07 July 17

อ.อ่าน ง่ายจัง

ใครๆ ก็ว่าคนไทยไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ คอลัมนิสต์แม่แซ่บแห่งมัมเรซิ่น มุ่งมั่นจะให้ข้อกล่าวหานี้ ไม่ลากยาวไปจนถึงรุ่นลูกของเรา เชื่อขุ่นแม่สิคะว่า “นิสัยรักการอ่าน” สร้างได้ ไม่ยาก ง่ายม้ากมากอีกต่างหาก อ่านค่ะอ่าน

“อยากให้ลูกรักเป็นเด็กรักการอ่านจังเลย” คือ ความปรารถนาดีและความฝันของพ่อแม่ที่เห็นด้วยว่า การอ่านช่วยเปิดโลกใหม่ ขยายดินแดนแห่งจินตนาการ และส่องสว่างทางปัญญาให้ลูก เหมือนดั่ง Sir Richard Steele นักเขียนชาวไอริชเคยกล่าวไว้ว่า “Reading is to the mind what exercise is to the body”   “การอ่านให้ประโยชน์ต่อความคิด เฉกเช่นการออกกำลังกายให้ประโยชน์ต่อร่างกาย” โอ้โห… ถ้าการอ่านดีงามขนาดนี้ แล้วเราจะส่งเสริม “นิสัย” รักการอ่านให้ลูกได้ไงล่ะ  ขุ่นแม่ต่างดาว ขอตอบว่า ไม่ยากเลย ง่ายม้ากมาก

แต่ขอให้เข้าใจตรงกันก่อนว่า นิยาม “รักการอ่าน” ของขุ่นแม่ต่างดาวนั้น ไม่ใช่ภาพเด็กคงแก่เรียนที่ คร่ำเคร่งแต่การอ่านหนังสือซีเรียสเท่านั้นนะ   แต่เป็นเด็กที่สนุกกับการหยิบจับหนังสือที่เขาสนใจขึ้นมาสักเล่ม จะเป็นการ์ตูนก็ได้ นิทานก็ดี หรือแม้กระทั่งใบปลิวฟรีๆสักแผ่นก็ได้เหมือนกัน จากนั้นก็จดจ่อกับการอ่าน  และถ้าเมื่อไหร่ลูกเริ่ม “เล่า” ถึงสิ่งที่อ่านให้พ่อแม่ฟังอย่างเป็นตุเป็นตะล่ะก็ บราโว่ได้เลย! เพราะแสดงว่าลูกมีกระบวนการอ่านแล้วคิดตาม ย่อยสิ่งที่อ่าน ฝึกร้อยเรียงความคิดเพื่อถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นฟัง นั่นแหละ เป้าหมายของการอ่านอย่างแท้จริง

ถ้าเห็นภาพเดียวกันแล้ว ก็มาปูเส้นทางสู่ “นักอ่านตัวน้อย” กันได้เลย

อ่านด้วยกัน “อ่านหนังสือด้วยกันก่อนนอน” คือ จุดตั้งต้นที่ดีของการเพาะเมล็ดพันธุ์นักอ่าน อย่าเพิ่งคิดว่าไม่มีเวลาสำหรับสิ่งนี้ เพราะต่อให้ใช้เวลาด้วยกันแค่ห้าหรือสิบนาทีเป็นประจำและต่อเนื่อง ก็มีค่าตราตรึงพอที่จะปลูกฝัง “นิสัย” รักการอ่านให้ลูกแล้ว เราไม่ได้อ่านหนังสือกับลูกเพื่อ “อ่านให้เขาฟัง” อย่างเดียว แต่นี่คือ ช่วงเวลาที่เรามีโอกาสได้ “แชร์ประสบการณ์อ่านร่วมกับลูก” เป็นการสร้างสายสัมพันธ์แม่ลูกที่ง่ายดายและอบอุ่น แถมยังเป็นช่วงนาทีทองของแม่นิดๆด้วย เพราะจังหวะที่ลูกตั้งใจ “ฟัง” เราอ่านหนังสือ คือ ช่วงเวลาที่แม่จะรู้สึกสงบม้ากมาก ก็แหม… นานๆลูกจะหยุดปล่อยพลัง และตั้งใจ “ฟัง” สิ่งที่แม่พูดนี่นา (ฮ่าๆๆ)

