแต่เนิ่นๆ อาจเริ่มตั้งแต่ลูกขึ้นประถม 1 เลย เพื่อให้เกิดความเคยชินกับการใส่เสื้อ 2 ชั้น เมื่อลูกเริ่มมีพัฒนาการของหน้าอกชัดเจนขึ้น ก็ควรเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามบังทรงแบบยางยืดใต้อก (หรือที่เรียกว่า Bra Half Slip) ต่อมาเมื่อหน้าอกมีการขยายตัวทั้งเต้าทรงและฐานทรงอย่างชัดเจน ก็เปลี่ยนเป็น บรา แบบที่มีลักษณะเป็นชุดชั้นในมากขึ้น สามารถปรับระดับสายบ่าและตะขอหลังได้ ควรมีฟองน้ำบังทรงเพื่อรองรับและป้องกันเต้าทรงด้วย พร้อมทั้งควรสอนวิธีใส่ บรา ที่ถูกต้องให้ลูกด้วยนะคะ

คุณแม่เป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดและสนิทที่สุดของลูกสาว ที่ลูกสามารถพูดคุยปรึกษาหรือแลกเปลี่ยนความเห็นได้ทุกๆ เรื่อง ความผูกพันและสัมพันธภาพที่ใกล้ชิดตั้งแต่วัยเด็กเป็นต้นมา จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการสื่อสารกันระหว่างแม่กับลูก การแชร์ประสบการณ์ในวัยเด็กของแม่ให้ลูกฟัง จะเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดแก่ลูก อีกทั้งเปิดใจรับฟังความเห็นหรือข้อสงสัยของลูกด้วยท่าทีที่อ่อนโยน เป็นมิตร มีเมตตาและเข้าอกเข้าใจ จะทำให้ลูกไม่เคอะเขินและกล้าที่จะแสดงออกค่ะ (คุณแม่ควรทำตัวเป็นทั้งแหล่งข้อมูลความรู้ และเป็นเพื่อนที่รู้ใจที่ช่วยลูกได้ในทุกกรณี)

การจะเริ่มต้นคุยกับลูก คุณแม่อาจเกริ่นถึงเพื่อนของลูกหรือญาติที่อยู่ในวัยเดียวกันที่มีการเปลี่ยนแปลงนำไปก่อน หรือถ้าลูกเป็นฝ่ายถามข้อสงสัยขึ้นเอง ก็จะง่ายขึ้นในการเข้าสู่ประเด็นการคุยเรื่องการเข้าสู่วัยรุ่นของลูก

ความกังวลของลูกมักเกี่ยวกับสรีระร่างกายที่เปลี่ยนแปลงว่าจะเป็นอย่างไร มีลำดับความเปลี่ยนแปลงยังไงและเป็นปกติหรือไม่ จะเริ่มมีการเปรียบเทียบรูปร่างและส่วนต่างๆ ของร่างกายตนเองกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน

คุณแม่ควรเล่าให้ลูกฟังอย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมาว่าเป็นเรื่องปกติตามธรรมชาติ โดยใช้คำศัพท์ที่ลูกจะเข้าใจได้ ไม่ซับซ้อนมาก คุณแม่ควรสังเกตพฤติกรรมหรือท่าทีของลูกด้วยว่ามีความกังวล สับสน หรือปรับตัวได้ไหม ลูกอาจแสดงออกแบบไม่มั่นใจในสรีระที่เปลี่ยนไป อาจไม่มีความสุขหรืออาจเกิดความรู้สึกที่ไม่ดีต่อร่างกายตนเอง คุณแม่ต้องค่อยๆ อธิบายจนลูกคลายความกังวลและเข้าใจอย่างถูกต้อง จนเกิดความมั่นใจในตนเอง

ในช่วงแรกบางครั้งลูกอาจจะทำทีเป็นไม่สนใจหรือต่อต้าน คุณแม่อย่าเพิ่งถอดใจเพราะลูกอาจยังอาย แต่เขาจะจดจำคำพูดของคุณแม่ไว้ คุณแม่ควรค่อยๆ สอนสอดแทรกเรื่องราวทีละเล็กละน้อยไปกับเรื่องต่างๆ  ในชีวิตประจำวัน

เรื่องที่คุยทั้งหมด คุณแม่ควรบอกลูกว่าจะเก็บเป็นความลับ ให้ลูกมีความมั่นใจว่าจะไม่มีใครมาล้อเลียน และจะไว้ใจคุณแม่มากขึ้น และพร้อมที่จะปรึกษาเรื่องส่วนตัวอื่นๆ อีก

 

Photo Credit: https://unsplash.com/

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

24 April 2018

ชวนลูกไปทำลิปติกใช้เอง ที่ Lip Lab @Craftfeteria

แม้ว่าจะมีลิปสติกหลายแท่งแต่เชื่อเถอะค่ะว่าไม่มีแท่งไหนพิเศษเท่ากับลิปสติกที่ทำเองเพราะได้สี กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่ถูกใจ

25 July 2017

ไขความลับอารมณ์เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายของวัย 1-3 ขวบ

บางวันเจ้าตัวเล็กก็อารมณ์ดี ทำตัวน่ารักจนอยากสตัฟฟ์ไว้อย่างนั้น แต่เผลอแป๊บเดียวองค์ลงจนแม่กุมขมับ เรื่องแบบนี้มีเหตุผลนะคะ แม่มัมฯ แอบสืบมาให้แล้ว