29 April 18

Real Life Story : คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวกับมะเร็งขั้นที่ 3

เรื่องเล่าจาก คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่ป่วยเป็นมะเร็ง

แต๋มอยากเล่าเรื่องเกี่ยวกับมะเร็งของแต๋มเผื่อเป็นประโยชน์ค่

นันท์นภัส กุสุมา อยุธยา คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว กับลูกชายหนึ่งคน แม่แต๋มเป็นพนักงานบริษัทที่มีนิสัยร่าเริง ชอบการท่องเที่ยวและมีความสุขกับการรับประทานอาหาร แล้วความกลัวของคนเป็นแม่ที่จะไม่ได้อยู่เคียงข้างลูกชายจนโตก็เข้ามาเพราะพบว่าเธอเป็นมะเร็ง ขั้นที่ 3

ต้นปีพ.. 2559 ตั้งใจจะลดน้ำหนักเพราะรู้สึกว่าตัวเองอ้วนมากเลยตัดสินใจออกกำลังกายและงดข้าวเย็นเป็นเวลา 2 อาทิตย์ อยู่มาวันหนึ่งสังเกตเห็นมีเลือดออกมาเปื้อนกางเกงในจึงรีบไปหาหมอตรวจภายในผลก็เป็นหมอบอกว่าอาจเป็นเลือดค้างในช่องคลอดและหลุดออกมาเวลาที่เราออกกำลังกายได้

ครบ 2 อาทิตย์ที่ออกกำลังก็ลองชั่งน้ำหนักใหม่แต่น้ำหนักไม่ลง อีกทั้งยังเริ่มรู้สึกว่ามีก้อนแข็งๆที่ท้องด้านซ้ายบน คลำได้เป็นก้อนใหญ่เต็มฝ่ามือเลยให้คุณแม่ที่เป็นพยาบาลวิชาชีพคลำให้ คุณแม่บอกว่าให้ไปเช็คดีกว่าเพราะท้องบริเวณนี้ไม่ควรมีก้อน พอถึงโรงพยาบาลคุณหมอคลำเสร็จก็บอกว่าเจอก้อนเหมือนกันเลยอยากให้ทำอัลตราซาวด์

พอทราบผลเหมือนโลกทั้งใบถล่ม
หมออ่านผลและบอกกับเธอว่ามีก้อนขนาดประมาณ 17 เซ็นติเมตรและแนะนำให้ทำ CT SCAN เพื่อให้เห็นก้อนเนื้อชัดขึ้น  ซึ่งผลที่ออกมายิ่งทำให้ใจหายมากขึ้นเพราะขนาดจริงที่สแกนได้คือ 22x15x18 เซ็นติเมตรหรือประมาณลูกรักบี้ รูปทรงไม่ค่อยดี แล้วคุณหมอก็ขอตัดชิ้นเนื้อเพิ่มเติมเพื่อดูเนื้อเยื่อดีว่าเป็นแค่เนื้องอกธรรมดาหรือเซลล์มะเร็ง โดยผลจะออกหลังจากั้น 3 วัน เธอบอกว่าเป็น 3 วันที่โคตรทรมารเพราะทั้งตื่นเต้น ทั้งกลัว และสารพัดความคิดพร่างพรูเข้ามาในหัวตลอดเวลา และแล้ววันที่ผลชิ้นเนื้อก็ออกมาพอทราบผลเหมือนโลกทั้งใบถล่ม เป็นวันที่เราไม่อยากพูดกับใครไม่อยากเจอใคร เศร้ามากแต่ต้องหยุดเศร้าเพราะหมอบอกว่าถ้าเป็นมะเร็งต้องรีบเอาออก

มะเร็งที่เธอเป็นคือ Retroperitoneal Liposarcoma หรือมะเร็งจากก้อนไขมันเปลี่ยนเซลล์เป็นมะเร็ง ซึ่งมะเร็งชนิดนี้ไม่สามารถตรวจเจอได้ด้วยการเจาะเลือดต้องคลำเจออย่างเดียวและวิถีรักษาคือตัดออกเท่านั้น

หมอแจ้งขั้นตอนการรักษา
การผ่าตัดของเธอมีความซับซ้อนหลายอย่างเนื่องจากเธอเป็นเบาหวานด้วยซึ่งน้ำตาลสูงเป็นผลร้ายกับการผ่าตัด ดังนั้นก่อนผ่าตัดต้องควบคุมน้ำหนักและน้ำตาลในเลือดไม่เช่นนั้นแผลผ่าจะไม่ติดกันทำให้มีโอกาสติดเชื้อ คุณหมอดูผล CT SCAN แล้วอธิบายขั้นตอนการรักษาให้เธอฟังว่าเธอจะต้องเข้ารับการตัดก้อนมะเร็ง ม้าม ไตซ้าย ต่อมหมวกไต ลำไส้ใหญ่ ลำไส้เล็ก ตับอ่อนครึ่งนึง ซ้ำร้ายไปกว่านั้นคุณหมอยังดุเธอว่าไม่ควรตัดชิ้นเนื้อเพราะอาจจะทำให้มะเร็งกระจายไปทั่วตัวได้

เธอต้องเตรียมตัวให้พร้อมก่อนผ่าตัด 1 เดือนเพราะต้องฉีดวัคซีนก่อนการตัดม้าม 2 เข็ม แล้วก็ถึงวันผ่าตัดซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 12 ชั่วโมง ผ่านไป1 เดือนเธอต้องมาพบหมอมะเร็งเพื่อดูแผลและฟังผลว่าเป็นมะเร็งขั้นไหน

