26 March 18

10 ซูเปอร์ฟู้ดส์สุดเจ๋งสำหรับสาวสายไดเอ็ท

ปัญหาหนึ่งของผู้หญิงยุคใหม่และบรรดาแม่แม่ทั้งหลายที่มักจะเจอกันเป็นประจำก็คือ การใช้เวลาส่วนใหญ่หมดไปกับการงานทำงานและภารกิจรอบด้านจนแทบไม่มีเวลาที่จะดูแลตัวเอง โดยเฉพาะการดูแลรูปร่างหรือน้ำหนักตัว แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะวันนี้แม่มัมฯ จะมาแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับซูเปอร์ฟู้ดส์ 10 ชนิดที่จะช่วยดูแลทั้งรูปร่างและสุขภาพไปพร้อมๆ กันเลยทีเดียว

1. สาหร่ายคลอเรลล่า (Chlorella)

สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย และยังมีเส้นใยอาหารที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายให้มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น รวมถึงคุณสมบัติเด่นในการช่วยล้างพิษโลหะหนักในร่างกายได้ ปัจจุบันสาหร่ายคลอเรลล่าถูกนำมาแปรรูปทั้งในแบบอัดเม็ดและแบบผงเพื่อให้สามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น อย่างรูปแบบผงที่เหมาะสำหรับการทำสมูทตี้หรือผสมลงในน้ำผลไม้

2. เมล็ดกัญชง (Hemp Seeds)

เมล็ดกัญชงมีปริมาณของกรดไขมันโอเมก้าและโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ แมกนีเซียมเหล็ก และสังกะสี ที่สำคัญคือ โปรตีนในเมล็ดกัญชงยังช่วยกักเก็บพลังงานและสร้างสมดุลให้กับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะช่วยป้องกันความอยากในการรับประทานอาหารที่มีแคลอรี่สูงได้นั่นเอง แนะนำให้ลองผสมเมล็ดกัญชงลงไปในอาหารมื้อเช้าและผสมลงไปเล็กน้อยในมื้อกลางวัน ซึ่งจะช่วยให้คุณรู้สึกรับประทานได้น้อยลงในมื้อเย็น

3. ขมิ้น (Turmeric)

ขมิ้นเป็นพืชสมุนไพรและเป็นเครื่องเทศที่ทุกคนรู้จักกันดี โดยในขมิ้นจะมีสารที่เรียกว่า curcumin ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ นอกจากนี้ขมิ้นยังมีคุณสมบัติต่อต้านมะเร็ง ช่วยกระตุ้นการทำงานด้านสุขภาพสมองและช่วยลดอาการปวดข้อต่างๆ เช่น โรคข้ออักเสบ ขมิ้นสามารถนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในการปรุงอาหารต่างๆ ได้ หรือบางคนอาจเลือกรับประทานขมิ้นผงในรูปแบบเคปซูลก็ได้เช่นกัน

4. เมล็ดเจีย (Chia Seeds)

เมล็ดเจียเป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่มีเส้นใยอาหารสูงและมีโปรตีนสูง ซึ่งองค์ประกอบของเส้นใยและโปรตีนของเมล็ดเจียนี่ล่ะที่ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นซูเปอร์ฟู้ดส์ที่ดีสำหรับการลดน้ำหนักและการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งคุณสมบัติเด่นอย่างหนึ่งของเมล็ดเจียก็คือ ความสามารถในการดูดซับประมาณ 10 เท่าของปริมาณในน้ำ ดังนั้นวิธีรับประทานเมล็ดเจียที่อยากแนะนำก็คือ ให้นำไปแช่ในน้ำดื่มหรือน้ำผลไม้แล้วทิ้งไว้สักครู่ เมล็ดเจียจะสามารถพองตัวขึ้นมาได้ เมื่อรับประทานแล้วก็จะรู้สึกอิ่มสบายท้อง อีกทั้งยังมีแคลอรี่ต่ำ ย่อยง่าย และไม่มีไขมันอีกด้วย

5. มาคา (Maca)

มาคาหรือที่เรียกกันว่า “โสมเปรู” เป็นรากของพืชชนิดหนึ่งที่พบมากในประเทศเปรู มีสรรพคุณทั้งด้านบำรุงร่างกายและรักษาโรค และยังมีคุณสมบัติเด่นในด้านการปรับสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย ลดไขมันในเส้นเลือด เสริมภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระตุ้นความกระปรี้กระเปร่า และช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้

6. โกโก้ดิบ (Raw Cacao)