อ่านให้สนุก ขุ่นแม่ต่างดาวชอบอ่านแล้วพากย์เสียงไปด้วย สร้างความเฮฮาให้ลูกมั่กๆ เพราะอ่านแบบทุ่มเท ชนิดจ่ายสิบแต่เล่นล้าน! กว่าจะจบเล่ม เล่นเอาเสียงแหบเสียงแห้ง แต่ก็คุ้มค่าความสนุก สำหรับคนที่ไม่อยากดัดเสียงให้เหนื่อย และกลัวว่าอ่านด้วยเสียงธรรมดาแล้วจะไม่เร้าใจ  ก็อย่าเพิ่งกังวลไป  ต่อให้อ่านเสียงเรียบนิ่งโมโนโทนก็ทำให้ลูกสนุกและมีความสุขได้เหมือนกัน

เคล็ดลับคือ ถ้าลูกยังอยู่ในวัยก่อนประถม ให้เน้นหนังสือที่มีภาพเยอะๆ ตัวหนังสือน้อยๆแต่ตัวโตๆ เวลาอ่านก็ใช้วิธีชี้ “สิ่งต่างๆ” ที่อยู่ในภาพเพื่อ “ชวนให้ลูกสังเกต” และชวนพูดคุยถึงตัวละครที่อยู่ในหนังสือก็ได้ หรือลองหาสติ๊กเกอร์เล็กๆมาให้ลูกติดเพิ่มในหนังสือก็สนุกไปอีกแบบ เช่น หากมีนิทานเกี่ยวกับสวนสัตว์ ก็ลองหาสติ้กเกอร์รูป สัตว์ต่างๆมาให้ลูกตกแต่ง จากนั้นก็ชวนกันแต่งเรื่องราวใหม่ กลายเป็นนิทานหนึ่งเดียวในโลกไปเลย สนุกสุดยอด!

เมื่อลูกโตขึ้นถึงวัยอ่านเองได้บ้างแล้ว ก็ควรชี้ “ตัวหนังสือ” ที่กำลังอ่านไปด้วย ลูกจะมองตามอย่างอัตโนมัติ ไม่ต้องพยายามยัดเยียดให้ลูกสะกด อ่านไปตามธรรมชาติ เน้นความสนุกไว้ก่อน แล้วจะพบว่า สักพัก เขาจะเริ่มจับคำง่ายๆและอยากอ่านให้เราฟังเองบ้าง เย้!

อ่านที่ชอบ หากลูกอยู่ในวัยก่อนเรียน ควรจัดวางหนังสือในบริเวณที่ลูกหยิบเองได้  เพราะเราต้องการส่งเสริมให้ลูกเป็นคน “เลือก” หนังสือที่ต้องการฟัง  อย่าได้กลัวว่าลูกจะเลือกอ่านแต่เล่มเดิมๆ (เพราะซีนนี้มาแน่นอน!) ขอให้คิดไว้ว่า ถ้าลูกรักอองกอร์ เราต้องจัดเต็มสมคำเรียกร้อง! (แต่…คืนที่สี่ เราควรเริ่มหาเรื่องอื่นมาล่อตาลูกรักก็ดีนะ เพื่อเปิดโลกทัศน์ใหม่ให้ลูก และถือโอกาสพักเรื่องเดิมที่เริ่มหลับตาเล่าได้แระ)

อ่านแล้วคุย หลังอ่านจบแล้ว อย่าเพิ่งรีบปิดไฟนอน ลองชวนลูกคุยอีกนิด ว่าเขาคิดอย่างไรกับตัวละครในเรื่อง หรือ มีมุมมองอย่างไรเกี่ยวกับบางฉากบางตอนของเรื่อง  การพูดคุยกันทำให้ลูกได้ “ย่อย” สิ่งที่เพิ่งฟังจบไป  ได้ “ถาม” ในสิ่งที่เขาสงสัย ได้ “ต่อยอด” ในสิ่งที่เขายังไม่รู้  เหมือนเช่น Edmund Burke นักปรัชญาไอร์แลนด์ ได้กล่าวไว้ว่า “To read without reflecting is like eating without digesting” – “หากอ่านแล้วไม่คุร่นคิด ก็เหมือนกินแล้วไม่ย่อยนั่นแหละ” เพราะงั้น อ่านแล้ว ชวนย่อยนิดนึงนะจ๊ะ จะได้ไม่จุก อิๆ