ขั้น 3B คือถ้าขั้น 4 ก็คือแพร่กระจาย
หมอมะเร็งแจ้งว่าเธอเป็นมะเร็งขั้น 3B ถ้าขั้น 4 คือขั้นแพร่กระจาย ส่วนวิธีรักษาด้วยการฉายแสงและเคมีบำบัดนั้นไม่ได้ช่วย แต่คุณหมอก็อยากให้ทำทั้งสองอย่างเพื่อป้องกันการแพร่กระจายและเกิดโรคที่อื่น

ผมจะโกนผมเป็นเพื่อนคุณแม่
ผลการรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องคือต้องทำการฉายแสง 27 ครั้ง ให้เคมีบำบัดอีก 20 ครั้ง สิ่งที่เธอกังวลและได้ยินมาว่าให้คีโมแล้วผมจะร่วงนั้นก็เกิดขึ้นหลังจากที่เธอได้รับการให้คีโม 14 วัน ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาที่เธอรู้สึกสะเทือนใจมากเวลาเห็นผมตัวเองร่วงเยอะขนาดนั้น แต่เธอโชคดีที่ได้สุดยอดกำลังใจจากลูกชายที่กอดและบอกกับเธอว่าผมจะโกนผมเป็นเพื่อนคุณแม่ คุณแม่จะได้มีเพื่อนหัวโล้นไงฮะ

คนที่ให้คีโมควรทานไข่ต้มเยอะๆ ขั้นต่ำ 3 ลูกต่อวันเพราะเม็ดเลือดจะถูกทำลาย และถ้าเลือดไม่เพียงพอก็จะไม่สามารถให้คีโมได้ ซึ่งการให้คีโมรอบสุดท้ายของเธอเกิดปัญหาเพราะเริ่มซีดมากคุณหมอก็เลยให้เลือดเพื่อให้พร้อมต่อการรับการรักษา

หลังจากผ่าตัดพบก้อนเนื้อที่ตับเพิ่มเติม
หลังจากให้คีโมรอบแรกจบคุณหมอสั่งให้ทำ MRI ช่องท้องเพื่อดูผลว่าเมื่อได้รับคีโมแล้วเป็นอย่างร ปรากฏว่าพบมีก้อนเนื้อที่ตับเพิ่มเติม คุณหมอที่ผ่าเลยอยากให้ทำ PET SCAN เพื่อดูมะเร็งทั่วตัวว่ามีกระจายไปที่ไหนบ้างหรือไม่เพราะถ้ากระจายจริงก็อาจจะไม่ผ่าแล้ว ตอนนั้นเธอกังวลใจเพิ่มมากขึ้นเพราะการทำ PET SCAN นั้นราคาค่อนข้างสูงและต้องจ่ายเองเพราะประกันสังคมและประกันที่ไหนก็ไม่จ่าย แต่สุดท้ายเพื่อความชัวร์เธอก็ต้องทำตามที่หมอแนะนำ ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเพราะผลที่ออกมาคือสิ่งที่เห็นอาจไม่ใช่มะเร็งแต่น่าจะเป็นผลจากการฉายแสงทำให้ตับเห็นเป็นจุดได้ สรุปแคล้วคลาดตอนนี้เราให้คีโมครบแล้วแต่ยังคงต้องทำ MRI ตรวจต่อเนื่องทุกๆ4 เดือนลุ้นกันทุกรอบ

“รอดมาได้ด้วยกำลังใจล้วนๆ”
แต๋มมีลูกเป็นกำลังใจที่สำคัญที่สุด มีครอบครัวที่อบอุ่นและเพื่อนๆทั้งจากโรงเรียนเก่าและที่ทำงานคอยแวะเวียนกันมาให้กำลังใจอย่างไม่ขาดสาย ถ้าถามว่าเคยคิดที่จะไม่อยากอยู่ไหม ตอบได้เลยค่ะว่ามี เพราะตลอดการรักษามันเจ็บปวดทรมานและไม่อยากให้เรามาเป็นภาระใคร แต่ในที่สุดก็ลุกขึ้นสู้เพราะแต๋มเห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นห่วงและเป็นกำลังใจให้แต๋ม

ทุกอย่างต้องมาจากใจเราเอง เราต้องคิดสู้เองและภาพจาก คนอื่นที่เป็นเยอะกว่าเค้าสู้มากทำให้เราสู้ตายเค้าหายได้เราก็ต้องหายอยากหายมาอยู่กับลูกนานๆ

ขอบคุณมะเร็งที่ทำให้เรารู้ว่าทุกนาทีมีค่าต้องใช้กับคนที่เรารักและรักเราให้คุ้มค่าในทุกนาทีของชีวิตเผื่อไม่มีวันพรุ่งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยโรคนี้ทุกคนเลยตอนนี้ก็ท่องเที่ยวกับลูกเก็บเกี่ยวทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต

เพจที่ให้กำลังใจผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งที่เธอแนะนำได้แก่กลุ่มมะเร็งพลังบวกซึ่งเธอเองก็ได้กำลังใจจากที่นี่เช่นกัน
https://www.facebook.com/groups/607981996256258/


รูป : นันท์นภัส กุสุมา อยุธยา

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

04 August 2017

แม่อุ้มท้องต้องใส่ส้นสูงกี่นิ้ว?

ต้องใส่ส้นสูงกี่นิ้ว ถึงจะดีต่อสุขภาพกาย แถมดีต่อใจคุณแม่อุ้มท้องที่ยังอยากสวย สูง สง่า

20 January 2018

แม่มัมฯ พาช้อป ชม ชิม “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” งานนี้เที่ยวฟรี!!! ตลอดงานจ้า

เสาร์-อาทิตย์นี้ หากยังไม่มีแพลนไปไหน ชวนคุณสาพาคุณลูกออกมาเดินเล่น ช็อป ชม ชิม เที่ยวงาน “เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2561” กันดีกว่าค่ะ