27 November 17

A Mum’s True Story : ใช้ชีวิตกับลูกวันนี้ ให้สุขที่สุด

พ่อแม่ทุกคนล้วนรักลูกและหวังให้ “ชีวิตลูกเปี่ยมสุขและมีอนาคตที่สดใส” แต่บางครั้งด้วยความรักและความหวังดีจนเปี่ยมล้น ทำให้เรามองข้ามความงดงามของ “เวลาปัจจุบัน” และเผลอทุ่มเทแรงกายและใจให้กับ “ความคาดหวังในอนาคต” ที่ยังมาไม่ถึง เหมือนเช่นเรื่องจริงของหนุ่มน้อยคนนี้…

คาดหวัง ในความเป็นเลิศ   

ครอบครัวของหนุ่มน้อย เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียน หนุ่มน้อยเป็นเด็กอนุบาลสาม ที่ตัวใหญ่ สดใส ชอบเล่นกีฬา อ่านเขียนคล่องแคล่ว และอารมณ์ดี… ขณะที่ลูกสมุนของ ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมเรียนในชั้น ยังคงอ่านไม่ออก บวกลบเลขไม่ได้ ซ้ำยังเขียนชื่อตัวเองผิดๆถูกๆ (เหอะๆๆ) หนุ่มน้อยคนนี้สามารถสอบผ่านเข้าโรงเรียนชายล้วนได้เรียบร้อย และพร้อมจะเป็นเด็กประถมหนึ่งอย่างเต็มภาคภูมิ เมื่อปีการศึกษาต่อไปมาถึง

แต่แล้ว หนุ่มน้อยก็เริ่มมีอาการเบื่อหน่ายกับการเรียนอนุบาล  เวลาคุณครูพูดหน้าห้อง ก็เริ่มไม่ใส่ใจ… เมื่อถึงชั่วโมงพละ แทนที่จะกระโดดคล่องแคล่วเหมือนเมื่อก่อน ก็ขอนั่งพักและไม่อยากร่วมกิจกรรม เวลาทำการบ้าน ก็เขียนลายมือยึกๆ ยือๆ เอนไปเอนมาเหมือนไก่เขี่ย คุณพ่อคุณแม่เห็นอย่างนั้นจึงตักเตือนให้ใส่ใจในเรื่องเรียน บังคับให้คัดลายมือสวยๆ เหมือนเดิม เมื่อลูกทำไม่ได้ ก็เข้าใจไปว่า คงเริ่มขี้เกียจ และหาเรื่องอู้

คาดหวัง เพียงความปกติ

เมื่อเวลาผ่านไป หนุ่มน้อยก็เริ่มเหม่อลอยในขณะเรียนมากขึ้น บางครั้งถึงกับฟุบหลับ ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ บ่นปวดหัว และเดินล้มบ่อยๆ เมื่อคุณครูแจ้งมาซ้ำๆ คุณพ่อคุณแม่จึงตัดสินใจพาไปพบหมอ เพราะคิดว่าอาจมีปัญหาทางสายตา แต่สิ่งที่คุณหมอวินิจฉัยกลับทำให้ทั้งครอบครัวต้อง ล้มทั้งยืน…

หนุ่มน้อยวัยห้าขวบมีเนื้องอกที่สมอง… เขาไม่สนใจสิ่งที่ครูเขียนบนกระดาน เพราะเนื้องอกกดทับ จนตาพร่ามัว… เขาไม่อยากเล่นพละ เพราะเนื้องอกทำให้กล้ามเนื้อของเขาอ่อนแรง… ลายมือของเขากลายเป็นไก่เขี่ย เพราะมือของเขาไม่มีแรงแม้จะเขียนให้ตัวหนังสือตั้งตรง…

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา หนุ่มน้อยก็ไม่ได้ใช้ชีวิตอนุบาลสามเทอมสองกับเพื่อนๆ อีกเลย   เขาใช้เวลาทั้งหมดอยู่ในห้องพักของโรงพยาบาล และรับของเยี่ยมที่เพื่อนๆ นำมาฝากเป็นกำลังใจ หนุ่มน้อยยังคงมีรอยยิ้ม แม้ยังไม่ค่อยเข้าใจว่า เขากำลังทำอะไรอยู่ที่นี่

