08 December 17

5 สิ่งที่พ่อแม่มือใหม่ควรคุยให้จบก่อนเจ้าตัวเล็กจะเกิด

ทันทีที่เจ้าตัวเล็กเกิดมา โลกของคุณจะกลับตาลปัตรไปจากที่เคยคิดไว้แน่ๆ เริ่มจากชั่วโมงการนอนที่ลดฮวบลงอย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อน ไม่นับเรื่องอื่นๆ ที่คุณทั้งสองต้องปรับตัวกันอีกสารพัด แต่รับรองว่าชีวิตของการเป็นพ่อแม่มือใหม่จะสมูธขึ้นอีกเยอะหากคุณและคนข้างกายจับเข่าคุยกันถึงเรื่องเหล่านี้ก่อนที่ลูกน้อยจะเกิด ก็การเริ่มต้นที่ดีไม่ต้องรอจนถึงวันที่คุณอุ้มสมาชิกใหม่เข้าบ้านนี่นา

การลางานเลี้ยงลูก

หากคุณทำงานกันทั้งคู่ ควรตกลงให้ชัดว่าจะลางานเพื่อดูแลลูกกันอย่างไร จะลาทั้งสองคนพร้อมกันไหม หรือสลับกันลา และจะลานานแค่ไหน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัทอีกด้วย จริงอยู่ที่ช่วงแรกๆ นั้นแม่คือมือวางอันดับหนึ่งในการเลี้ยงลูก แต่อย่าลืมว่าคุณแม่มือใหม่จะเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนทั้งจากการอดนอน การให้นมลูก ไปจนถึงการยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่จากการคลอด จึงอาจต้องการกำลังใจจากคนใกล้ตัวมากเป็นพิเศษ หากคุณพ่อสามารถลางานเพื่อช่วยต่อไม้ต่อมือหรือให้กำลังใจคุณแม่ในช่วงแรกได้บ้าง รับรองว่าคุณจะทำคะแนนขึ้นมาได้ในสายตาของคุณแม่เลยล่ะ

อีกเรื่องที่ควรคุยกันให้ชัดคือ ระหว่างที่ลางานเพื่อเลี้ยงลูกนั้น คุณทั้งสองจะยังเกี่ยวข้องกับการทำงานอยู่บ้างไหม มากน้อยแค่ไหน คุณสามารถทิ้งงานได้เต็มที่เลยหรือว่ามือหนึ่งยังต้องปั๊มนมในขณะที่อีกมือหนึ่งยังต้องทำงานไปพร้อมๆ กัน เพราะบางคนแม้จะลางานอยู่บ้านแต่ก็ยังต้องทำงานผ่านทางอีเมล์อยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรหากคนข้างกายหรือคนในครอบครัวของคุณรับได้และไม่ได้คาดหวังสิ่งที่แตกต่างไปจากนั้น

ในขณะที่หากคุณพ่อยังไปทำงานตามปกติ ก็ควรวางเงื่อนไขกันว่า จะพยายามออกจากที่ทำงานไม่เกินกี่โมงเพื่อจะได้กลับมาช่วยแปะมือเลี้ยงลูกหรือให้กำลังใจคุณแม่ให้มากที่สุดเพราะจากการพูดคุยกับคุณแม่ทั้งมือใหม่และมือไม่ใหม่แล้ว พบว่าช่วง 1-2 เดือนแรกนั้น นอกจากการภาวนาให้ลูกน้อยนอนได้นาน กินนมแล้วไม่แหวะง่าย อีกส่ิงที่พวกเธอตั้งตารอก็คือการได้เห็นหน้าคุณพ่อกลับมาถึงบ้านนี่แหละค่ะ