สำหรับขุ่นแม่ต่างดาวแล้ว ข้อดีสุดของการพูดคุยกับลูกหลังอ่านหนังสือด้วยกันก็คือ ช่วยให้เราได้ “อ่าน” ความคิดของลูก ช่วยให้เรา “เข้าใจ” เขามากขึ้น เป็นช่วงเวลากระชับสายสัมพันธ์แม่ลูกได้อย่างนุ่มนวลและลุ่มลึก

อ่านด้วยรัก อยากให้ลูกรักการอ่าน ก็ต้องสอนให้ลูก “รักหนังสือ” ก่อนนะจ๊ะ เพราะหนังสือคือเพื่อนรักที่เราหวังคบกันยาวๆ  ว่าแล้วก็โปรดสอนให้ลูกพลิกหน้าหนังสือด้วยความเบามือ เปิดปิดด้วยความถนอม อ่านแล้วเก็บเข้าที่เดิมทุกครั้ง ตู้หนังสือหรือกล่องเก็บหนังสือ ควรจัดวางอยู่ในบริเวณที่ลูกสามารถเดินไป “หยิบมาอ่านและเก็บเองได้” ถ้าอยากให้ลูกรักการอ่าน แต่เก็บหนังสือไว้บนตู้สูงหรือมีฝาปิดสนิท แล้วลูกจะเห็น “หนังสืออยู่ในสายตา” และสร้างความรู้สึก “อยากอ่าน” ได้อย่างไร จริงไหม…  เอาใหม่ๆ หากหนังสือแสนดีถูกซุกซ่อนอย่างมิดชิด โปรดรีบนำมาเผยโฉมยั่วยวนสายตานักอ่านตัวน้อยซะให้ไว  แค่นี้ ใกล้ตา ก็ใกล้ใจแล้วล่ะ

ความรัก เป็นสิ่งบังคับกันไม่ได้ฉันใด “รักการอ่านหนังสือ” ก็ฉันนั้น  อย่า “บังคับให้ลูกอ่าน” แต่ทำให้เขา “รักช่วงเวลาอ่านหนังสือ”  แล้วเขาจะ “รักการอ่าน” อย่างหัวปักหัวปำเอง

มาเริ่มต้นเส้นทางรักตั้งแต่ “คืนนี้” เลย  แล้ว “ฝันดี” ของเราและลูก จะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแน่นอน

Share
This Article

Related Article

18 July 2017

บอกโลกโซเชียลแบบมีสไตล์ ว่าฉัน ‘ท้องแล้วจ้า’

12 วิธีสร้างโมเมนต์ดีต่อใจ ด้วยสไตล์การโพสต์รูปอย่างแยบยล เพื่อบอกโลกว่ากำลังจะเป็นคุณแม่ มัมเรซิ่นเก็บทริคเด็ดจากคนดังมาหมด ทั้งสายซึ้ง ฮา น้ำตารื้น ให้คุณแม่เลือกได้ตามชอบ

18 September 2017

คือเสียงร่ำไห้ในวันแห่งการฉลอง เมื่อ “น้ำคร่ำอุดกั้นปอด” คร่าชีวิตเธอ

หมอหวิว ชัญวลี ศรีสุโข สูติแพทย์คนเก่งของมัมเรซิ่น ถ่ายทอดอีกหนึ่งประสบการณ์จริงของการสูญเสียคนไข้ไปด้วย “ภาวะน้ำคร่ำอุดกั้นปอด” ที่แม้จะเกิดขึ้นนานแล้ว แต่ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ และหวังให้เป็นเคสเรียนรู้สำหรับแม่ท้องและครอบครัวทุกคน

04 November 2017

Duchess of Cambridge : Hair Style File

10-10-10 ไปเลยค่า กับวิวัฒนาการทรงผมของดัชเชสเคท จากอดีตจนถึงปัจจุบัน