01 December 17

A Real Life Story พ่อแม่เด็กพิเศษกับการเปิดใจ “สอนลูกของคุณให้เห็นอกเห็นใจคนอื่นเถอะ”

วินาทีแรกที่ลูกเกิดมา เชื่อว่าคำถามแรกที่พ่อแม่หลายคนเอ่ยปากถามหมอคือ “ครบ 32 ไหม?” แต่ถ้าลูกของคุณไม่ได้โชคดีเช่นนั้นล่ะ คุณจะทำอย่างไร

สเตซี่ย์ และดาร์เรน แก็กนอนส์ มีลูกหกคน สี่คนในนั้นเป็นเด็กพิเศษ และเมื่อพวกเขาสนับสนุนให้พ่อแม่คนอื่นๆ สอนลูกให้รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่น พวกเขาก็พูดออกมาจากใจและจากประสบการณ์ตรง

ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ครอบครัวนี้ไปร่วมพิธีในโบสถ์แห่งใหม่ที่ซึ่งเด็กคนอื่นจะจ้องมองหรือชี้ไม้ชี้มือมาที่โจเอล ลูกชายวัย 9 ขวบของพวกเขาซึ่งเกิดมาโดยมีหูเพียงข้างเดียว “คนส่วนใหญ่ผลักดันให้ลูกๆ สนใจเรื่องกีฬา วิชาการ ตลอดจนด้านอื่นๆ ของชีวิต แต่เราไม่ได้สอนบทเรียนชีวิตที่สำคัญที่สุดให้กับพวกเขา นั่นคือความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น” สเตซี่ย์บอก

เธอบรรยายถึงเหตุการณ์ที่ทำให้หัวใจคนเป็นแม่แตกสลายลงในเฟซบุค ซึ่งมันถูกแชร์ต่อๆ กันไปเกือบ 30,000 ครั้ง

“วันนี้เป็นวันอันแสนเจ็บปวด เราไปโบสถ์แห่งใหม่กันเพราะว่าลูกชายคนโตของเราจะไปพูดเรื่องประสบการณ์การเข้าแคมป์ของเขาให้เด็กคนอื่นๆ ฟัง เมื่อฉันเดินไปที่ห้องประชุมสำหรับเด็กๆ พร้อมกับลูกสามคนสุดท้องของฉัน ขณะที่เราเดินเข้าไปในห้อง เราเห็นโต๊ะสี่ตัวถูกจัดวางไว้และมีเด็กๆ นั่งกันอยู่เต็มไปหมด นาทีที่เราเดินเข้าไป ห้องทั้งห้องก็เงียบกริบโดยพลันแล้วเด็กทุกคนก็จ้องเขม็งพลางชี้มาที่โจเอล ลูกชายของฉัน โจเอลเกิดมาพร้อมกับภาวะ Cranio-facial impairment ซึ่งทำให้เขามีหูเพียงข้างเดียวและไม่มีโครงสร้างทางกระดูกในบางแห่ง ฉันรู้ว่าเขาดูแตกต่างจากคนอื่นแต่วันนี้มันเจ็บปวดยิ่งกว่า ฉันยืนอยู่ตรงประตูและเฝ้ามองเด็กๆ ทุกคนมองมาที่โจเอลด้วยดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับอ้าปากค้าง ฉันก้าวเข้าไปและกำลังจะพูดกับเด็กๆ ในห้องเรื่องความแตกต่าง แต่แล้วฉันก็หยุด ฉันหยุดแล้วหันไปมองหลังห้องที่ซึ่งลูกชายของฉันถอยไปซ่อนอยู่ตรงนั้น เขาฝังศีรษะลงในอ้อมแขนของตัวเองเพราะไม่อาจซ่อนตัวจากใครได้ท่ามกลางสายตาทุกคู่แบบนั้น หัวใจของฉันร่วงลงไปกองและห้องทั้งห้องก็เงียบกริบเมื่อฉันเดินกลับไปหาโจเอล ฉันแตะไหล่เขาแล้วเขาก็เงยหน้าขึ้นมามองพร้อมดวงตาที่มีน้ำตาคลอกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความอาย ฉันคุกเข่าลงแล้วถามว่า “ลูกอยากออกไปหรือเปล่าจ๊ะ” เขากระซิบว่า “ครับ” ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้ววิ่งออกจากห้องไป  

