12 December 17

ลูกโตฉี่รดที่นอน เรื่องผิดปกติที่พ่อแม่ต้องรู้

บ้านไหนมีความกังวลว่าเมื่อไหร่ลูกจะเลิกฉี่รดที่นอนสักที ตาม Mumraisin มาดูสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาอย่างตรงจุดกันค่ะ

มีผลสำรวจจากสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่งอเมริกา พบว่าเด็กประมาณ 5 ล้านคนในสหรัฐอเมริกา “ฉี่รดที่นอน” โดยแบ่งเป็นเด็กอายุ 5 ขวบ 20% เด็กอายุ 7 ขวบ 10% และเด็กอายุ 10 ขวบ 5% จะเห็นได้ว่าการฉี่รดที่นอนสำหรับเด็กเล็กนั้นเป็นเรื่องปกติ และภาวะนี้จะหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น แต่ถ้าลูกโตขึ้นชั้นประถมแล้วยังมีปัญหานี้อยู่ นั่นแสดงว่ากำลังเกิดปัญหากับลูกแล้วค่ะ เรามาดูกันว่าปัญหาฉี่รดที่นอนนั้นเกิดจากอะไรได้บ้าง และจะหาวิธีการช่วยลูกได้อย่างไร

1. ความเครียดหรือความวิตกกังวล สำหรับบางบ้านลูกที่เคยหายจากการฉี่รดที่นอนไปแล้ว แต่จู่ๆ กลับมาเป็นอีก นั่นเป็นเพราะช่วงนี้จิตใจของลูกไม่ปกติ อาจเกิดจากความเครียด หรือความวิตกกังวลในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องที่โรงเรียน ครอบครัวมีการเปลี่ยนแปลง พ่อแม่ทะเลาะกัน เป็นต้น

พ่อแม่ช่วยลูกแบบนี้สิ : เมื่อพบความผิดปกติควรหาสาเหตุและวิธีแก้ไข ชวนลูกพูดคุยอย่างผ่อนคลาย ไม่ตำหนิหรือดุลูก เรื่องทำให้ที่นอนเลอะเทอะ และให้กำลังใจลูก เชื่อมั่นว่าเขาจะผ่านมันไปได้

 

2. การควบคุมระบบขับถ่ายยังไม่ดี ส่วนใหญ่เกิดกับเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้ฝึกเรื่องการขับถ่ายตามช่วงอายุอย่างเหมาะสม ดังนั้นการให้ลูกเลิกใช้ผ้าอ้อม และฝึกนั่งกระโถนหรือเข้าห้องน้ำเองตามวัยและพัฒนาการของลูก จึงเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ควรใส่ใจมากที่สุดค่ะ

พ่อแม่ช่วยลูกแบบนี้สิ : ให้ลูกเข้าห้องน้ำก่อนนอนให้เรียบร้อย ตั้งนาฬิกาปลุกทุก 3-4 ชั่วโมงเพื่อพาลูกเข้าห้องน้ำ และหากวันไหนที่ลูกไม่ฉี่รดที่นอน ควรมีรางวัลเล็กๆน้อยๆ เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกหัดควบคุมการขับถ่ายของตัวเองต่อไปค่ะ

3. ดื่มน้ำหรือดื่มนมก่อนนอนมากเกินไป เพราะบางบ้านที่กินอาหารเย็นใกล้เวลานอนจนเกินไป ทำให้เด็กต้องดื่มน้ำเยอะ แถมก่อนนอนก็ยังให้ลูกดื่มนมแก้วโตอีก บวกกับลูกไม่ชอบลุกไปเข้าห้องน้ำกลางดึก แบบนี้ไม่พลาดแน่นอน

พ่อแม่ช่วยลูกแบบนี้สิ : พยายามให้ลูกดื่มน้ำและนมตอนกลางวัน แทนการดื่มตอนก่อนนอน และควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลและคาเฟอีน เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มสำเร็จรูปที่ใส่น้ำตาลเยอะๆ เพราะจะยิ่งกระตุ้นทำให้ปวดฉี่บ่อยๆ

4. ลูกกลัว ไม่กล้าเข้าห้องน้ำคนเดียว ช่วงวัยประถมเป็นช่วงที่เด็กสนุกกับการจินตนาการและเรื่องสมมติ บางทีทางเดินไปห้องน้ำมืดๆ อาจจุดจินตนาการเจ้าตัวเล็กได้ ทำให้ไม่กล้าลุกจากเตียง ผลสุดท้ายตอนเช้าที่นอนก็เปียกซะแล้ว

พ่อแม่ช่วยลูกแบบนี้สิ : เปิดไฟระหว่างทางเดินหรือในห้องน้ำไว้ เลือกไฟที่สามารถปรับระดับความสว่างได้ ลูกจะได้ไม่กลัวเวลาเดินไปเข้าห้องน้ำค่ะ หรือบอกกับลูกก่อนนอนเสมอว่า ถ้าหนูกลัวก็ปลุกแม่ได้นะ แม่จะไปห้องน้ำเป็นเพื่อนลูกเอง

 

5. มีปัญหาสุขภาพ หากลูกไม่มีปัญหาที่เข้าข่ายจาก 4 ข้อที่ผ่านมา ให้สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากปัญหาด้านสุขภาพและโรคต่างๆ ที่ทำให้เกิดการฉี่รดที่นอน เช่น โรคเบาหวานในเด็ก ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ โรคของต่อมไร้ท่อ มีปัญหาการนอนหลับ ท้องผูกเรื้อรัง ฯลฯ

พ่อแม่ช่วยลูกแบบนี้สิ : ควรพาลูกไปพบคุณหมอเพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องต่อไปค่ะ

Share
This Article

Related Article

29 December 2017

ก่อนลูกเทิร์นทีน พ่อแม่ควรจะ?

ขุ่นแม่ต่างดาวเผยว่า ในวัยที่ลูกยังเกาะแข้งเกาะขา เรียกหาแต่พ่อแม่ อย่ามั่วชะล่าใจใน “ตำแหน่งขวัญใจลูก” เพราะมันไม่ได้อยู่ในเงื้อมมือตลอดไปหรอกนะ มีหลายสิ่งที่พ่อแม่ควรทำ ก่อน “วันพ่อแม่อกหัก” จะมาถึง!

22 December 2017

นิทานวันสุข : อาทิตย์ยิ้มแฉ่ง

#นิทานวันสุข ได้เวลาชั่วโมงแห่งความสุขกับนิทานเรื่องใหม่ประจำสัปดาห์ เรื่อง “อาทิตย์ยิ้มแฉ่ง” คืนนี้อย่าลืมกอดลูกด้วยนิทานจาก #Mumraisin นะคะ

28 December 2017

เชื่อมั้ย!? แค่ 1 นาที ก็รีเฟรชร่างกายและหัวใจได้แบบสวยๆ ชิลๆ

เรื่องเครียดๆ ปวดหัวใจจะหมดไป ด้วย 4 วิธีคืนความผ่อนคลายง่ายๆ ใน 1 นาที ดีต่อใจแม่แม่ที่สุด