การจัดคิวคนมาเยี่ยมและการเปิดรับความช่วยเหลือจากคนอื่น

ลูกคนแรกมักมาพร้อมกับความตื่นเต้นของญาติพี่น้องตลอดจนเพื่อนฝูงที่แห่กันมาเยี่ยมเยียน (ถึงแม้หลายบ้านจะบอกว่าแรงเชียร์ดีไม่มีตกแม้จะเป็นลูกคนที่สามแล้วก็ตาม) ซึ่งนั่นหมายความว่าจะมีคนอยากมาเยี่ยมดูหน้าเจ้าตัวน้อยหรือเสนอความช่วยเหลือบางอย่างให้กับคุณ แต่อย่าลืมว่าช่วงแรกๆ นั้นคุณแม่จะเหนื่อยมาก บางคนอาจมีภาวะเบบี้บลูและไม่อยู่ในอารมณ์อยากจะรับแขกติดๆ กันทุกวัน ดังนั้นการตกลงล่วงหน้าว่าใครจะประสานงานจัดคิวคนที่มาเยี่ยม หรือจะรับนัดสัปดาห์ละกี่ครั้ง ตลอดจนจะเปิดรับความช่วยเหลือใดๆ ที่มีคนเสนอมาบ้างไหม จะทำให้ไม่เกิดการเสียนำ้ใจกันทั้งสองฝ่าย คุณเองก็แฮ็ปปี้ คนมาเยี่ยมก็เบิกบาน

มือวางกะกลางคืน

ไม่ว่าใครจะรับหน้าที่ดูแลเบบี๋ช่วงกลางคืน ขอบอกไว้เลยว่าพ่อแม่ทั้งสองคนจะนอนไม่พอกันหรอก ทางที่ดีคือควรทำข้อตกลงกันก่อนเรื่องคิวในการดูแลลูกตอนกลางคืน บางคู่อาจสลับกันคนละคืน ในขณะที่บางคนอาจยิงยาวดูลูกตอนกลางคืนแล้วให้อีกฝ่ายเป็นมือวางอันดับหนึ่งรับช่วงต่อตอนเช้าตรู่่ หรือบางคู่อาจแบ่งคิวกันเป็นคนหนึ่งดูระหว่างวันจันทร์ถึงพฤหัสฯ ส่วนอีกคนดูวันศุกร์ถึงอาทิตย์ แต่ไม่ว่าจะใช้สูตรไหนก็ตาม ควรดูว่าอะไรเหมาะกับไลฟสไตล์การใช้ชีวิต พฤติกรรมการนอน ไปจนถึงการกลับไปนอนหลับได้ง่ายหรือไม่ของพวกคุณมากที่สุด และที่สำคัญคือตกลงกันให้ดีว่าหน้าที่กะกลางคืนนั้นกินความถึงเรื่องอะไรบ้าง เช่น ให้นมลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม ลุกขึ้นมาดูว่าลูกหายใจปกติไหม กล่อมลูกให้กลับไปนอน ฯลณ ไม่ใช่ว่าอะไรๆ ก็ต้องปลุกคุณแม่ขึ้นมาทุกครั้งเพราะคุณแม่รู้ดีที่สุด

เคลียร์หน้าที่ของพ่อแม่ให้ชัด

เพราะการเลี้ยงลูกไม่ได้มีแค่การเปลี่ยนผ้าอ้อมและให้นมเท่านั้น การตกลงแบ่งหน้าที่ที่ชัดเจนล่วงหน้าจึงช่วยให้แม่รู้สึกว่ามีคนแบ่งเบาภาระในขณะที่พ่่อก็จะได้รู้สึกมีส่วนร่วมในการดูแลลูกมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเดือนแรกๆ ที่แม่กับลูกมักจะตัวติดกันจากการให้ลูกกินนมแม่ เพราะฉะนั้นก่อนลูกเกิด ควรตกลงให้ชัดว่า ในขณะที่แม่รับหน้าที่หลักๆ เรื่องให้นมและดูแลประคบประหงมลูก พ่อจะสามารถช่วยเรื่องอาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม จ่ายของเข้าบ้าน ล้างจาน จ่ายค่าน้ำค่าไฟ ฯลฯ หรืออะไรได้อีกบ้าง

สำหรับการเปลี่ยนผ้าอ้อมนั้น ตกลงให้ชัดไปเลยว่าใครรับมือช่วงไหน เช่น หกโมงเช้าถึงหกโมงเย็นเป็นเรื่องของแม่ หลังจากนั้นคือเวลาของพ่อ จะได้ไม่ต้องเสียอารมณ์เวลาใครอีกคนอ้างว่า ก็ครั้งที่แล้วผม/ฉันเปลี่ยนไปแล้วนี่นา

