08 December 17

Real Life Story : ความในใจมนุษย์แม่ กับแรงกดดันเรื่องกิจกรรมที่โรงเรียน

เคยไหมในวันประชุมผู้ปกครองเพื่อหาอาสาสมัครช่วยกิจกรรมที่โรงเรียน แล้วคุณรู้สึกสองจิตสองใจว่าจะยกมือดีหรือไม่ เพราะใจหนึ่งก็ไม่อยากทำให้ชีวิตที่วุ่นวายอยู่แล้วยิ่งอีนุงตุงนังเข้าไปใหญ่ แต่อีกใจก็รู้สึกผิดว่าไม่ได้ทุ่มเวลาเพื่อกิจกรรมที่โรงเรียนของลูกมากพอ แถมยังกลัวว่าเพื่อนผู้ปกครองจะมองมายังไงอีก

คุณแม่คนนี้เข้าใจคุณดี เพราะเธอเองก็เคยตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันมาแล้ว แต่มีบางอย่างเปลี่ยนความคิดของเธอไป และหลังจากที่คุณอ่านเรื่องนี้จบ คุณเองก็อาจสลัดความรู้สึกผิดที่แฝงตัวอยู่ออกไปได้เหมือนเธอ

ฉันเรียนรู้อะไรมากมายจากมนุษย์แม่คนหนึ่งระหว่างกิจกรรม Back to School ที่โรงเรียนของลูกชายของฉัน พ่อแม่เกือบทุกคน (95เปอร์เซนต์นั้นเป็นมนุษย์แม่) พากันเบียดเสียดร่างใหญ่ๆ ลงในเก้าอี้ตัวเล็กของเด็กป.2 และแกล้งทำเป็นว่านั่งสบาย กิจกรรมหลักของค่ำวันนั้นคือการกรอกปฏิทินกิจกรรมที่พ่อแม่จะต้องมีส่วนร่วมตลอดปี  เช่น การทำฉากละครเวที  การขับรถพาเด็กๆ ไปไร่ฟักทอง หรือการถ่ายรูปช่วงวันอีสเตอร์

พูดง่ายๆ ว่ามันคือกิจกรรมที่คุณไม่อยากตกปากรับคำว่าจะทำ แต่สุดท้ายก็อาจจะลงเอยด้วยความรู้สึกดีๆ ที่คุณโผล่ไปร่วมด้วยได้และทำมันให้เกิดขึ้นจริง

ในค่ำวันนั้น บรรดาแม่ๆ ที่เป็นตัวแทนผู้ปกครองประจำห้องพากันไปนั่งหน้าชั้นและขานชื่อกิจกรรมต่างๆ ทีละอย่างเพื่อเปิดให้ผู้ปกครองที่เหลือลงชื่อว่าใครสนใจจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมใดบ้างด้วยการยกมือ เช่น ช่วยเตรียมผลิตภัณฑ์กระดาษสำหรับปาร์ตี้วันวาเลนไทน์   จัดการรวบรวมภาพสำหรับหนังสือรุ่นช่วงปลายเทอม  ประสานงานการไปทัศนศึกษา นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาร่วมกิจกรรมแบบนี้ และฉันจะไม่โกหกหรอกนะ  ฉันรู้สึกกลัวทีเดียวเลยล่ะ

ความมั่นใจของฉันเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นมือไม้ที่พากันยกขึ้นมา ซ้ายที ขวาที ข้างหน้าบ้าง ข้างหลังบ้าง นี่ฉันควรจะอาสามากกว่านี้อีกไหม? ฉันควรทำใช่ไหมเพราะการเสนอตัวช่วยกิจกรรมโรงเรียนของลูกและมาร่วมงานคือสิ่งที่แม่ที่ “ดี” ควรทำกัน  แต่พูดตรงๆ นะ ฉันไม่อยากทำเลยสักนิดเดียว เพราะการลงชื่อช่วยเหลือกิจกรรมอะไรก็ตามที่ต้องทำมากกว่าการเตรียมกระดาษเช็ดปากหรืออาหารสักจานมาร่วมงานนั้นดูเหมือนจะเป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับฉันเลยล่ะ