โกโก้ดิบคือแหล่งพลังงานสำคัญที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมและธาตุเหล็ก รวมไปถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่มากมาย ซึ่งโกโก้ดิบสามารถใช้เป็นส่วนผสมของขนมอบ ของหวาน หรือเครื่องดื่มสูตรต่างๆ

7. สาหร่ายสไปรูลิน่า (Spirulina)

สาหร่ายสไปรูลิน่าหรือที่หลายคนรู้จักกันดีในชื่อของ “สาหร่ายเกลียวทอง” เป็นสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินที่อุดมไปด้วยวิตามินบีคอมเพล็กซ์ นอกจากนี้ยังมีแร่ธาตุที่สำคัญอย่างแมกนีเซียม เหล็ก แมงกานีส และสังกะสี สาหร่ายเกลียวทองที่นำมารับประทานโดยทั่วไป มักอยู่ในรูปแบบอัดเม็ดหรือแคปซูล รวมถึงรูปแบบผงที่เหมาะสำหรับการทำสมูทตี้หรือผสมกับน้ำผักและผลไม้

8. อาซาอี เบอร์รี่ (Acai)

ผลไม้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ซูเปอร์ฟรุ้ตของบราซิล” อะไซเป็นผลไม้ในตระกูลเบอร์รี่ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูง อีกทั้งยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีคุณสมบัติในการต่อต้านริ้วรอยและการเผาผลาญอาหาร รวมถึงสารฟลาโวนอยด์หรือพฤกษาเคมีที่ช่วยล้างพิษในร่างกายได้  และเส้นใยธรรมชาติที่ส่งผลดีต่อระบบย่อยอาหารและช่วยควบคุมน้ำหนักของร่างกายได้ดี

9. น้ำมันมะพร้าว (Coconut Oil)

น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและป้องกันเชื้อราได้  เราจึงเห็นหลายคนมักใช้น้ำมันมะพร้าวกลั้วปากในตอนเช้า หรือที่เรียกว่าการทำ Oil Pulling ซึ่งจะช่วยทำความสะอาดและเสริมสร้างความแข็งแรงให้เหงือกและฟันได้ นอกจากนี้นำมันมะพร้าวยังช่วยบำรุงระบบทางเดินอาหารและกระตุ้นการเผาผลาญอาหารให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

10. เกสรผึ้ง (Bee Pollen)

เกสรผึ้ง คือละอองเม็ดเล็กๆ คล้ายฝุ่นแป้งที่เกิดและหลุดจากช่อเกสรตัวผู้ของดอกไม้ ซึ่งผึ้งเป็นผู้รวบรวมคลุกเคล้ากับน้ำหวานของดอกไม้ และทำเป็นก้อนเล็กๆ ติดไว้ที่ปลายขาหลังทั้งสองข้าง แล้วนำไปเก็บไว้ในรังเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงตัวอ่อน เกสรผึ้งอุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิดรวมทั้งโปรตีน วิตามิน และกรดโฟลิค เกสรผึ้งมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการแพ้เพิ่มพลังงานให้ร่างกาย ที่สำคัญคือ ยังมีกรดอะมิโนถึง 18 ชนิด ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นชนิดที่จำเป็นในการช่วยควบคุมน้ำหนักอีกด้วย

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

13 June 2017

Q&A “โฟลิก” วิตามินที่คนเป็นแม่ต้องรู้

“กรดโฟลิก” คือวิตามินที่ว่าที่คุณแม่มือใหม่ห้ามพลาด ว่าแต่ดียังไง ทำไมต้องกิน มัมเรซิ่นค้นคำตอบมาบอกกัน

26 September 2017

9 เทคนิคจำง่าย ตัวช่วยฝึกขับถ่ายลูกน้อย

การฝึกขับถ่ายให้ลูกน้อย เป็นเรื่องสำคัญที่คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้และควรทำเมื่อถึงเวลา เพราะจะเป็นการฝึกสุขลักษณะนิสัยที่ดีและเป็นการเตรียมความพร้อมให้ลูกด้วย เพียงแต่ต้องรู้พัฒนาการตามวัย เข้าใจขั้นตอน ข้อควรทำและข้อควรระวังในการฝึก และที่สำคัญมีความรักความอดทนเป็นตัวตั้ง… เพียงเท่านี้ ลูกจะฝึกช่วยเหลือตัวเองในการเข้าห้องน้ำขับถ่ายได้สำเร็จ เป็นรางวัลน่าชื่นใจให้คุณพอ่คุณแม่ค่ะ