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรเข้าใจให้ตรงกันคือ พ่อและแม่ไม่จำเป็นต้องแบ่งหน้าที่กันเป๊ะๆ แบบ 50-50 เพราะนั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก เว็บไซต์ equallysharedparenting.com บอกว่าคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ควรแบ่งชีวิตของตัวเองออกเป็น 4 บทบาท ได้แก่ บทบาทในการหารายได้ บทบาทในการดูแลลูก บทบาทในการดูแลบ้านช่อง และบทบาทในการดูแลตัวเอง พ่อและแม่อาจแบ่งหน้าที่ในแต่ละบทบาทเหล่านี้ในสัดส่วนที่ไม่เท่ากันได้ แต่อย่างน้อยต้องเกลี่ยบทบาทเพื่อสร้างสมดุลในตัวเองและสมดุลระหว่างกันให้ได้ ซึ่งในบทบาทการดูแลลูกนั้น พ่อแม่ทั้งคู่ควรเป็น “ผู้เชี่ยวชาญ” ในเรื่องนี้พอๆ กัน แบบที่สามารถพูดได้ว่า หากคนใดคนหนึ่งมีธุระต้องออกไปข้างนอก คนที่อยู่ดูแลลูกในเวลานั้นควรจะคุ้นเคยและรู้หน้าที่ดีว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยไม่่ต้องรอฟังคำสั่งหรือการเตือนความจำใดๆ

รูปแบบการนอนของลูก

พ่อแม่หลายคนเตรียมห้องนอนของลูกน้อยไว้พร้อมก่อนเจ้าตัวเล็กจะเกิดเสียอีก ในขณะที่อีกหลายคนเลือกที่จะให้ลูกนอนห้องเดียวกับพ่อแม่ไปก่อน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายไหน ควรพูดคุยกันให้ชัดเจนตั้งแต่ก่อนคลอด เพื่อที่ว่านับตั้งแต่คืนแรกของการกลับบ้าน  คุณจะได้ทำตามที่ตกลงกันไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ และจะได้เตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ได้อย่างครบถ้วน เพราะถ้าคุณแยกห้องนอนกับลูกน้อยตั้งแต่คืนแรก ส่ิงที่คุณต้องการอาจรวมถึงเบบี้มอนิเตอร์ที่จะช่วยตรวจจับการเคลื่อนไหวหรือเสียงร้องของลูกน้อยและจะปลุกให้คุณลุกไปดูเจ้าตัวเล็กได้ทันท่วงที ในขณะที่ถ้าคุณเลือกให้ลูกนอนด้วยในห้องเดียวกันจนถึงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อครบกำหนดเวลาที่อยากแยกห้องกับลูกแล้ว คุณจะได้เร่ิมวางแผนค่อยๆ ฝึกให้เขาคุ้นชินกับห้องของตัวเองมากย่ิงขึ้นแล้วเรียกคืนความเป็นส่วนตัวของคุณทั้งคู่คืนมา ซึ่งล่าสุดมีการวิจัยว่าพ่อแม่ควรจะนอนห้องเดียวกับลูกน้อยในช่วง 6 เดือน – หนึ่งปีแรก แต่ไม่ได้นอนบนเตียงเดียวกันหากให้ลูกน้อยนอนแยกเตียง บนที่นอนที่แข็งพอตัว ปราศจากหมอนและผ้าห่มผืนใหญ่ที่อาจพันตัวจนทำให้ลูกหายใจไม่ออก เพราะวิธีนี้จะลดความเสี่ยงจากการตายตอนหลับหรือที่รู้จักกันในภาวะ SIDS ได้ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

21 September 2017

Pretty Mum & Beautiful World

บิวตี้แบบรักษ์โลก ด้วยสารพันเครื่องสำอางออร์แกนิกในร้านเดียวจบ

15 September 2017

Put Patch on It, Mumma!

แต่งตัวให้ตัวเล็กด้วยแฟชั่นงานแพทช์เวิร์คและเสื้อผ้าปะติดแผ่นอาร์ม