04 January 18

Love Note from Buriram 3 วัน 2 คืนชื่นมื่นกับ “เพ ลา เพลิน”

เมื่อไม่นานมานี้ Mumraisin ได้รับเชิญจาก “เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท และอุทยานไม้ดอก เพ ลา เพลิน” จังหวัดบุรีรัมย์ ให้ร่วมเดินทางพร้อมทีมพี่น้องสื่อมวลชนไปร่วมเป็นสักขีพยานการเปิดตัว Joy Shopping Place แหล่งช้อปปิ้งแห่งใหม่สไตล์ไทเทรนด์ที่จะดึงดูดใจนักช้อปจากทุกสารทิศมาเพลิดเพลินเดินช้อปให้สมชื่อสถานที่ ขณะเดียวกันเจ้าภาพก็จัดทริปพาพวกเราไปเที่ยวชม-ชิม แถมช้อปติดปลายนวมกลับบ้านกันพอหอมปากหอมคอด้วย กิจกรรม 3 วันจะอัดแน่นและชวนเพลินขนาดไหน ต้องตามไปดู

Day 1 : Love @ First Visit รักแรกเยือน ถิ่นบุรีรัมย์

แม่มัมฯขอสารภาพว่าอดตื่นเต้นไม่ได้ที่จะได้ไปเยือนบุรีรัมย์เป็นครั้งแรก ได้ยินถึงเรื่องความก้าวหน้าทันสมัยในทางบวกหลายสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในจังหวัดนี้แล้ว ก็ตั้งใจอยู่หลายครั้งว่าจะไปเยือนสักที หนนี้ล่ะเป็นจริงละ

พวกเราเกือบ 30 ชีวิตออกเดินทางด้วยรถโค้ชจากกรุงเทพฯ มุ่งสู่เส้นทางอิสานใต้ เมื่อคำนวณดูแล้วอาจใช้เวลานานกว่าเดินทางโดยขับรถส่วนตัวมาเองอยู่บ้าง เพราะรถโค้ชเขาดี มีระบบจำกัดความเร็วอยู่ที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เราจึงหมดกังวลเรื่องความปลอดภัยในการเดินทางไปได้ ต้องขอบคุณทีมงาน เพ ลา เพลิน ที่เอาใจใส่อย่างละเอียดในทุกเรื่อง

 

เมื่อมาถึงบุรีรัมย์ก็เป็นเวลาอาหารเที่ยงพอดี ทีม เพ ลา เพลิน พาเราแวะหม่ำมื้อเที่ยงแสนอร่อยกับอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นที่ร้านอาหารตรี หรือ TRI คาเฟ่ แอนด์ เรสเตอรองต์ อ.นางรอง บรรยากาศดี อาหารอร่อยทุกรายการ โดยเฉพาะเมนูเห็ดรวมชุบแป้งทอด และเนื้อปูผัดพริกขี้หนูสวนของเขา…โดนเหมาเกลี้ยงทุกจานไป

 

หลังจากการต้อนรับขับสู้ด้วยมื้อเที่ยงอิ่มอร่อยแล้ว ทีมงานก็พาเราเดินทางต่อเพื่อไปเยือนแหล่งผลิตผ้าไทย บ้านเจริญสุข อ.เฉลิมพระเกียรติ หมู่บ้านที่ผลิตผ้าผืนงามล้ำค่าในนาม “ผ้าภูอัคนี” โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น นำเอาดินภูเขาไฟเขาพระอังคารที่ดับสนิทแล้วมาผ่านกระบวนการวิธีต่างๆ ทางธรรมชาติ แล้วนำมาย้อมเส้นไหมและเส้นฝ้าย ก่อนนำมาถักทอเป็นผ้าฝ้ายและไหมทอมือทั้งไว้ใช้ในครัวเรือนและเป็นของฝากแก่ผู้มาเยี่ยมเยือน… และเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ พวกเราก็ได้ช้อปติดไม้ติดมือกันมาคนละผืนสองผืนเป็นที่ระลึกด้วย สบายใจกันไป

