23 November 17

พาลูกเที่ยวสไตล์ ” เที่ยวรอบลูก “

“ เที่ยวรอบลูก ” เพจท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวภูมิรัตน ที่มีคุณตุ๊กตา-พนิดา เอี่ยมศิรินพกุล คุณแม่ของ ด.ญ.ชื่นใจ ภูมิรัตน วัย 4 ขวบเป็นผู้ดูแล นอกจากจะถ่ายทอดเรื่องราวการออกเดินทางพาลูกท่องโลกกว้างแล้ว เธอยังตั้งใจให้เพจนี้เป็นพื้นที่สำหรับการแบ่งปันและแลกเปลี่ยนประสบการณ์สำหรับแม่ๆ ครั้งนี้ Mumraisin มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอถึงการเที่ยวรอบลูกที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและความประทับใจ พร้อมคำแนะนำสำหรับแม่มัมฯ ก่อนพาลูกเดินทาง

 

ฟูลไทม์มัมกับงานที่รักและชีวิตที่เปลี่ยนไป

“หลักๆ ตอนนี้นอกจากเป็นแม่บ้านที่ดูแลลูกอย่างเต็มเวลาแล้ว  ยังทำสำนักพิมพ์สำหรับเด็กและครอบครัวชื่อ สำนักพิมพ์ยาหยี มีงานเขียนที่เขียนลงเพจ ลงบล็อกของตัวเอง ถ้าเป็นเรื่องท่องเที่ยวที่เราเคยทำอยู่และทำมาตลอดจะอยู่ในเพจ guggigguide ^^ ส่วนเรื่องการเลี้ยงลูกหรือการพาลูกเที่ยว จะเป็นเพจ เที่ยวรอบลูก”

ถ้าถามว่าการมีลูกทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม เราว่าถูกเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เปลี่ยนไปแล้วเปลี่ยนไปเลย เปลี่ยนไปตลอดกาล มันไม่ได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในวันที่คลอดลูก เพียงแต่ถูกลดทอนเวลาที่เราเคยมี 24 ชั่วโมง แต่งงานเราก็จะถูกแบ่งไปส่วนหนึ่งแล้ว ให้สามีให้ครอบครัว หลังจากมีลูก ตรงนั้นก็จะถูกแบ่งออกไปอีก มันเป็นความรู้สึกตรงนั้นมากกว่าที่เปลี่ยนไป แล้วก็หลายอย่างเราไม่สามารถควบคุมด้วยตัวเราเองได้ทั้งหมด เหมือนแชร์เวลา แชร์ชีวิต แชร์โลกของกันและกัน ฉะนั้น จะมีบางอย่างที่ค่อยๆ ถูกเปลี่ยนไป แต่เราก็พยายามที่จะบาลานซ์ตัวเอง ไม่ให้มีความรู้สึกของการที่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแล้วเกิดความทุกข์ในใจ เพราะโดยนิสัย เราจะทำอะไรอยู่บนพื้นฐานที่เป็นธรรมชาติ ถ้าฝืนธรรมชาติจะไม่มีความสุข เราจึงต้องพยายามกลับสู่เส้นทางที่เดินไปด้วยความมั่นคงภายในใจของตัวเอง”

จุดเริ่มต้นของ “ เที่ยวรอบลูก 

เพจนี้ไม่ใช่สิ่งที่คิดไว้ก่อน แต่เกิดขึ้นด้วยความถนัดของเราซึ่งเป็นนักเขียน เป็นบรรณาธิการ ทำงานหนังสือมาตลอด สิ่งที่ถนัดจึงเป็นการเขียน การถ่ายทอด สิ่งที่ถ่ายทอดออกมาก็เป็นสิ่งที่เราชอบ พอมีลูก สิ่งที่ถ่ายทอดออกมาเลยเป็นเรื่องนี้ “เที่ยวรอบลูก” จึงเป็นเพจที่บอกเล่าเรื่องราวของแม่ลูกในสไตล์ที่เป็นกันเอง เหมือนแม่คุยกับแม่ด้วยกัน เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เราไปเที่ยวแล้วเจอเรื่องนี้ เหตุการณ์แบบนี้ แล้วเราทำอย่างไร เป็นการจดบันทึกและเขียนเพื่อบอกเล่า อีกเหตุผลหนึ่งคือ เขียนให้ตัวเองและลูก เพื่อบันทึกประสบการณ์ในช่วงเวลานั้นๆ เนื่องจากเรื่องเหล่านี้ หากผ่านแล้วคือผ่านเลย แล้วยังมีเรื่องราวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันอีก หากเราไม่บันทึกไว้ ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผ่านไป เราจึงชอบที่จะเขียนบันทึก เขียนถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละเหตุการณ์ที่เราได้เจอกับมัน”