ระหว่างที่อยู่ในโบสถ์ ฉันจับแขนของเขาไว้แล้วเขาก็เขียนคำว่า “โจเอลรักแม่” บนฝ่ามือของฉัน ลำคอของฉันตีบตันและพูดอะไรไม่ออก ลูกชายผู้น่ารักและงดงามของฉันสมควรได้รับมากกว่าการจ้องมองและการชี้ไม้ชี้มือ แล้วฉันก็คิดถึงสิ่งที่ฉันไม่ได้ทำในวันนี้ ที่ผ่านมาฉันรับหน้าที่ครูผู้สั่งสอนเด็กๆ เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และฉันก็จะก้าวเข้าไปแทรกแซงก่อนจะพูดถึงเรื่องความแตกต่างให้พวกเขาฟัง แต่วันนี้ฉันไม่ได้ทำแบบนั้น วันนี้ฉันไม่ได้สอนลูกของคนอื่นเพราะว่าฉันมัวแต่ยุ่งในการประคับประคองลูกชายผู้ใจสลายของฉัน เพราะฉะนั้น ฉันจึงอยากวอนขอพ่อแม่ทุกคน ให้สอนลูกๆ ของคุณ สอนพวกเขาว่ามีคนหลายคนที่ดูแตกต่างออกไป เอารูปคนที่ดูแตกต่างจากคนอื่นให้ลูกๆ ของคุณดู แล้วอธิบายให้พวกเขาทราบว่ามันไม่ใช่เรื่องดีที่จะจ้องมองคนอื่นเพียงเพราะเขาแตกต่างจากเรา มันไม่ใช่เรื่องดีที่จะไปชี้เขา แล้วสอนพวกเขาว่าลูกชายของฉันนั้นมีจิตใจ มีความรู้สึกข้างในไม่ต่างจากพวกเขา เขาชอบรถบรรทุก Dodge Ram และ Minecraft แล้วก็สนุกกับการขุดดินเล่น เขาชอบซอสมะเขือเทศแต่ไม่ชอบบร็อกโคลี่ แต่ที่ไม่ชอบที่สุดคือเขาไม่ชอบให้ผู้คนจ้องมองและชี้เขาเพียงเพราะว่าเขาแตกต่างจากคนอื่น มันไม่จำเป็นที่ต้องย้ำเรื่องนี้กับโจเอลหรอกเพราะมันเป็นสิ่งที่เขาต้องใช้ชีวิตกับมันทุกวันอยู่แล้ว ฉันไม่ได้โกรธ  ไม่ได้คิดว่าเด็กๆ พวกนี้เลวร้ายหรือใจร้าย แต่ฉันคิดว่าไม่มีใครเคยสอนเขาต่างหาก โพสต์นี้จึงเป็นการขอให้คุณลองใช้เวลาค่ำคืนนี้สักครู่เพื่อคุยกับลูกๆ ของคุณว่าจะทำอย่างไรเวลาเห็นคนที่ดูแตกต่างออกไป เอารูปคนที่มีสีผิว สีตาต่างออกไปให้พวกเขาดู คนที่มีปัญหาเรื่องการพูด คนที่เดินได้ไม่ปกตินัก หรือแม้กระทั่งคนที่นั่งรถเข็น คนที่ไม่มีผม หรือมีหูแค่ข้างเดียว หรือมีแขนเพียงข้างเดียว ใช้เวลาครู่หนึ่งในการแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างกัน แล้วสอนลูกของคุณว่าคนเรานั้นงดงามกันที่จิตใจ ไม่ใช่รูปร่างหน้าตา”

ครอบครัวแก็กนอนส์ นั้นมีลูกตั้งแต่อายุ 6 ขวบถึง 16 ปี สี่คนในนั้นรวมถึงโจเอลด้วยเป็นลูกที่พวกเขารับอุปการะมาและเป็นเด็กพิเศษ คู่สามีภรรยาคู่นี้ยังให้ความช่วยเหลือดูแลเด็กอีกกว่า 20 คนและกำลังอยู่ในกระบวนการรับอุปการะเด็กหญิงชาวบัลแกเรียอายุ 2 ขวบมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว และเช่นกันที่สมาชิกใหม่คนนี้ก็เป็นเด็กพิเศษ