หลังจากชื่นชมแหล่งผลิต “ผ้าภูอัคนี” จนหนำใจ ทีมงานก็ไม่รอช้า เพราะว่าเย็นมากแล้ว กลัวไม่ทันการณ์ เร่งจัดการให้รถโค้ชบึ่ง (ย้ำอีกครั้งว่าด้วยความเร็วสูงสุดที่ 80 กม./ชม.) พาพวกเราไปสัมผัสบรรยากาศแสนสบายใกล้ชิดธรรมชาติก่อนพระอาทิตย์ตกดินกับกิจกรรมส่องนกอพยพจากไซบีเรีย ที่อ่างเก็บน้ำซึ่งเดิมเคยเป็นสนามบินมาก่อนเก่า สายลมเย็นชื่นที่พัดมาตลอดเวลาที่นั่งอยู่ในศาลาริมอ่างเก็บน้ำนั้น ทำเอาเราชื่นใจ คลายความเหนื่อยเมื่อยล้าจากการชิม-ชม-ช้อป ไปได้มากโข!!

แล้วก็ได้เวลาโบกมือลาฝูงนกน่ารัก เพื่อกลับสู่ที่พักของพวกเราเองบ้าง เราลาจากอ่างเก็บน้ำเพื่อมา Check-in เข้าห้องพักที่ The Naturalist เพ ลา เพลิน ตรงกับช่วงเวลาอาหารค่ำพอดี (หม่ำอีกละ) หลังจากแยกย้ายกันเก็บกระเป๋าเข้าห้องอย่างกระชับฉับไว ชาวคณะก็มาเอ็นจอยดินเนอร์พร้อมกันกับอาหารเย็น Signature ที่ห้องอาหาร เพ ลา ภิรมย์ เพ ลา เพลิน ได้ลองลิ้มชิมบางเมนูที่เจ้าภาพแอบกระซิบว่า พรุ่งนี้จะพาไปชิมกันสดๆ ณ แหล่งผลิตจจริงกันเลย

Day 2 : Enjoy @ the Joy Shopping Place และเยือน หมู่บ้านคู้บอน – หินเหล็กไฟ

Schedule วันนี้ก็แน่นขนัดจัดเต็มไม่ต่างจากวันแรกค่ะ คุณผู้ชม เผลอๆ จะแน่นกว่าด้วยซ้ำ ส่วนพวกเราชาวคณะก็ยิ้มรับพร้อมสู้ไม่ถอย… ก็แหม อิ่มแปล้กับมื้อเช้ากันแล้ว แบตมาเต็ม จะพาไปไหนก็อยากไปทั้งนั้น จัดไปค่ะ

เราเริ่มกิจกรรมแรกของวันด้วยการไปเยือนอีกหนึ่งแหล่งผลิตผ้าไหมชั้นดี ของดีของบุรีรัมย์ ที่บ้านคู้บอน อ.คูเมือง เราได้พบกับการต้อนรับรับขวัญอย่างอบอุ่นจากชาวบ้านตามวิถีอีสาน ได้ชมขั้นตอนการผลิตผ้าขาวม้า ผ้าซิ่นตีนแดง (ทำจากฝ้าย) ได้ชมการย้อมสีธรรมชาติ และการแกะลาย มัดหมี่ ย้อมหมี่ ไปจนถึงขั้นตอนการทอเป็นผืนผ้าก่อนนำมาสวมใส่เป็นผ้านุ่ง หรือตัดเย็บเป็นชุดเสื้อผ้าที่แสนสวยงามง …และเหมือนเคยที่ปิดท้ายการเยือนด้วยการช้อปช่วยชาติ ได้ผ้าผืนงามกลับบ้านกับคนละสองสามถุง ชื่นมื่นกันไป