ทริปแรกของแม่ตุ๊กตา พ่อบอยและน้องชื่นใจ

“ทริปแรกเราพาชื่นใจในวัย 3 เดือนไปญี่ปุ่น ใช้เวลาเตรียมตัวสำหรับทริปนี้ไม่นานนัก ประมาณ 2-3 สัปดาห์ พอเราตัดสินใจแล้วว่าจะไปด้วยกัน ก็เริ่มจากการค่อยๆ หาข้อมูล ทำพาสปอร์ตลูก เตรียมตัวในด้านต่างๆ แล้วเริ่มจินตนาการว่ามันจะประมาณไหน แต่นึกไม่ค่อยออกหรอก เพราะมันไม่เหมือนกับที่เราไปเที่ยวเอง จำได้ว่าไปเที่ยวครั้งแรกนี้ กระเป๋าใบใหญ่มาก ของเยอะมาก ใช้บ้างไม่ใช้บ้าง มีความไม่ราบรื่น กินข้าวทีต้องผลัดกันกิน กินไปอุ้มลูกไป แต่เมื่อมีครั้งแรก ก็ทำให้เราเริ่มมองภาพออก จินตนาการตัวเองออก ว่ามีลูกไปเที่ยวด้วยจะเป็นอย่างไร”

สุขใจเมื่อได้ เที่ยวรอบลูก

”เราชอบหลายช่วงเวลาที่ได้เที่ยวรอบลูก เที่ยวฉบับกุ๊กกิ๊กแฟมิลีทริป ตั้งแต่วันที่จะไปขึ้นเครื่องเราจะเห็นรูปแบบความตื่นเต้นของชื่นใจต่างกันในแต่ละวัย บางทริปตื่นเต้นมากจนหลับไป ทั้งๆ ที่เตรียมเรื่องอยากทำมากมายบนเครื่องบิน ทริปนี้ (ทริปสแกนดิเนเวีย) ตื่นเต้นกับการจัดข้าวของ คือเตรียมกระเป๋าส่วนตัวด้วยกระติกน้ำแข็ง มีเผื่อคุณพ่อด้วยใบนึงที่ใหญ่กว่า เปิดกระเป๋าชื่นใจมาถึงกับขำก๊าก เพราะทริปนี้เราเช่าบ้านอยู่กัน ชื่นใจจะเห็นแม่พูดอยู่เรื่อยๆ กับคุณพ่อว่าจะเอานั่นเอานี่ไปเผื่อทำกิน ที่ชื่นใจหยิบกระเทียมไปด้วยในกระเป๋ากระติก ก็เพราะแม่บอกให้แม่บ้านช่วยเจียวกระเทียมให้กระปุกนึงจะเอาไปทำอาหาร ส่วนครกนั่นชื่นใจบอกเองจะเอาไปตำส้มตำ 555

ส่วนช่วงเวลาที่ชอบที่สุดที่เคยเที่ยวด้วยกันมา เราชอบตอนอายุปลายสองขวบเป็นต้นมานี่แหละ เพราะเขารู้เรื่องแล้ว ไปมิวเซียมก็จะสนุกที่ได้เล่นได้ลอง ได้หยุดดูคิดพิจารณาด้วยตัวเอง ไม่เข้าใจอะไรก็ถามได้ อยากรู้อะไรก็ให้เราบอก มีกิจกรรมอะไรในมิวเซียมก็ใช้เวลาไปกับมัน แน่นอนว่าการเที่ยวแบบนี้เราต้องลดทอนเวลาของเราลงในการที่ได้ไปตามใจ ในแต่ละวันเรายังบริหารโปรแกรมแบบเดิม คือไปในที่เราชอบ คุณพ่อชอบและชื่นใจจะสนุก แต่ส่วนใหญ่ที่ๆ ชื่นใจไปแล้วจะสนุก เราก็ต้องสนุกด้วย ไม่งั้นจะไม่มีใจอยากนั่งอยู่นานๆ ซึ่งบางที่นั้นนานจริงๆ นานแบบอยู่จนปิด คือพอเข้าไปปั๊ปชื่นใจจะบอกเลยว่าหนูขออยู่จนปิดนะคะ”