คาดหวัง แห่งการมีชีวิต

เมื่อถึงเวลานี้ สิ่งที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจที่สุดก็คือ แทนที่จะใส่ใจกับ “สัญญาณเตือนทางสุขภาพ” ของลูก หรือถามไถ่ถึงอาการเหล่านั้น กลับเลือกเพ่งความสำคัญไปที่การเรียน และผูกโยงอาการของลูกเข้ากับ “พัฒนาการด้านการเรียน” เพราะคาดหวังให้ลูกเป็นเด็กดีเรียนเก่ง จะได้มีอนาคตที่สดใส… ซึ่งมาถึงวินาทีนี้แล้ว “ผลการเรียน” ไม่ได้มีความหมายใดๆ กับครอบครัว หรือ อนาคตของลูกอีกแล้ว เพราะสิ่งสำคัญสุดสำหรับอนาคตของลูกก็คือ “การมีชีวิตอยู่ และมีลมหายใจ”

คาดหวัง อนาคตแห่งความสุข

ระหว่างที่พูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ของหนุ่มน้อย เจ้าหน้าที่พยาบาลก็เดินเข้ามาในห้อง คุณพ่อจึงบอกหนุ่มน้อยว่า “ได้เวลาไปนั่งกระสวยอวกาศแล้วครับ มีแสงเยอะแยะเลย โตขึ้นลูกอยากเป็นนักบินอวกาศไม่ใช่เหรอครับ ไปกันนะ” คุณพ่อพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามฝังกลบความทุกข์ไว้ให้มิดที่สุด เหลือไว้แต่น้ำเสียงแห่งความสุข เพื่อเป็นความหวังแห่งการมีชีวิตของลูก

หนุ่มน้อยผ่านการทำเคมีบำบัดนับครั้งไม่ถ้วน และต่อสู้กับโรคร้ายนี้ได้อีกหลายเดือน ก่อนจะเดินทางลาลับจากโลกนี้ไป สู่ห้วงอวกาศอย่างเป็นอิสระ ทิ้งให้คนบนโลกต้องโบกมือลาทั้งน้ำตา และแอบคาดหวังว่า อนาคตของหนุ่มน้อยคงมีแต่ความสดใส ไม่เจ็บปวด และมีแต่ความสุข

มีความสุขกับปัจจุบัน

ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เริ่มต้น ดำเนินไป และจบลงเช่นนี้ แต่เหมือนเช่นที่คุณแม่ของหนุ่มน้อยได้บอกว่า ถ้ารู้เร็วกว่านี้ ก็คงไม่ดุลูก หรือ บังคับให้ตั้งใจเรียน เพราะแท้จริงแล้วเขากำลังป่วยหนัก และความทุกข์ที่สุดของแม่คือ ไม่ได้ปลอบโยนลูกให้คลายเจ็บปวด แต่เป็นส่วนหนึ่งที่เพิ่มความเจ็บปวดนั้น…

หวังว่าเรื่องราวของหนุ่มน้อยจะทำให้เราเห็นถึง “คุณค่าของการได้ใช้เวลาร่วมกันในปัจจุบัน” ไม่เผลอกดดันตัวเองและลูกด้วยความคาดหวังแห่งอนาคต แต่เลือกทำทุกวันของชีวิตเราและลูกให้สดใส เพราะสุดท้ายแล้ว ไม่ว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร “การได้ ใช้ชีวิตกับลูก ในวันนี้” ก็คือ ความสุขที่สุดของชีวิตพ่อแม่… จริงไหม

Share
This Article

Related Article

20 November 2017

เบอร์โทรฉุกเฉิน เซฟเก็บไว้เวลาเกิดเหตุด่วน INFOGRAPHIC

รวบรวมเบอร์โทรฉุกเฉิน เบอร์ด่วนสำคัญ เซฟเก็บไว้ยามเดินทาง จะไปเที่ยวไหน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ก็สบายใจหายห่วง

29 November 2017

“ไฮเทคแบบดีต่อใจ” 9 วิธีจัดระเบียบ Device ในมือลูกรัก (และในมือคุณเอง)

รวม 9 วิธีฝึกลูก (และตัวเราเอง) ให้อยู่เหนือเทคโนโลยีและ Device ต่างๆ ได้…ไม่ใช่ให้มันเป็นนายเรา

19 October 2017

เล่าเรื่องราวของพ่อด้วยนิทาน “เรารักในหลวง”

ชวนทุกครอบครัวมาสืบสานพระราชปณิธานขององค์พ่อหลวงและส่งผ่านความรักของเราต่อพระองค์ท่านสู่ลูกหลานของเราสืบไป