“ฉันไม่ได้คาดหวังว่าจะไม่มีใครจ้องมองลูกของฉันหรอกนะคะ” สเตซีย์บอก แต่สิ่งที่เธอต้องการคืออยากให้พ่อแม่คนอื่นๆ มีบทบาทที่แอ็กทีฟขึ้นในการสอนลูกๆ ของพวกเขาให้แสดงออกมาจากใจ เช่น เธอสนับสนุนให้พวกเขาเอารูปคนที่ดูแตกต่างออกไปให้ลูกๆ ดูแล้วพูดคุยกับเขาว่าคนเหล่าน้ันอาจจะรู้สึกอย่างไรบ้างที่ตัวเองไม่เหมือนคนอื่น “ฉันเรียนรู้ในฐานะแม่คนหนึ่งว่าคุณต้องตั้้งใจที่จะสอนเด็กๆ ให้เป็นคนอ่อนโยน คุณต้องตั้งใจที่จะสอนให้พวกเขารักและยินดีช่วยเหลือคนอื่น” เธอพูด

โจเอล ซึ่งถูกอุปการะตั้งแต่อายุ 18 เดือนป่วยด้วยโรค Goldenhar ซึ่งเป็นภาวะบกพร่องตั้งแต่เกิดที่ส่งผลต่อพัฒนาการบนใบหน้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกาย นอกจากที่เขาจะไม่มีหูข้างขวาแล้วเขายังไม่มีซี่โครงซี่หนึ่งและต้องใส่เครื่องช่วยฟังด้วย

ดาร์เรน สามีของสเตซีย์บอกว่าเหตุการณ์แบบนี้กลายเป็นเรื่องยากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อลูกชายของเขาโตขึ้นและเริ่มเข้าใจเต็มที่ว่าเกิดอะไรขึ้น “มีหลายครั้งที่โจเอลถามเราว่า ‘ทำไมพระเจ้าถึงสร้างผมให้มีแค่หูหนึ่งข้างล่ะครับ’  ในฐานะพ่อแม่ บอกได้เลยว่านั่นเป็นคำถามที่ตอบได้ยากจริงๆ” เขาบอก “แต่การที่ลูกคนอื่นๆ ของเรานั้นมีความแตกต่างจากคนอื่นอย่างมาก เราจึงสามารถชี้ไปที่พวกเขาแล้วบอกว่า นี่ไง พี่น้องของลูกก็ไม่เหมือนใคร เพราะเราล้วนแตกต่างกันทั้งนั้นในแบบของเราเอง”


ที่มา : today.com

ภาพ :

http://www.mynbc5.com

https://www.babble.com/

https://www.huffingtonpost.com

https://www.huffingtonpost.com

https://www.littlethings.com      

Share
This Article

Related Article

24 November 2017

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม 2560

เช็กดวงประจำสัปดาห์ วันที่ 26 พฤศจิกายน – 2 ธันวาคม ครบทั้งเรื่องครอบครัว งาน-เงิน ลูกรัก หรือเรื่องเลิฟๆ สัปดาห์นี้ดวงดีไหม ต้องระวังเรื่องไหนบ้าง มาดูกัน

13 September 2017

10 พลังแม่ ใน 10 ภาพยนตร์ที่แม่แม่ต้องดู!

เรื่องราวประทับใจน้ำตาไหลปลื้มปริ่ม ที่ว่าด้วยความรักอันบริสุทธิ์ของแม่ ถ่ายทอดลงบนแผ่นฟิล์ม 10 เรื่องดัง

02 November 2017

Hug Button หรือ “ปุ่มส่งกอด” เมื่อแม่แชร์ไอเดียสุดเวิร์คช่วยลูกรักวัยอนุบาลของเธอ

ไปดู “ปุ่มส่งกอด” ไอเดียแจ่มจากคุณแม่ตัวจริงที่ช่วยหยุดน้ำตาลูกรักวัยอนุบาลของเธอ