ทุกครั้งที่ออกเดินทางเหมือนครั้งแรกเสมอ

“ทุกครั้งที่เราไปเที่ยวเหมือนครั้งแรกเสมอ เพราะการไปเที่ยวแต่ละครั้ง ก็มีเรื่องราวแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน เพราะในแต่ละพัฒนาการของลูก ในแต่ละเดือน แต่ละช่วงวัย มีความแตกต่างกันไป พาไปตอน 3 เดือน ตอนนั้นยังเล็กกินแต่นมอย่างเดียว  6 เดือนเริ่มกินอาหารเสริม ความกังวลก็คนละแบบ พอโตขึ้น เราเคยไปหลายที มีประสบการณ์ก็จริง แต่มันจะมีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาท้าทายเราเสมอ ลูกเริ่มเดิน เริ่มคลาน เริ่มเล่น ไม่ได้กินนมเสร็จแล้วนอน หรือว่าวางตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นได้ เราจะดูแลลุกอย่างไร ให้เรายังกินได้ด้วย ลูกอยู่ได้ด้วย โดยไม่รบกวนคนอื่น หรือพอลูกเริ่มที่จะวิ่งแล้ว ไปเที่ยวในที่ชุมชนทำอย่างไร มีวิธีการที่จะคุย การอธิบายให้เข้าใจ หรือการเขาต้องเริ่มรู้ว่า สังคมมันมีคนอื่นนะ มันมีสถานที่ที่เขากรี๊ดกร๊าดได้ สนุกสนานเกินเลยได้ กับที่ที่ยังไงก็ไม่ได้ มันจึงมีเรื่องใหม่ๆ สำหรับเราและสำหรับเขาด้วย”

เทคนิคเลือกสถานที่ท่องเที่ยวแบบฉบับกุ๊กกิ๊กแฟมิลี

“เลือกจากที่ที่เราชอบและสนใจ ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ว่าเมืองนี้ดีกับเด็กเพียงอย่างเดียว เพราะโดยธรรมชาติชีวิตความเป็นจริงมันต้องมีทุกด้าน ด้านที่ว่าเรามีชีวิตของเรา คุณพ่อก็ต้องมีชีวิตของคุณพ่อ ลูกก็ต้องมีชีวิตของลูก มันต้องมีเมืองหรือที่ที่เราอยู่แล้วมีความสุขทุกคน มีเรื่องที่เราชอบและสนใจ หรือมีอะไรที่แต่ละคนไปทำได้ จะเทไปที่ใครคนใดคนหนึ่งไม่ได้ ฉะนั้น ในแต่ละเมืองที่ไป ส่วนใหญ่จะเริ่มจากเรา มีเราเป็นหลัก เพราะเราเป็นเหมือนหัวหน้าทัวร์ที่พาทุกคนไป ดังนั้นจึงต้องเริ่มจากเราก่อนว่า เราชอบเมืองนี้ อยากไปเมืองนี้ แล้วค่อยๆ หาสิ่งที่เข้ากับความสนใจของแต่ละคน ว่าลูกนิสัยประมาณนี้ ชอบสิ่งนี้ ตอนนี้ลูกสนใจเรื่องนี้ ไปที่นี่สิ สามีชอบเรื่องนี้ ตัวเราชอบแบบนี้ มันก็จะบาลานซ์กัน ทริปสำหรับครอบครัวที่สนุกมันจะเป็นแบบนี้ ที่จะไม่ได้ไปเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง เพราะเราจะต้องมีชีวิตเพื่อตัวเราเอง ชีวิตของเรา เพียงแต่ว่าชีวิตเราจะมีวงกลมอื่นๆ ที่เข้ามาซ้อนทับกันอยู่ จึงต้องส้รางสมดุลให้ตรงนี้ด้วย”