เสร็จภารกิจงานผ้าจากบ้านคู้บอน เราก็ตะลอนกันมาต่อที่แหล่งผลิตอาหารแปรรูปโดยฝีมือของชาวบ้านในชุมชน กลุ่มพัฒนาส่งเสริมอาหารพื้นบ้าน ต.หินเหล็กไฟ อ.คูเมือง เรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปรสอร่อยเลื่องชื่อที่กำลังขยายการผลิตเพื่อการส่งออก เป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่สมาชิกชุมชน โดยทาง เพ ลา เพลิน ได้นำเข้าสินค้าจากชาวบ้านกลุ่มนี้ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปจากข้าว เช่น ข้าวแต๋นหน้าต่างๆ น้ำปลาร้า (สูตรสำเร็จรูป) ปลาส้ม ปลาจ่อมเสวยผัด มาวางจำหน่ายที่ Joy Shopping Place เป็นการสร้างการรับรู้และเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าด้วย

ไหนๆ ก็มาเยือนแหล่งผลิตอาหารรสเลิศแล้ว เจ้าภาพและชาวบ้านใจดีก็เลยให้เราพักรับประทานอาหารกลางวันกันที่นี่ในบรรยากาศอีสานพื้นบ้าน กับเมนูอาหารอีสานรสชาติจัดจ้านที่เราเพิ่งได้เห็นการสาธิตวิธีการทำไปเมื่อก่อนหน้า ตอนนี้ก็ได้เวลาชิมจริงอิ่มจริงกันแล้ว ขอบอกว่าเด็ดดีทุกจาน ไม่ว่าจะเป็นปลาส้มทอด ปลาจ่อมเสวย ต้มไก่บ้าน ส้มตำสูตรพิเศษ กับข้าวเหนียวร้อนๆ อิ่มอร่อยและอยู่ท้องอย่างที่สุด!

ตกบ่าย พวกเราก็เดินทางกลับที่พักที่ เพ ลา เพลิน เพื่อเตรียมร่วมพิธีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Joy Shopping Place ในช่วงบ่ายคล้อยเย็นของวันนั้น ระหว่างนั้น เราได้ร่วมกิจกรรมมากมายที่เจ้าภาพจัดไว้ให้ไปพลางๆ ไม่ว่าจะเป็นการจิบน้ำชายามบ่าย พร้อมกิจกรรมการชงชาสูตรพิเศษ Tea Blending และเลือกชงและจิบชาตามราศีเกิด สนุกสนานกับการทำโฟมกาแฟด้วยหน้าพิมพ์พิเศษที่มุมโรงคั่วกาแฟขนาดย่อมที่พร้อมผลิตกาแฟหลายสูตรไว้คอยเสิร์ฟเอาใจคอกาแฟ ส่วนใครใคร่ชม-ชม ใครใคร่ช้อป-ช้อปสินค้าและผลิตภัณฑ์แบรนด์ OTOP ของดี MADE IN BURIRAM มากมายหลากหลายภายในจอย ช้อปปิ้ง เพลส ก่อนเริ่มงาน ก็ไม่ผิดกติกาใดๆ ในขณะเดียวกัน ก็เพลิดเพลินใจไปกับการแสดงดนตรีจากวง ไนน์ และ มินิคอนเสิร์ต จาก แตงโม เดอะวอยส์ ด้วย

