01 December 17

4 เคล็ดลับสร้างสายสัมพันธ์กับลูก ให้ยั่งยืนยิงยาวชั่วชีวิต…สุดคุ้ม!!

หากวันนี้คุณยังคงรั้งตำแหน่ง “พ่อแม่วัยแรกเกิดจนถึงประถมปลาย” อย่ามัวแต่เสียเวลากุมขมับจับดีเทลแต่เรื่องหยุมหยิมรายวันของลูกน้อย หรือ เน้นแต่การเลี้ยงดูลูกแบบ “โฟกัสเฉพาะวัย” เพราะการเลี้ยงลูกไม่ได้จบเป็นบทๆ เหมือนหนังสือ แต่ถักทอเป็น “ห่วงโซ่สัมพันธ์” ต่อเนื่องยาวโลดไปเรื่อย แถมจะเริ่มถักยากสุดๆ เมื่อลูกเข้าสู่ช่วง “วัยรุ่น” ซะด้วย (เฮือก!)

โปรดอาศัยจังหวะดีงามที่เรายังตัวโตกว่าลูก ดูทรงภูมิและรู้เรื่องราวรอบตัวมากกว่าเขา (ในเวลานี้) รีบกอบโกย “สายสัมพันธ์ที่ดี” เพื่อเป็น “ต้นทุน” ให้เราก้าวเข้าสู่การเป็นพ่อแม่วัยรุ่นได้อย่างสง่างาม เพราะเมื่อถึงวันนั้น คุณจะพบว่า…  ลูกรักตัวโตพอที่จะยืนสบตาคุณในระนาบเดียวกัน และเริ่มเห็นแล้วว่าเขาก็รู้อะไร (บางเรื่อง) มากกว่าพ่อแม่ด้วยซ้ำ โอ้ว..วว เทพเจ้าพ่อแม่ที่เขาบูชามาตลอดหลายปี ที่แท้ก็… มนุษย์บ้านๆ มีผิดมีถูกเหมือนเขานี่นา… (เหอะๆๆ)

‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ จึงอยากเชิญชวนพ่อแม่ตักตวงนาทีทองที่ลูกยังคงซูฮกในความเก๋าของเรา รีบสรรค์สร้าง “สายสัมพันธ์ยั่งยืนยิงยาว” เพื่อให้เส้นโซ่นี้ ถักทอได้อย่างสวยงาม สมูธแอนด์แฮปปี้ทุกช่วงวัย

อารมณ์ดี มีความสุข

จุดเริ่มต้นของการสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับลูกก็คือ “จงเป็นพ่อแม่อารมณ์ดี”  การตั้งใจเลี้ยงดูลูก ไม่ได้แปลว่า เราต้องทำตัวเป็นพ่อแม่ขึงขังจริงจังโกะ เห็นอะไรผิดหูผิดตาเป็นต้องทำเสียงเข้มขรึมในลำคอ หรือชูนิ้วชี้ตั้งตระหง่านเพื่อห้ามทุกสิ่งอย่างที่ลูกทำ เพราะมันช่างซีเรียสและเครียดมั่กๆ ฮ่ะ!

เคล็ดลับอารมณ์ดีก็คือ “เล่นกับลูกเยอะๆ”… การเล่นทำให้เราและลูกมีช่วงเวลาที่ดีร่วมกัน ได้เห็นลูกในมุมที่ไม่โยเยว่าน่ารักแค่ไหน ได้เห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะเวลาพ่อแม่แกล้งแหย่  ภาพเหล่านี้คือ “ภูมิต้านทาน” ให้เราประคองอารมณ์ให้เยือกเย็นได้ ยามต้องดีลกับขุ่นลูกวีนเหวี่ยง!  เมื่อลูกยังเล็ก ขอให้ขยันหมั่นสร้าง “สายสัมพันธ์อารมณ์เย็น”  ทำให้ลูกเห็นว่า ต่อให้เป็นเรื่องร้ายแรงชวนหงุดหงิดแค่ไหน เราก็รับมือด้วยความคูลได้ ถ้าความคูลเริ่มเหือดหาย โปรดท่องไว้ “ลูกเล็กแค่หัวหมุน ลูกวัยรุ่นจะปวดใจ” แล้วความคูลจะมาเยือนจิตพ่อแม่ในบัดดล!