และนั่นคือตอนที่ฮีโร่ของฉันเดินเข้ามาในห้อง

เธอเป็นแม่ของเด็กผู้ชายคนหนึ่งในชั้นเรียนนี้ แต่เธอเลือกที่จะไม่นั่งลงในเก้าอี้ตัวจิ๋วหากยืนอยู่ตรงโถงทางเข้าประตูพร้อมๆ กับการผลุบๆ โผล่ๆ เข้าออกเป็นระยะๆ  เธอมีตารางปฏิทินกิจกรรมโรงเรียนแบบดิจิตอลอยู่ในมือพร้อมเพรียงและไม่ว่าเราจะพูดถึงกิจกรรมอะไรขึ้นมา ดูเหมือนเธอจะติดธุระยุ่งขิงอยู่เสมอ

ผู้หญิงคนนี้ไม่กลัวเลยสักนิดที่จะปฏิเสธ

เมื่อเธอปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้ง เรากำลังหารือกันว่าใครจะเอาพวกขนมอบมาร่วมกิจกรรมอะไรสักอย่าง แล้วจู่ๆ หนึ่งในมนุษย์แม่คนหนึ่งก็ถามคุณแม่คนนี้ขึ้นมาว่า “เฮ้ คุณอยากจะอบขนมอะไรสักอย่างสำหรับกิจกรรมนี้ไหม เราต้องการคนช่วยเพิ่มน่ะค่ะ” เธอตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องหยุดคิดสักนิดเลยว่า “ไม่ละค่ะ ฉันไม่ถนัดเรื่องนั้น ฉันรู้จุดแข็งของตัวเองดี ฉันเก่งเรื่องถ่ายรูปและจัดหาผลิตภัณฑ์กระดาษ ฉันจะลงชื่อช่วยถ่ายรูปในกิจกรรมนับโหลและจะช่วยพิมพ์โลโก้โรงเรียนลงบนกระดาษเช็ดปากให้ด้วย แต่ฉันไม่อบขนมค่ะ”

ฟังแล้วฉันอยากเข้าไปกอดเธอเลย

บอกมาตรงๆ เถอะค่ะว่า พวกคุณกี่คนที่จะตอบตกลงภายใต้ความกดดันจากเพื่อนผู้ปกครอง ณ เวลาแบบนั้นกันบ้าง? แต่ทันทีที่เธอพูดความจริงออกมา เธอก็ทำให้ฉันหลุดพ้นจากความกังวลทั้งปวง เธอกล้าหาญมากพอที่จะรู้จุดแข็งและยอมรับจุดอ่อนของตัวเอง แถมยังพร้อมที่จะบอกให้คนอื่นได้รู้อีกด้วย เธอไม่ได้ขยับตัวไปมาอย่างอึดอัดพลางคิดไม่ตกว่าเธออาสาทำสิ่งต่างๆ มากไปไหม หรือยังไม่พอ หรือกำลังดีแล้ว

เรื่องนี้จบลงตรงที่เราสองคนไปลงเอยกันที่บาร์แห่งหนึ่งและหย่อนใจจากสิ่งที่เรียกว่าชีวิตมนุษย์แม่ พลางแบ่งปันไวน์ เสียงหัวเราะ และมุมมองความคิดกัน จากการพูดคุยทำให้ฉันได้รู้ว่าที่เธอผลุบๆ โผล่ๆ ระหว่างการประชุมปฏิทินกิจกรรมก็เพราะเธอเป็นแม่ของเด็กชายฝาแฝดสองคนที่อยู่เกรดสองเหมือนกันแต่คนละห้อง เธอจึงอาสาทำกิจกรรมให้ทั้งสองห้องในเวลาเดียวกัน และเธอรับใช้ชาติในตำแหน่งนักบินประจำนาวิกโยธินด้วย อย่างสุดท้ายคือเธอแต่งงานกับคู่แท้ของเธอ ซึ่งเป็นผู้หญิงเหมือนกัน (!!) เป็นเวลายี่สิบปีมาแล้ว

