20 September 17

จะสอนลูก (ทุกวัย) อย่างไรให้ “ฉลาดใช้เงิน”

ความเฉลาดหรือเท่าทันทางการเงิน เป็นเรื่องสำคัญที่พ่อแม่ควรสอน และฝึกลูกได้ตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยอนุบาลเลยทีเดียว ยิ่งสอนและฝึกลูกรู้จักใช้และจัดการเงินให้สอดคล้องกับพัฒนาการและวิถีชีวิตเร็วเท่าไร ยิ่งดีและปลอดภัยต่อชีวิตทางการเงินของลูกในอนาคตมากเท่านั้น ไปเรียนรู้หลักการและเทคนิคกัน

เพราะสมัยนี้ สังคมเราแทบจะเป็น non-cash society กันแล้ว นอกจากเครดิตการ์ดที่ทุกคนมีติดกระเป๋า เรายังทำธุรกรรมการเงินออนไลน์กันทั้งนั้น เด็กๆ จึงมีโอกาสเห็นผู้ใหญ่ควักเงินสดออกมาน้อยลงมาก มาดูกันดีกว่าว่าจะเริ่มสอนให้ลูกๆ เข้าใจเรื่องเงินทองทั้งแบบที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้อย่างไร เขาจะได้โตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีปัญหาทางการเงิน

 

ถ้าลูกของคุณอายุ 5 ขวบหรือเด็กกว่านั้น

3-5 ขวบคือช่วงอายุที่ดีที่จะสอนให้เด็กๆ รู้จักว่าเงินคืออะไร เริ่มจากเหรียญขนาดต่างๆ ที่ดังกรุ๊งกริ๊งในกระเป๋าของคุณ (ส่วนเรื่องธนบัตรสีต่างๆ รออีกหน่อยค่อยสอนก็ยังได้) ค่อยๆ บอกเขาว่า เหรียญเล็กๆ รวมกันมีค่าเท่ากับเหรียญที่ใหญ่ขึ้น แล้วลองหาเครื่องคิดเงินแบบที่แคชเชียร์ใช้แต่เป็นของเล่น ธนบัตรหรือเหรียญปลอมมาให้ลูกเล่นเพื่อสวมบทบาทว่ากำลังซื้อของที่ซูเปอร์มาร์เก็ตอยู่ก็ได้ พลางสอนให้เขาเข้าใจพื้นฐานเรื่องเงิน ว่าเป็นสิ่งที่เราใช้แลกเปลี่ยนกับสิ่งของ โดยเราได้เงินจากการทำงาน เหมือนที่คุณต้องทำงานนั่นแหละ

 

ถ้าลูกคุณอยู่ในวัยประถมฯ

นี่คือช่วงเวลาที่คุณเริ่มอธิบายเขาได้ว่าทำไมคุณถึงเลือกซื้อของบางอย่างและโชว์ใบเสร็จให้เขาดูได้  และสำหรับหลายบ้าน นี่คือวัยที่คุณเริ่มให้เงินค่าขนมกับเขาแล้ว อย่าลืมคุยกันว่าเขาน่าจะทำอะไรกับเงินก้อนนี้บ้าง เพราะการสอนเด็กๆ เรื่องเงินจะไม่ได้ผลเลยถ้าคุณไม่ให้เงินเขา โดยหนึ่งในวิธีบริหารเงินง่ายๆ ก็คือแบ่งเงินหยอดลงในโหล 6 โหล ได้แก่

หนึ่ง-เงินออมเพื่อการลงทุน

สอง-เงินออมเพื่อการศึกษา

สาม-เงินออมเพื่อซื้อของชิ้นใหญ่ที่อยากได้

สี่-เงินเพื่อให้การกุศล

ห้า-เงินเพื่อซื้อของขวัญให้เพื่อนและครอบครัว

หก-เงินเพื่อความบันเทิงส่วนตัว (เช่น ขนม การ์ตูน ของเล่น)

การแบ่งเช่นนี้จะทำให้เด็กๆ เริ่มบริหารเบี้ยเลี้ยงของตัวเองได้และนำไปสู่การมีวินัยทางการเงินเมื่อเขาโตขึ้นด้วย

เด็กวัยนี้เริ่มเข้าใจเรื่องมูลค่าของตัวเลขแล้ว จึงควรเริ่มเปิดบัญชีให้เขา เพื่อนำเงินออมที่เต็มกระปุกแล้วฝากธนาคาร เด็กๆ จะได้เริ่มเข้าใจว่าเขาสามารถเป็นเจ้าของเงินได้แม้จะไม่มีเงินนั้นอยู่กับตัว พร้อมสอนวิธีการอ่านสมุดบัญชี ทุกครั้งที่เขาฝากเงิน เขาจะได้เห็นยอดรวมในบัญชีที่เพิ่มขึ้นทุกครั้ง นอกจากนั้น คุณควรพาเขาไปดูเวลาคุณกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มด้วย และอธิบายให้เขาเข้าใจว่า นี่ไม่ใช่ตู้วิเศษที่จะมีเงินออกมาตลอดเวลา แต่เพราะคุณทำงาน จึงมีเงินฝากไว้ในธนาคาร และเมื่ออยากถอนเงินเมื่อไหร่ จึงค่อยถอนจากตู้ก่อนจะโชว์สลิปให้เขาเห็นว่า มีเงินถูกกดออกมาเท่าไหร่ และเหลืออยู่ในบัญชีเท่าไหร่ เขาจะได้เข้าใจว่าเงินจะหายไปจากบัญชีหากถอนออกมา

