23 February 18

Real Life Story: แม่ใจสลาย ลูกตาย เพราะใช้คาร์ซีทผิด

คริสทีน มิลเลอร์ คุณแม่จากโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ได้แชร์เรื่องราวแสนเศร้าของตัวเองไว้ในเพจ Growing Humans เพื่อเป็นอุทาหรณ์แก่คุณแม่ๆ คนอื่นว่า ควรเห็นความสำคัญของคาร์ซีทให้มากๆ แม้จะผ่านไป 12 ปีแล้ว แต่ความเจ็บปวดของคุณแม่ท่านนี้ก็ไม่ได้จางหายไปไหน หากวันนั้นเธอใส่ใจกับความปลอดภัยมากพอ ป่านนี้ ไคย์ลี่ ลูกชายวัย 3 ขวบ ตัวน้อยๆ ของเธอ คงจะเติบโตและได้ใช้ชีวิตด้วยกันอย่างมีความสุขแล้ว

บันทึกจากหัวใจที่แตกสลายของแม่

12 ปีที่แล้ว วันนี้คือวันที่แม่ได้เห็นรอยยิ้มสวยๆ ของลูก ได้จูบลูก หรือรับรู้ความรู้สึกที่แขนของลูกมาโอบคอของแม่ แม่ไม่รู้เลยว่า เช้านี้จะเป็นเช้าสุดท้ายที่จะได้ยินเสียงหัวเราะและเสียงหวานๆ เรียกคำว่า “แม่” พร้อมกับสายตาที่เป็นประกายและช่างสงสัยของลูก แม่ยังจำได้อย่างชัดเจนว่า ลูกชอบให้แม่นอนข้างๆ แล้วเอามือมาลูบแก้มแม่ และแม่ก็จะกระซิบว่า ‘แม่รักหนูนะ’ หลังจากลูกหลับไปแล้ว”

เรื่องราวของอุบัติเหตุ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม ปี 2005 ครีสทีนและไคย์ลี่กำลังนั่งอยู่ในรถมินิแวน ก็ได้มีรถขับฝ่าไฟแดงมาชนเข้ากับรถของเธอ ขณะนั้นไคย์ลี่นั่งอยู่บนเบาะบูสเตอร์ซีท และคาดด้วยเข็มขัดนิรภัยของผู้ใหญ่ ตอนที่รถถูกชน ครีสทีนนึกว่าเข็มขัดนิรภัยจะช่วยปกป้องลูกได้ แต่เธอคิดผิด ไคย์ลี่กระเด็นออกนอกรถและเสียชีวิตจากแรงกระแทก นั่นเพราะบูสเตอร์ซีทไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็กๆ เลย

ทำไมบูสเตอร์ซีทถึงไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก

บูสเตอร์ซีท (Booster Seat) หรือคาร์ซีทแบบที่นั่งเสริม เหมาะสำหรับลูกที่มีน้ำหนักและส่วนสูงเกินกว่าจะนั่งคาร์ซีทแบบหันหน้าออกไปหน้ารถ (Forward-Facing) และควรใช้เมื่อลูกมีส่วนสูง 145 เซ็นติเมตร หรือสูงพอที่จะใช้เข็มขัดนิรภัยในรถได้

ดังนั้น เด็กเล็กหากนั่งบูสเตอร์ซีทแล้วเกิดอุบัติเหตุ จะทำให้ตัวเด็กลื่นหลุดออกจากเข็มขัดนิรภัยได้ หรืออวัยวะภายในฉีกช้ำจากการโดนเข็มขัดนิรภัยรัดเสียเอง เพราะสะโพกของเด็กยังไม่แข็งแรงพอที่จะทนต่อแรงกระแทกหรือแรงกดจากเข็มขัดนิรภัยที่พาดตรงหน้าท้องได้

12 ปี ที่เหมือนตกนรกทั้งเป็น

“การสูญเสียไคย์ลี่เหมือนตกนรกทั้งเป็น ทั้งเจ็บปวดและทรมานจนยากจะหาคำใดมาอธิบาย และคงอยู่กับความเจ็บปวดนั้นจนกว่าแม่จะตายและได้พบหน้าลูกอีกครั้ง สิ่งที่ยากที่สุดคือเรารู้ว่าวิธีป้องกันชีวิตลูกที่ง่ายที่สุดคืออะไร ถ้าฉันตระหนักถึงอันตรายของการใช้บูสเตอร์ซีทกับเด็กเล็ก ถ้าใครสักคนเตือนฉัน ฉันคงยอมเสียเวลาสัก 5 นาทีที่จะให้ลูกนั่งคาร์ซีทที่มีระบบล็อคที่ปลอดภัย ทุกอย่างคงจะเปลี่ยนไป มันคงช่วยชีวิตลูกชายของฉันได้ และช่วยไม่ให้ฉันตกนรกทั้งเป็น”

12 ปีที่ผ่านมา ฉันคงมีความทรงจำที่สวยงามของลูกชาย แทนที่จะเป็น 12 ปีแห่งความเจ็บปวด ฉันคงไม่ต้องมานั่งจินตนาการว่าถ้าเขายังอยู่ ตอนนี้เขาจะเป็นอย่างไร ฉันคงได้กอดเขาและบอกรักเขา และดูเขาเติบโตเป็นผู้ชายคนหนึ่ง แต่ฉันสูญเสียมันไปหมดเพราะความผิดพลาดครั้งเดียว นี่จึงเป็นภารกิจหนึ่งในชีวิตของฉันที่อยากจะช่วยป้องกันไม่เกิดโศกนาฏกรรมแบบนี้กับครอบครัวอื่นๆ”