ครั้นได้เวลาแดดร่มลมตก บรรยากาศและอากาศกำลังดี ก็ได้ฤกษ์พิธีเปิด Joy Shopping Place อย่างเป็นทางการ ซึ่งในช่วงพิธีเปิดนั้น นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประธานในพิธีเปิด ได้กล่าวว่า จอย ช้อปปิ้งเพลส ถือเป็นศูนย์การค้าแบบใหม่สไตล์โมเดิร์น ที่เน้นการค้าจากฐานรากตามนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ได้มีโอกาสนำสินค้าจากชุมชนเข้ามาว่างจาหน่าย ถือว่าเป็นการเพิ่มโอกาสและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในจังหวัดบุรีรัมย์และในย่านอีสานใต้นี้ด้วย ซึ่งลูกค้าหลักๆ ก็จะเป็นประชาชนจากเป็นเทศเพื่อนบ้านแถบนี้ อย่างประเทศกัมพูชาที่จะเข้ามาจับจ่ายใช้สอย และคิดว่าน่าจะเป็นโมเดลต้นแบบขยายฐานในเรื่องเศรษฐกิจที่อื่นได้ เพราะเป็นศูนย์การค้าแนวใหม่ที่อยู่ตามแนวชายแดนที่ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจไทยให้คึกคักได้ การเปิดศูนย์การค้าจอย ช้อปปิ้ง เพลส น่าจะเป็นโมเดลสำคัญที่น่าจะได้ประโยชน์ และนำไปขยายผลต่อไปแถบชายแดนอื่นๆ ด้วย ถือเป็นเรื่องดีที่มีการเปิดการค้าชายแดน เพราะประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาจะได้เข้ามาซื้อ ช่วยนำรายได้เข้าส่ประเทศไทยมากขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นการค้าขายที่ดีที่สุด

ส่วนคุณพรทิพย์ อัษฏาธร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพ ลา เพลิน บุรีรัมย์ เจ้าภาพใหญ่ของงานก็กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการเปิด จอย ช้อปปิ้ง เพลส ว่าเธอตั้งใจให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมผลิตภัณฑ์ภาคอีสาน โดยทั้งหมดเริ่มต้นมาจากการที่ทาง เพ ลา เพลิน มีแนวความคิดอยากช่วยส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้ประชาชนชาวอีสานมีอาชีพมั่นคงและยั่งยืน ผ่านการนำผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงของชุมชน อาทิ ผ้าทอชนิดต่างๆ ของที่ระลึก ของตกแต่งบ้าน ผลผลิตทางการเกษตร มาออกแบบแปรรูปสินค้าและสร้างเป็นแบรนด์ เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และช่วยพัฒนาช่องทางการตลาด โดยการส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศ ซึ่งตอนนี้ก็มีการสั่งออเดอร์สินค้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และประเทศทางฝั่งยุโรป เป็นจำนวนมาก ซึ่งคุณพรทิพย์ย้ำว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวส่วนใหญ่จะชื่นชอบสินค้าของภาคอีสานอยู่แล้ว เนื่องจากมีความสวยงาม และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ท่านใดที่สนใจนำสินค้าเข้ามาวางจำหน่ายที่ Joy ก็ติดต่อสอบถามรายละเอียดเข้ามาได้ที่ เพ ลาเพลิน บูติก รี สอร์ทค่ะ

หลังจากเสร็จสิ้นส่วนที่เป็นพิธีการ ก็เข้าสู่อีกช่วงไฮไลท์ของงาน นั่นคือการแสดงแฟชั่นโชว์ ชุด จอย กูตูร์ แบรนด์ จากนางแบบ และเซเลบริตี้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่มากมาย ที่มาร่วมนำเสนอความสวย สดใหม่ อลังการของงานแฟชั่นเสื้อผ้าที่ตัดเย็บและดีไซน์จากทั้งผ้าไหมและผ้าฝ้ายทอมือขึ้นของบุรีรัมย์ที่พวกเราได้ไปสัมผัสมาก่อนหน้านั่นเอง….ปรบมือรัวๆ กันเลยค่ะ

เพ ลา เพลิน

Day 3 : Bye-bye Blooming Buriram โบกมือลาดอกไม้งามนามบุรีรัมย์

เวลา 2-3 วันผ่านไปไวเหมือนโกหก ในวันสุดท้ายของการเยือนบุรีรัมย์ของเรารอบนี้ ก็ยังคงสไตล์กิจกรรมอัดแน่นจนหยดสุดท้ายเหมือนเดิม