กติกาน้อยๆ แต่เนื้อๆ

หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ชีวิตพ่อแม่ “เหนื่อยเกินความจำเป็น” ก็คือ สร้างกฎกติกาหยุมหยิมมากเกินไป ทำให้ต้องคอยสอดส่องดูแลว่า ลูกกำลังแหกกฎรึเปล่า สุดท้ายก็กลายเป็น “สายสัมพันธ์แห่งความเกร็งและการจับผิด”  เหนื่อยนะนั่น…

เคล็ดลับสร้างกฎแต่พอดีก็คือ เน้นเพียง “กติกาสำหรับตารางกิจวัตรประจำวัน และ เน้นเรื่องความปลอดภัย” ก็พอแล้ว  เช่น ตื่นและเข้านอนตามเวลา อาจเลื้อยได้บ้างนิดหน่อยไม่ซีเรียส กินอาหารตรงมื้อ  อาบน้ำ ทำการบ้าน กำหนดช่วงเวลาเล่นเกม แค่นี้ก็มากพอแล้วล่ะ…   ส่วนเรื่องความปลอดภัยก็ต้องชัดเจน เช่น ห้ามปีนป่ายระเบียง หรือ ไม่ออกไปเล่นนอกบ้านเวลามืดค่ำเป็นต้น… กติกาที่ทำได้จริง และพอดีๆ ทำให้เราและลูกมี “สายสัมพันธ์ที่ไว้วางใจและเคารพซึ่งกันและกัน” งานนี้ไม่จำเป็นต้องมีผู้คุ้มกฎ ลูกก็ทำตามกติกาได้เอง สบายๆ ชิลๆ

ลงโทษทีหลัง ชัดกว่า

ไม่ว่า “บทลงโทษ” ของแต่ละบ้านจะเป็นเช่นไรก็ตาม เช่น ไทม์เอาท์ หักค่าขนม หรืออดเล่นเกม พ่อแม่ย่อมรู้ดีว่า การลงโทษที่สมเหตุสมผลต้องไม่ทำโดยใช้อารมณ์…  แต่ร้อยครั้งต้องมีสักสามสี่ครั้งล่ะน่า ที่พ่อแม่เผลอปรี๊ด และ เอ็ดตะโรหรือลงโทษแรงเกินกว่าที่ตั้งใจไว้ (เฮ้อ…)

เคล็ดลับระงับอารมณ์ก็คือ “ไม่จำเป็นต้องลงโทษในที่เกิดเหตุทันที”  (เพราะสถานการณ์มักบานปลายด้วยอารมณ์) สิ่งที่ควรทำในวินาทีที่ระงับอารมณ์แทบไม่อยู่ก็คือ สูดหายใจยาวๆ สบตาลูก บอกด้วยเสียงเรียบนิ่งผสมสำเนียงมาคุไปเลยว่า   “พ่อ/แม่กำลังโมโหมากกับสิ่งที่ลูกทำตอนนี้ และกำลังคิดว่าลูกต้องรับผิดชอบยังไง”  (แต่ตอนนี้ขอซื้อเวลา ไปเอาน้ำแข็งประคบใจก่อนนะ อรั๊ยยย!)

“การชะลอเวลาลงโทษ” ทำให้เราไม่ต้องปะทะอารมณ์กับลูกในเวลาที่ทุกฝ่ายมีแต่ความขุ่นมัว และไม่สร้าง “สายสัมพันธ์คู่แค้น” โดยไม่จำเป็น… “ความเงียบที่ครอบงำ” กลับทำให้ลูกเห็นความผิดของตัวเอง “ชัดเจน” และยอมรับบทลงโทษตามที่เคยตกลงกันไว้ด้วย “ความเข้าใจ”…  บทลงโทษที่เกิดขึ้นจึงเป็นไปตามเนื้อผ้า ไม่มีอารมณ์บาดหมาง “สายสัมพันธ์แห่งการเคารพกติกาความถูกต้อง” ก็สานขึ้นได้ไม่ยาก