คำขอจากแม่หัวใจสลาย

อุบัติเหตุรถยนต์คือสาเหตุอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตเด็กๆ ไป จากสถิติ 80-90% เกิดจากการติดตั้งคาร์ซีทไม่ถูกต้องหรือใช้คาร์ซีทผิดประเภท ซึ่งไคย์ลี่คือหนึ่งในนั้น และทำให้คุณแม่คริสทีนอยากจะเตือนและอ้อนวอน ขอให้ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการใช้คาร์ซีทอย่างจริงจัง

“ลองอ่านซ้ำอีกครั้งเถอะค่ะ แล้วไตร่ตรองอย่างละเอียด นึกถึงการรณรงค์เตือนภัยต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเรา ไม่มีอะไรร้ายแรงเท่ากับอุบัติเหตุรถยนต์อีกแล้ว และในหลายๆ อุบัติเหตุเหล่านั้น เราป้องกันได้ด้วยการใช้คาร์ซีทที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัยลูก”

เราพร้อมปกป้องลูกจากทุกสิ่งทุกอย่างทั้งจากสารเคมีอันตราย จีเอ็มโอ ของมีคม แต่กลับให้ลูกนั่งในรถที่มีคาร์ซีทไม่ได้มาตรฐาน เรื่องนี้เราต้องเปลี่ยน ได้โปรด หากคุณมีลูกเล็กหรือรู้จักใครที่มีลูกเล็ก เลือกคาร์ซีทที่เหมาะสมกับลูกเถอะ และบอกหรือแนะนำคนๆ นั้นเถอะค่ะ ฉันเสียเพื่อนและคนในครอบครัวเพราะฉันบอกว่าพวกเขาใช้คาร์ซีทผิด แต่ไม่ให้ฉันพูดเลยก็ไม่ได้ เพราะฉันไม่อยากให้เด็กๆ ต้องมาตาย ฉันยอมเสี่ยง”

“การมีชีวิตของเด็กๆ สำคัญกว่าอีโก้ของผู้ใหญ่ ถ้าใครสักคนมาพูดกับฉัน มาบอกฉันสักหน่อย ไคย์ลี่อาจจะยังมีชีวิตอยู่ ฉันรู้ว่าเรามีภาระหน้าที่มากมาย แต่เราช่วยชีวิตคนอื่นได้ถ้าเราร่วมมือกัน ด้วยการแชร์เรื่องราวนี้ออกไปก็เพียงพอแล้ว”

ด้วยความระลึกถึง ไคย์ลี่ เดวิด มิลเลอร์ 13 มี.ค. 2002 – 29 พฤษภาคม 2005

นอกจากนี้คุณแม่ครีสทีนได้ทำวิดีโอรวบรวมภาพของ ไคย์ลี่ ลูกชายของเธอ และรายละเอียดต่างๆ รวมถึงภาพจำลองการกระแทกของการชนขณะเด็กๆ นั่งอยู่ในรถเอาไว้ให้ดูค่ะ เพื่อเป็นความรู้และให้คุณพ่อคุณแม่ตระหนักถึงอันตรายและการติดตั้งคาร์ซีทที่ถูกต้อง

และนี่คือคำแนะนำการเลือกคาร์ซีทแบบต่างๆ แบบไหนเหมาะกับวัยของลูกเรา และจะเลือกซื้ออย่างไร คลิกอ่านที่นี่ได้เลยค่ะ http://mumraisin.com/scoop-carseats/

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรจริงจังกับการติดตั้งคาร์ซีทอย่างถูกต้องและตรงตามวัย เด็กๆ ควรนั่งคาร์ซีทจนกว่าจะอายุ 13 ปี จริงอยู่ว่าคาร์ซีทอาจจะราคาแพง แต่คงเทียบไม่ได้เลยกับชีวิตอันมีค่าของลูกน้อยของเรา อย่าให้ครอบครัวไหนต้องมาเจ็บปวดและเสียใจเหมือนอย่างคุณแม่ท่านนี้เลยค่ะ ชีวิตของลูกเราป้องกันได้ ดังเช่นที่คุณแม่คริสทีนกล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า “คาร์ซีท ไม่ใช่ ทางเลือกของพ่อแม่ แต่มันคือของจริง มันคือเรื่องจริง”


เรียบเรียง: Nantida

ขอบคุณข้อมูลจาก:

https://www.facebook.com/TheGrowingHumans/

https://www.netmums.com/child/mum-shares-heartbreaking-story-to-warn-others-about-car-seat-safety

 

 

 

 

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

30 September 2017

My Plate Planner 1 มื้อของลูก กินเท่าไรดีนะ?

การกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และกินในปริมาณที่เหมาะสม จะทำให้ลูกน้อยวัย 3-5 ขวบของเรามีสุขภาพที่ดี

09 August 2017

4 วิธีพิชิตความกลัวคลอดลูกคนแรก

เรื่องคลอดคืออีกเรื่องท้าทายที่สุดในชีวิตผู้หญิง ตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนรู้ว่าท้อง และลุ้นยิ่งกว่ารู้เพศลูกอีก เราเลยมีวิธีปราบความกลัวและรับมือเตรียมคลอดอย่างมีสติมาฝากค่ะ