เตรียมลูกก่อนออกทริป

“เมื่อลูกโตพอที่จะพูดรู้เรื่องแล้ว เราจะคุยกับเขาก่อนเดินทางจริง บอกว่าเดี๋ยวเราจะไปที่นั่นนะ ที่นั่นมีอะไร ประมาณนี้ เปิดรูปให้ดูบ้าง เพราะฉะนั้นเขาก็จะเห็นอยู่แล้ว เวลาเตรียมข้อมูล เราดูหนังสือ มีแผนที่ มันจะเป็นภาพที่คุ้นเคยของเขา บางที่มีสัญลักษณ์ที่เด่นๆ เราจะบอกเขาว่ามีสิ่งนี้ เราไปที่นี่กันนะ พอไปเจอของจริง มันก็จะเป็นความสึกของเด็กว่าเคยเห็นมาแล้ว เด็กเขาก็มีความรู้สึกที่ถ้าเคยได้เห็นได้ผ่านตา ไปถึงเมืองนั้นๆ แล้ว แต่ละวันจะไปไหนเราก็ต้องบอกเขา อย่างน้อยเราก็จะดูว่าเขามีฟีดแบ็กยังไง เขาอาจจะไม่อยากไปตรงนี้ ไม่ไปไปคาเฟ่นี้เลย อยากไปวิ่งเล่น เราก็จะพยายามบอกเขาว่าผลัดกันไง เราพาไปมิวเซียมอันนี้ จะได้เล่นสิ่งนี้ วิ่งเล่นตรงนี้ ส่วนช่วงเวลาของแม่ แม่ก็จะไปที่นี่ เราจะมีโอกาสได้ทำสิ่งที่เราชอบทั้งคู่”

รับมือลูกได้ดีแค่ไหนคือสิ่งที่ต้องคำนึง

“อย่างแรกเลยต้องดูว่าลูกพร้อมไหม พร้อมในที่นี้คือ ถ้าป่วย ต้องดูป่วยแค่ไหน ควรไปหรือเปล่า เพราะเวลาป่วยร่างกายอ่อนแอ แล้วการที่ไปอยู่ในชุมชน ก็จะมีเชื้อโรคต่างๆ เยอะ ถ้าลูกไม่พร้อม การที่ออกไปสู่สังคมเป็นภาระคนอื่นหรือเปล่า พ่อแม่รับมือได้แค่ไหน เพราะการที่เด็กเล็กๆ ออกไปสู่โลกข้างนอก ก็ต้องยอมรับกฎและระเบียบของสังคมด้วย แม้ว่าเขาจะเป็นเด็กซึ่งได้รับการอะลุ่มอล่วยบางอย่าง แต่จะต้องไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่น นี่เป็นอีกเรื่องใหญ่ที่คุณจะพาลูกออกไปเที่ยว ต้องคำนึงให้ได้ว่ารับมือกับลูกได้แค่ไหน คุยกับลูกเข้าใจไหม เราจะไม่มีข้ออ้างที่ว่า ก็เขาเป็นเด็ก เพราะครอบครัวเราไม่มีสิทธิ์ที่จะไปรบกวนครอบครัวอื่นๆ เช่น การขึ้นเครื่องบิน การไปร้านอาหาร พวกนี้คือกฎที่เป็นรูปแบบของสังคม ซึ่งเราจะซีเรียสมาก ถ้าเราพร้อม พร้อมในที่นี้คือ พร้อมที่จะออกไปในสังคมจริงๆ ไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เราก็สามารถพาลูกไปได้”

สิ่งดีๆ จากการพาลูกท่องโลก

“เราสามารถบอก เล่า สอน แลกเปลี่ยนเรื่องต่างๆ ได้รอบตัวจริงๆ เรื่องเล็กเรื่องน้อยก็เอามาคุยเล่าให้ฟังได้ แล้วมันเห็นอยู่ตรงหน้าด้วยตา จับต้องได้ อธิบายแล้วเหมือนมีภาพประกอบเป็นของ เป็นเหตุการณ์ เป็นอะไรตรงนั้น มีความทรงจำต่อกันและกันได้มากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของเขา”