ช่วงเวลาพิเศษแห่งรัก

แน่นอนว่าการเลี้ยงลูกวัยเล็กมีเรื่องจุกจิกหยุมหยิมให้ทำมากมาย ไหนจะงานบ้าน งานนอกบ้าน อดหลับอดนอน ยามลูกหลับ แม่ก็แทบไม่อยากขยับ หรือจัดเวลาสำหรับทำอะไรเพิ่มเติมแล้วล่ะ! ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ เข้าใจฮ่ะ แต่ก็ยังยืนยันว่า หากคุณต้องการชีวิตแม่ลูกที่สมูธแอนด์สตรอง คุณต้องจัดเวลาเพิ่มสำหรับ “ช่วงเวลาพิเศษแห่งสองเรา” เพราะนี่คือ สายสัมพันธ์สำคัญที่จะ “สมาน” รอยร้าว หรือ ช่วงเวลาขรุขระแห่งความไม่เข้าใจ ให้กลับมาสวยงามดังเดิม เพิ่มเติมคือ “เวลา” เท่านั้นฮ่ะ (หึๆๆ)

เคล็ดลับคือ เลือกกิจกรรมที่ “ทั้งคุณและลูกมีความสนใจร่วมกัน”  และ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากมายสำหรับกิจกรรมนี้ แต่ควรทำเป็นประจำต่อเนื่อง จนลูกรู้สึกได้ว่ามันคือ “ช่วงเวลาพิเศษที่เรามอบให้เขา” แค่นี้ “สายสัมพันธ์แห่งรัก” ก็จะถักทอแนบแน่นเหนียวหนึบไปจนถึงช่วงเวลาวัยรุ่นเลยล่ะ… ‘ขุ่นแม่ต่างดาว’ กับลูกสมุนก็หายงอนกันได้ทุกครั้ง เพราะเราต้องอ่านหนังสือด้วยกันก่อนนอนทุกคืนนี่แหละ อ๊ะ! เกี่ยวก้อยกันนะตะเอ๊ง..งงง

เป็นไงเอ่ย… ไม่ยากเลยใช่ไหม อย่าลืมว่าเวลาเดินหน้าเรื่อยไปไม่หยุดหย่อน เริ่มลงมือถักทอสายสัมพันธ์ตั้งแต่วันนี้ แล้วตัวเราในอนาคตจะบอกว่า “ขอบคุณมากนะที่ลงทุนสร้างสายสัมพันธ์งดงามไว้ให้ เพราะคุ้มค่าสุดๆ เล้ย!” เย้!

Share
This Article

Related Article

18 July 2017

ทริคเด็ด ให้ลูกลั้นลากับโรงเรียนใหม่

จะมีอะไรเป็นฝันร้ายของพ่อแม่เท่ากับเสียงร้องไห้ของลูกๆ ในตอนเช้าพร้อมบอกว่าไม่อยากไปโรงเรียนใหม่บ้างล่ะ มาดูกันดีกว่าว่าเทอมใหม่ที่กำลังจะมาถึง จะมีวิธีไหนที่จะทำให้เจ้าตัวเล็กของคุณรู้สึกคึกคักกับการไปเจอเพื่อนใหม่ ในสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ และปล่อยมือคุณได้อย่างมั่นใจจนคุณยิ้มแก้มปริไปทั้งวัน

03 November 2017

โรคมือเท้าปาก VS Herpangina ต้องรู้และระวังไว้ เพราะอันตรายถึงชีวิต

“มือเท้าปาก” โรคร้ายในฝักที่ติดง่าย ติดได้ทั้งปี แถมดูหงิมๆ แต่อันตรายถึงตาย!

09 November 2017

School Visit: Outdoor School Bangkok

ชวนสำรวจโรงเรียนอนุบาล Outdoor School Bangkok โรงเรียนเล็กๆ ที่ให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และสำรวจโลกผ่านการนั่งเรียนนอกห้องเรียนจริงๆ !!