15 September 17

ระวังหวัดระบาดถึงลูก! จาก RSV ไวรัสวายร้าย

เจ้าไข้หวัดจากไวรัส RSV นี้ แม้ไม่ได้ดูน่าสะพรึงกลัวเหมือนไข้หวัดใหญ่นานาสายพันธุ์ที่เรารู้จักกัน แต่ฤทธิ์เดชของมันนั้นก็ใช่ย่อย เมื่อติดเชื้อแล้วจะป่วยอยู่นานเป็นสัปดาห์ และพาให้ผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็กๆ นั้นต้องทรมานเป็นอย่างมาก ไม่อยากให้ลูกรักต้องเป็นหวัด ไม่ว่าชนิดไหน …. มาฟังคำแนะนำจากป้าหมอขวัญกันดีกว่า

ช่วงนี้ยังอยู่ในช่วงฤดูฝน แถมมีพายุมรสุมรุมกระหน่ำเข้ามาไม่หยุดหย่อน..เด็กๆ ป่วยกันระนาวด้วยโรคไข้หวัดกันไปทั่วทุกหัวระแหงนะคะ ไวรัสตัวที่ขึ้นชื่อมากติดอันดับต้นๆ เห็นจะหนีไม่พ้น ไวรัสอาร์เอสวี (RSV virus) ชื่อเต็มของเขาคือ Respiratory Syncytial Virus ซึ่งไวรัสตัวนี้ไม่ได้เป็นไวรัสชนิดใหม่สายพันธุ์ใหม่แต่อย่างใด มันมีมานานมาก ๆ แล้ว เพียงแต่สมัยก่อนยังไม่มีวิธีการตรวจหาเชื้อที่ทันสมัย ทราบผลได้เร็วเท่าในปัจจุบัน จึงมักวินิจฉัยเป็นโรคหลอดลมอักเสบหรือปอดอักเสบจากไวรัส

โดยทั่วไป ไวรัสชนิดนี้มักจะมีการระบาดมากในช่วงฤดูฝน และช่วงปลายฝนต้นหนาว แต่ในปัจจุบันสภาพแวดล้อมของโลกและสังคมเปลี่ยนไป เด็กๆ เข้าโรงเรียนเร็วขึ้น จึงทำให้พบเด็กป่วยติดเชื้อ RSV ได้เกือบตลอดปี และมักจะเป็นในเด็กเล็กวัยก่อนเรียนจนถึงวัยอนุบาลที่ภูมิต้านทานร่างกายยังไม่แข็งแรง และยังไม่รู้จักวิธีการป้องกันตัวจากการติดเชื้อ

ไวรัสตัวนี้สามารถติดต่อได้ง่ายมาก แค่เพียงไอหรือจามรดกันแค่นั้น หรือสัมผัสน้ำมูกน้ำลายของผู้ที่มีเชื้อก็ติดต่อถึงกันแล้ว ระยะฟักตัวก็สั้น เพียงแค่ประมาณ 1-3 วันเท่านั้น (หลังจากสัมผัสโรค)  จะเริ่มมีอาการป่วยมีไข้ ไข้สูง จามมีน้ำมูกใสๆ ไหลตลอด และมีอาการไอมีเสมหะโครกๆ  เด็กอาจจะมีอาการหายใจหอบเหนื่อย เพลีย รับประทานอาหารได้น้อย นอนไม่สบายตัว

ปัจจุบันมีวิธีการตรวจหาเชื้อไวรัสตัวนี้ได้แบบง่ายๆ โดยตรวจหาเชื้อจากน้ำมูกหรือเซลล์เยื่อบุของหลังโพรงจมูก ใช้เวลาในการตรวจเพียง 1 ชั่วโมงก็ทราบผล

คุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกน้อยอยู่ในวัยเตาะแตะหรือเข้าเนอสเซอรี่ใหม่ๆ มักจะรู้จักได้ยินชื่อเสียงของไวรัสตัวนี้ และมักจะกังวลว่าลูกจะป่วยหนัก เนื่องจากไวรัสตัวนี้มักชอบลงปอด ทำให้เด็กป่วยเป็นปอดอักเสบ และฟื้นตัวช้ากว่าไวรัสทั่วๆ ไป

เนื่องจากเป็นการติดเชื้อไวรัส จึงไม่มียาฆ่าเชื้อที่เฉพาะ แนวทางการรักษาจึงต้องเป็นแบบประคับประคอง ได้แก่ การดูแลเรื่องไข้ เช็ดตัวและให้ยาลดไข้ได้ทุก 4-6 ชั่วโมง โดยทั่วไปเด็กจะมีไข้อยู่ประมาณ 4-7 วัน ให้ลูกได้รับประทานอาหารอ่อนๆ ย่อยง่ายครั้งละน้อยๆ แต่บ่อย ๆ ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติเพื่อป้องกันไม่ให้ลูกมีภาวะขาดน้ำ ขาดพลังงาน จัดให้ลูกได้นอนพักในที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี ระยะเวลาป่วยของลูกจากไวรัสนี้จะกินเวลาประมาณ 7-10 วัน