เพิ่มความมั่นใจในบทบาทพ่อแม่ ผลพลอยได้จากทริปพาลูกเที่ยว

“มันเป็นความรู้สึกเหมือนเวลาที่ลูกทำอะไรได้อย่างหนึ่งเพิ่มขึ้น ไปสนามเด็กเล่นแล้วลูกกล้าที่จะลื่นสไลเดอร์ลงมา มันจะเพิ่มความมั่นใจในด้านอื่นในชีวิตให้เขา เขาอาจจะกินข้าวได้ดีขึ้น กินข้าวเองได้ เหมือนกับการมีลูก เราไม่รู้หรอกว่าเราจะเป็นพ่อแม่แบบไหน เพราะว่ามันเป็นโลกที่เราไม่เคยเข้าไป เป็นโลกที่ไม่มีตำราเล่มไหนบอกเราได้ว่าเราจะเป็นพ่อแม่อย่างไร  ตำราก็คือข้อมูล คือสิ่งที่ทำให้เราสร้างภาพในหัวได้ว่ามันน่าจะประมาณนี้ แต่เวลาที่เราเจอสถานการณ์จริง มันจะเป็นสิ่งที่บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา เช่นเดียวกับการจบแต่ละทริป เมื่อมันผ่านไปได้ ผ่านไปด้วยดี ผ่านไปด้วยความทรงจำ ก็เหมือนเป็นการเพิ่มแต้มให้ตัวเองว่าเราทำได้ มันไปได้ เมื่อเรารู้สึกว่าทำได้ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเลี้ยงลูก เรื่องงานก็เหมือนกัน เราจะรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น เมื่อเรามั่นใจในตัวเอง ก็จะส่งผลดีไปยังด้านอื่นๆ ด้วย”

แม่ตุ๊กตาฝากถึงแม่มัมฯ

“การพาลูกเที่ยวมันดีในแง่ที่ว่า สามารถเปลี่ยนความจำเจในชีวิต การที่เราอยู่ในชีวิตประจำวันทุกๆ วัน จะเกิดความเคยชินและอาจเกิดความเบื่อหน่าย โดยการพาลูกไปเที่ยวบ้าง พาไปเที่ยวไม่ได้แปลว่าต้องพาลูกไปเมืองนอกนะ ไปที่ไหนก็ได้ แค่ออกจากบ้าน แค่ออกไปกินข้าวนอกบ้าน มันก็จะรู้สึกดีแล้ว เพราะจะมีมวลความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้เรามีความสุข เราไม่อยากให้คิดว่าไปเที่ยวเพื่อใคร บางทีมันดีกับลูก แต่ว่าแม่อยากไปไหม แม่โอเคที่จะนั่งรอลูกเล่น หรือว่าแม่โอเคที่จะห้ามทัพเวลาลูกอยู่ในที่เด็กเยอะๆ แล้วมีการแย่งของ มีปัญหาต่างๆ คุณแม่โอเคหรือเปล่า ฉะนั้น ก่อนที่จะถามว่าไปเพื่อใคร ให้ถามตัวเองก่อนว่า เราอยากไปหรือเปล่า เอาใจตัวเองก่อน เพราะว่าคนเป็นแม่ที่มีความสุขคือคนที่รู้ใจตัวเอง เรามีสิทธิ์ที่จะเลือกทำหรือไม่ทำก็ได้ จริงๆ แล้วลูกไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าเล่นกับพ่อแม่ เพราะฉะนั้น การไปเที่ยวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราได้เปลี่ยนบรรยากาศ ได้ไปถ่ายรูป ได้ไปกินอะไรอร่อยๆ ได้ไปลอง ได้ไปทำสิ่งต่างๆ และทำให้เกิดความสุขทางใจ”


เรื่อง : Piyamart

ภาพ : www.facebook.com/เที่ยวรอบลูก

Share
This Article

Related Article

18 July 2017

Step by Step ดูแลใจลูกงอแงให้กลับมาร่าเริง

ใครมีลูกเล็กวัยเตาะแตะไปจนถึงอนุบาลคงรู้ดีว่า เวลาลูกงอแงนั้นชวนปวดหัวแค่ไหน แม่มัมเรซิ่นมีทริคดับอารมณ์ร้ายๆ มาฝากค่ะ ถ้าฝึกตามนี้ รับรองหายงอแงแน่นอน

19 June 2017

4 วิธี ยุติศึกพี่น้อง เลิกทะเลาะได้อยู่หมัด

พี่น้องทะเลาะกัน จัดเป็นปัญหาระดับคลาสสิคที่ทำเอาทุกบ้านแทบลมใส่ หากอยากยุติตำแหน่งกรรมการ (ห้ามศึกลูกตีกัน) ลองทำตามเคล็ดลับที่มัมเรซิ่นมาบอกกันด่วนๆ

13 June 2017

ปั้นตัวเล็ก ให้เป็นเด็กสาย EARTH

ปัญหาภาวะโลกร้อน และภัยธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้นจากฝีมือมนุษย์ ถ้าอยากให้โลกน่าอยู่ เรามาช่วยกันปลูกจิตสำนึกให้เจ้าตัวเล็ก”รักษ์” โลกกันดีกว่า กับ 3 แนวคิดง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้