โลกใบนี้ก็เริ่มดูสมเหตุสมผลในสายตาของฉันขึ้นมาทันที

คุณแม่คนนี้ได้เห็นอะไรมามากกว่ามนุษย์แม่คนอื่นๆ นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น โลกทั้งใบดูพร่าเลือนอยู่ใต้ตัวเธอขณะที่เธอขับเครื่องบินไปปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติ และเธอต้องทนรับฟังคำตัดสินจากคนอื่นๆ เมื่อเธอเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับความชอบทางเพศของเธอ ตลอดจนได้สัมผัสความรู้สึกตื่นเต้นของการเป็นคู่รักเพศเดียวกันคู่แรกในรัฐที่เธออยู่ ที่ได้รับการบันทึกชื่อว่าเป็นผู้ปกครองร่วมกันในสูติบัตรของลูกๆ ของเธอ

เมื่อเทียบกันแล้ว การบอกบรรดาแม่ๆ ของเด็กเกรดสองในห้องว่าเธอไม่ถนัดที่จะอบบราวนี่นั้นจึงดูเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลย

ฉันพบว่ามุมมองของเธอและความเต็มใจที่จะเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองนั้นช่างเป็นการแบ่งปันเรื่องราวที่น่าตื่นเต้นมาก เธอบอกฉันว่า “ฉันคิดว่าฉันเพิ่งจะตระหนักว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นคือ คุณไม่อาจเป็นทุกสิ่งอย่างให้กับทุกคนได้ แต่ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังคงพยายามที่จะทำเช่นนั้นอยู่”

ใช่ พวกเราพยายามทำเช่นนั้นกันจริงๆ

แต่บางทีนี่อาจถึงเวลาที่เราควรหยุดทำเช่นนั้นแล้ว เมื่อเธอพูดออกมาดังๆ ว่า “ไม่” ในชั้นเรียน ก็ไม่มีใครคิดกับเธอในแง่ลบสักหน่อย ฉันไม่ได้คิดว่าเธอเป็นไอ้ขี้แพ้ แต่คิดว่าเธอเป็นฮีโร่ต่างหาก เธอแสดงให้ฉันเห็นถึงพลังแห่งการเคารพเวลาและความสามารถของตัวเอง (ตลอดจนความสามารถที่เราไม่มีในตัว) และจากนั้นมาฉันก็เริ่มที่จะไม่พยายามทำทุกอย่างมากเกินไป ฉันซื่อสัตย์กับตัวเองว่าตัวเองสามารถทำได้มากแค่ไหนโดยไม่เอาแต่พูดคำว่า ได้ค่ะๆ เวลาที่ใครออกปากขออะไรจากฉัน

บ่อยครั้งที่เรากลัวการตัดสินจากมนุษย์แม่คนอื่นๆ แต่สิ่งที่เราได้เรียนรู้จากค่ำคืนวัน Back to School นั้นก็คือการกำหนดอาณาเขตของตัวเองและพบว่าการกล่าวปฏิเสธไม่ได้ทำให้มนุษย์แม่คนอื่นๆ รู้สึกรำคาญมากเท่ากับที่คุณคิดกลัวเอาเองมาตลอด บางครั้งมันอาจจะจุดประกายอะไรบางอย่างให้พวกเธอได้ด้วยซ้ำไป

เพราะฉะนั้น ได้เวลาขีดเส้นอาณาเขตของคุณเองเลย ไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว 

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

03 November 2017

นิทานวันสุข : นิทาน มือน้อย น้อย

#นิทานวันสุข ได้เวลาชั่วโมงแห่งความสุขกับนิทานเรื่องใหม่ประจำสัปดาห์ คืนนี้อย่าลืมกอดลูกด้วยนิทานจาก #Mumraisin นะคะ

07 March 2018

แม่ๆ รู้ยัง เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต มี คอร์สทำอาหาร วันเดียวจบด้วยนะ

หาเวลาว่างชวนกันไปเรียนทำอาหารทั้งคาวและหวานกับเชฟระดับมืออาชีพที่โรงเรียนสอนทำอาหารในฝัน