ในส่วนของการรักษาอื่นๆ ที่จะช่วยเด็กได้ก็คือ การล้างจมูกเพื่อระบายน้ำมูก การพ่นยาขยายหลอดลม การรับประทานยาละลายเสมหะ และเฝ้าระวังไม่ให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน

การรับประทานยาบางอย่าง โดยเฉพาะยาลดน้ำมูก ถือว่าต้องใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง เนื่องจากอาจจะทำให้น้ำมูกและเสมหะของเด็กยิ่งข้นเหนียว อุดตันหลอดลมหรือลงปอดได้  การดูดเสมหะและเคาะปอดก็ต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ไม่ได้ทำกับผู้ป่วยทุกราย

หลังจากหายจากโรคนี้แล้ว เด็กจะมีภูมิต้านทานต่อไวรัสตัวนี้ แต่ระบบทางเดินหายใจก็จะมีความไวต่อการติดเชื้อมากกว่าปกติอยู่ระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงไม่ควรให้ลูกทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือไปในที่ที่มีคนเยอะ จนกว่าลูกจะโตและภูมิต้านทานแข็งแรงขึ้นค่ะ

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

20 September 2017

บ้านไหนอยากให้ลูกฉลาด เติบโตสมวัย ตามแม่มัมฯ มาด่วนค่ะ!

การเลี้ยงลูกให้เติบโตสมวัย แถมยังฉลาด นั้นเป็นมิชชั่นสูงสุดของพ่อแม่อย่างแน่นอน แต่จะทำอย่างไรนั้น เรามีคำแนะนำดีๆ มาบอกกันค่ะ

07 February 2018

Mum Eat&Drink พาชิมเมนูหอเจี๊ยะรับตรุษจีนที่ร้าน Hong Bao เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

Mum Eat&Drink ต้อนรับเดือนแห่งเทศกาลตรุษจีน ด้วยการเอาใจเหล่าบรรดาตึ่งหนั่งเกี้ย ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีน ด้วยเมนูเหลารสเลิศที่ร้าน Hong Bao ร้านอาหารจีนสไตล์กวางตุ้งที่โดดเด่นเรื่องติ่มซำที่ทำสดใหม่ทุกวัน ในบรรยากาศจีนโมเดิร์น ซึ่งเน้นโทนสีขาวครีม เพิ่มความมีเอกลักษณ์ด้วยเหล็กดัดลวดลายจีน ให้ความรู้สึกเรียบหรู แต่แฝงความอบอุ่น พร้อมมอบความประทับใจผ่านอาหารที่คัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดีและปรุงอย่างพิถีพิถัน แม่มัมมีโอกาสพาเจ้าตัวเล็กมา Hong Bao เมื่อไม่นานมานี้ ก็ต้องยอมรับโดยดีว่าที่นี้บริการเลิศอยู่ ใส่ใจลูกค้าทุกโต๊ะเป็นอย่างดี พอมีเด็กเล็กเข้าร้าน พนักงานจะเตรียมเก้าอี้สำหรับเด็กมาโดยไม่ต้องร้องขอ ตามมาด้วยชามและช้อนส้อม พร้อมจนแม่มัมอดชื่นชมไม่ได้เลยทีเดียว ถ้าลองสังเกตที่โต๊ะ สำหรับใครที่มา หงเปา ครั้งแรกอาจจะงงๆ กับตะเกียบที่วางอยู่ถึง 2 คู่ ทางร้านแนะนำว่า คู่สีน้ำตาลจะทำหน้าที่เสมือนช้อนกลาง สำหรับคีบอาหารจากจานกลาง ส่วนคู่สีดำคือตะเกียบส่วนตัวของแต่ละคน เป็นกิมมิกที่แม่มัมว่า สามารถสอนมารยาทลูกบนโต๊ะอาหารได้อย่างดีเลย   เข้ามาในร้านแล้วสัมผัสได้ถึงความโปร่งโล่งสบาย ด้วยเพราะเพดานที่ค่อนข้างสูง ทำให้รู้สึกไม่อึดอัด ถ้ามาครอบครัวใหญ่ก็เหมาะมาก แถมยังมีห้องไพรเวทถึง 3 ห้อง สำหรับรองรับบ้านไหนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และด้วยความที่เป็นร้านชื่อดัง หากมาในช่วงมื้อกลางวัน มื้อเย็น หรือวันหยุด แนะนำให้โทรสำรองที่ล่วงหน้ามาก่อนจะดีกว่า ถ้าไม่อยากเสียเวลารอโต๊ะนาน Hong Bao ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศและบริการเท่านั้น […]