สมัยนี้ พ่อแม่หลายบ้านใช้เครดิตการ์ดหรือทำธุรกรรมออนไลน์มากกว่าใช้เงินสด เด็กๆ จึงไม่มีโอกาสเห็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนด้วยเงินสดมากนัก แต่อย่างน้อย คุณควรเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้เห็นมูลค่าที่คุณจ่ายไป ด้วยการชวนให้เขาช่วยคิดค่าใช้จ่าย เช่น รวมบิลค่าของใช้ในซูเปอร์มาร์เก็ต รวมบิลค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือแม้แต่ช่วยเปรียบเทียบราคาสินค้ายามคุณซื้อของออนไลน์ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขาไม่มองข้ามมูลค่าของสิ่งของไปง่ายๆ และระวังการใช้จ่ายเมื่อถึงคราวที่เขาต้องควักกระเป๋าซื้อสินค้าบางอย่างเอง

 

ถ้าลูกคุณอยู่ในวัยมัธยมฯ ขึ้นไป

เขาเริ่มโตพอที่จะรู้เรื่องบัตรเครดิตและการกู้เงินแล้ว นี่จึงเป็นเวลาที่จะสอนว่าคนทั่วไปซื้อบ้านหรือรถกันโดยวิธีไหนบ้าง ยิ่งถ้าลูกอยู่ชั้นมัธยมฯปลายแล้วล่ะก็ คุณสามารถพูดคุยเรื่องเงินกับลูกได้ทุกเรื่องเลย รวมถึงควรจะคุยเรื่องเครดิตการ์ดว่าควรใช้เมื่อไหร่และอย่างไร เพื่อไม่ให้เด็กๆ เข้าใจผิดว่าเงินพลาสติกนี้จะให้อิสระทางการเงินแก่พวกเขาอย่างเต็มที่ แต่ควรสอนให้เขาเข้าใจว่า มันคือการหยิบยืมเงินในอนาคตมาใช้และต้องจ่ายคืนในเวลาที่กำหนดให้ครบถ้วนไม่อย่างนั้นจะมีบทลงโทษซึ่งก็คือดอกเบี้ยที่แพงลิบนั่นเอง

และหากคุณคิดที่จะทำเครดิตการ์ดแบบบัตรเสริมให้ลูก ลองหันมาดูทางเลือกอื่นก่อน  เช่น บัตรเดบิต เพราะนั่นหมายความว่าลูกของคุณต้องมีบัญชีเงินออมที่ลิงค์กับบัตรนี้ เขาจะได้ฝึกการออมเงินและใช้เงินที่มีอยู่จริงแทนที่จะเป็นการหยิบยืมมาจากอนาคต แล้ววันไหนที่เขามีงานทำและมีรายได้ของตัวเอง ค่อยปล่อยให้เขาตัดสินใจเองว่าจะเลือกทำเครดิตการ์ดหรือไม่ เพราะเขาคือคนที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายนั้นเอง ไม่ใช่คุณ แต่คุณอาจช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับประเภทของบัตรหรือบริษัทที่เขาควรเลือกได้ โดยเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมรายปี และข้อเสนออื่นๆ แทนที่จะดูจากของแถมแต่เพียงอย่างเดียว

Share
This Article

Related Article

16 February 2018

Happy Together ช่วงเวลาต้องมนต์ของเราสามคน

Happy Together แพ็คเกจถ่ายภาพสุดยอดเมคโอเวอร์ครั้งยิ่งใหญ่ของคุณแม่กับเบบี๋ในครรภ์พร้อมคุณพ่อ โดยช่างภาพแฟชั่นคนดังที่ถ่ายปกและถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสาร

12 March 2018

Real Life Story: เรื่องจริงจากห้องคลอดของ เซเรน่า วิลเลี่ยมส์

ถ้าเอ่ยชื่อคงไม่มีใครไม่รู้จักนักเทนนิสหญิงยอดเยี่ยมตลอดกาล เธอคนนี้ก็คือ เซเรน่า วิลเลี่ยมส์ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่า เธอเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากภาวะแทรกซ้อนหลังคลอด

06 March 2018

ปิดเทอมแล้วดูหนังได้

เดือนนี้มีหนังครอบครัวให้เลือกดูกันหลายเรื่องทั้งสารคดีและแอนนิเมชั่นลูกๆ ชอบหนังประเภทไหนเลือกดูกันได้ตามอัธยาศัย