เริ่มจากเสร็จมื้อเช้าปุ๊บ ก็เช็คเอาท์และล้อหมุนปั๊บ โดยเจ้าภาพพาพวกเราออกเดินทางสู่แหล่งผลิตสินค้า อ.สตึก บ้านพลับ เพื่อชมการทำผลิตภัณฑ์หัตถกรรมพื้นบ้านจากการนำวัสดุธรรมชาตินั่นคือ “ผักตบชวา” มารังสรรค์ เติมแต่งไอเดีย เพิ่มมูลค่า กลายเป็นสินค้าจากผักตบชวาที่สวยงามมีคุณภาพและราคาน่าใช้มากมายหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น หมวก กระเป๋า และที่เด็ดสุดเห็นจะเป็น “รองเท้าจากผักตบชวา” ที่เพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี ชาวกรุงมุ่งช้อปอย่างพวกเราเหมารองเท้ากลับบ้านกันจนชาวบ้านหน้าบานไม่หุบเลย

เสร็จจากหมุดหมายแรก เราก็เดินทางต่อมาที่ บ้านสะแก เพื่อชมการประดิษฐ์ของตกแต่งบ้าน จากการนำวัสดุธรรมชาติซึ่งเป็นวัชพืชในสวน ไร่ นาต่างๆ มาต่อยอดสร้างสรรค์เป็นดอกไม้ใบหญ้า เราได้ฟังการอธิบายและดูวิธีการนำวัชพืชตั้งแต่ขั้นตอนแรก ไปจนถึงการดัดแปลงแต้มแต่งด้วยการย้อมสีสันต่างๆ จากธรรมชาติ แล้วนำมาจัดช่ออย่างสวยงาม หรือแยกจำหน่ายตามประเภทเพื่อใช้ประดับตกแต่งสถานที่ เป็นของแต่งบ้าน ร้านค้า ร้านอาหารที่ได้รับความนิยมอย่างมาก กลายเป็นสินค้าส่งออกยอดนิยม และมีออเดอร์สั่งจากประเทศเกาหลีด้วยนะ

อิ่มตาอิ่มใจไปกับของแต่งบ้านแสนสวยจากวัชพืชแปลกตากันแล้ว ก็ได้เวลอิ่มท้องอีกหนึ่งมื้อก่อนจากลาบุรีรัมย์อย่างเป็นทางการ เจ้าภาพใจดีมีรสนิยมพาคณะเราแวะหม่ำมื้อกลางวันกันที่ร้านอาหาร “ครัวสองพี่น้อง” ร้านอาหารขึ้นชื่อของที่นี่ที่แซ่บทุกจานกับสไตล์อาหารพื้นถิ่น และอาหารอีสานรสชาติอร้อยอร่อยยยยยย เสิร์ฟพร้อมผักพื้นถิ่นหลากหลายชนิดให้ชิมให้ชอบกันจุใจ

เมื่อรวมพลกันขึ้นรถโค้ชอีกครั้งเพื่อโบกมือบ๊ายบายบุรีรัมย์และเดินทางกลับบ้านใครบ้านมันที่เมืองบางกอก พวกเราจึงพร้อมใจกันหลับอุตุสบาย ถึงเป้าหมายปลายทางที่กรุงเทพฯโดยสวัสดิภาพ พร้อมดอกไม้จากบุรีรัมย์ที่เบ่งบานในหัวใจ

NOTE : ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เพ ลา เพลิน ได้ที่ https://www.playlaploen.com/th/

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

05 November 2017

ตะลุยสวนสนุกต่างแดนครั้งแรกกับลูก – Sentosa ซ่าสุดๆ

‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ ชวนพาลูกสนุกกับทริปวัดใจ “Sentosa” 3 วัน 2 คืน เกาะเดียว คอนเฟิร์มว่าเอาอยู่!

11 September 2017

Modern Ragdolls

ตามหา 13 ตุ๊กตาผ้าสุดน่ารัก คลิกสั่งซื้อง่ายได้ทางออนไลน์