20 September 17

7 ซีนฝันร้าย + 7 ทริคเด็ดสยบเตาะแตะสายวีน

วัยนี้เป็นวัยที่เอาใจยากสุดๆ เอะอะไม่ได้อย่างใจก็ร้องไห้งอแงไม่เลิก แถมบางทียังแผลงฤทธิ์ต่อหน้าผู้คนอีก ถ้าเกิดสถานการณ์แบบนี้ขึ้นมา แม่จะทำอย่างไรดี เรามีเหตุการณ์สมมติ ที่เชื่อว่าแม่ๆ ทุกคนต้องเจออย่างน้อยคนละ 3 ข้อแน่นอน แถมวิธีแก้ไขอย่างตรงจุด ตรงใจเจ้าตัวเล็กมาฝากกันค่ะ

1. กรีดร้องกลางห้าง เพราะอยากได้ของเล่น ทำเอาคุณแม่อายแทบแทรกแผ่นดินหนี

เจอไม้นี้เข้าไป หลายคนอาจตัดปัญหาด้วยการซื้อให้จบๆ ไป ของก็ราคาไม่กี่บาทเอง แต่ทำแบบนี้บ่อยๆ เข้า ลูกจะจับจุดได้ว่า “อยากได้อะไรก็ร้องไห้สิ” เดี๋ยวพ่อแม่ก็ซื้อให้ ดังนั้นสิ่งที่พ่อแม่ควรทำอันดับแรกคือ ต้องใจเย็นไว้ก่อน หายใจเข้าออกลึกๆ ประคองสติไว้ ให้ลืมไปเลยว่าเคยตกลงอะไรกันก่อนออกจากบ้าน เพราะถึงแม้ลูกจะรับปากเป็นอย่างดี ว่าจะไม่ร้องเอาอะไร แต่พอเจอของล่อตาล่อใจจริงๆ เข้า ก็อดไม่ได้ เมื่อใจเย็นได้ที่แล้ว ให้พาลูกออกจากพื้นที่ตรงนั้นทันที ถ้าเจ้าตัวเล็กมัวดิ้นพราดๆ อยู่ตรงทางเดิน ก็อุ้มออกมาเลยค่ะ เพราะกฎข้อแรกของการออกนอกบ้าน คือ เราจะไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน

2. งอแงอยากให้คุณแม่เล่นด้วย ขณะที่คุณกำลังวุ่นกับการทำอาหารหรือทำงานบ้าน

ช่วงวัย 2 ขวบเด็กน้อยจะเริ่มติดหนึบคุณแม่มากกว่าเดิม เอะอะอะไรก็เรียกหาแต่แม่ แม่ ดังนั้นเตรียมใจเอาไว้ได้เลยว่า ช่วงที่คุณแวบไปทำงานบ้านหรือทำอาหาร จะต้องมีดราม่าเกิดขึ้นแน่นอน แต่ที่จริงแล้ว เจ้าตัวเล็กแค่ต้องการเวลาจากคุณครั้งละ 1-2 นาที เพื่อให้คุณเห็นว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ เพราะฉะนั้นหยุดมือจากงานต่างๆ ไว้ก่อนแล้วลงไปพูดคุยให้ลูกหายคิดถึง หรือหากิจกรรมที่ดึงความสนใจให้ลูกจดจ่อใช้สมาธิ เพื่อให้คุณเร่งสปีดทำงานบ้านแล้วรีบลงมาเล่นกับลูกค่ะ

3. ถึงเวลานอนไม่ยอมนอน สงครามแม่ลูกกำลังจะก่อตัว!

ส่วนใหญ่เด็กที่ไม่ถูกฝึกให้นอนเป็นเวลาตั้งแต่เล็กๆ มักจะเกิดปัญหานี้ การสร้างตารางกิจวัตรประจำวันให้ลูกสามารถช่วยเรื่องนี้ได้ คุณแม่ควรจัดกิจกรรมเหล่านี้ให้เป็นเวลาเดียวกันทุกวัน นั่นคือ สเต็ปที่ 1 แปรงฟัน สเต็ปที่ 2 เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย และ สเต็ปที่ 3 นอนฟังนิทานบนเตียงนุ่มๆ การทำทุกอย่างอย่างมีขั้นตอนลูกจะรู้ว่า เมื่อทำอันนี้เสร็จแล้ว ต้องทำอันนั้นต่อ เช่นเดียวกัน เมื่อแปรงฟันเสร็จแล้วต้องเข้าห้องน้ำ สุดท้ายคุณแม่หรือคุณพ่อก็จะมานอนเล่านิทานให้ฟัง นิทานจบเมื่อไหร่ก็ถึงเวลาปิดไฟนอน เริ่มต้นจัดระเบียบชีวิตกันตั้งแต่เล็กๆ แบบนี้ ส่งผลดีตอนโตแน่นอน

4. ออกมาข้างนอกกับคุณแม่ทั้งวัน เช้าๆ ก็ยังดีอยู่ แต่บ่ายๆ เริ่มอาละวาดแล้ว

ธุระแม่ก็ยังไม่เสร็จ คุณลูกเริ่มอาละวาดแล้วทำยังไงดี หากเกิดเหตุแบบนี้คุณต้องเช็คอารมณ์ลูกก่อน ว่าที่เขาอารมณ์ไม่ดี นั่นเกิดจากอะไร ง่วง หิว หรือเบื่อ อย่าลืมว่าเด็กเล็กเขามีพลังจำกัด ถ้าเหนื่อยหรือเพลียเพราะการออกมาข้างนอกทั้งวัน ก็ควรให้ลูกได้งีบสักหน่อย หรือถ้าหิวก็ควรมีขนมพกใส่กระเป๋าไว้ หรือถ้าเบื่อก็เตรียมของเล่นชิ้นโปรดให้ลูกไว้ด้วย เวลางอแงเมื่อไหร่ก็งัดเอาออกมาใช้ได้ทันที ลูกแฮปปี้ แม่ทำธุระเสร็จ วิน-วิน ทั้งคู่

5. ตรงดิ่งเข้าไปแย่งของเล่นเพื่อนในคลาสเพลย์กรุ๊ป

ของเล่นก็มีตั้งเยอะแยะทำไมถึงต้องอยากเล่นชิ้นเดียวกับเพื่อนด้วยนะ เฮ้อ แม่ปวดหัว! เจอสถานการณ์นี้คุณแม่ควรใจเย็นๆ แล้วพูดคุยกับลูก ถามเขาว่า “หนูอยากเล่นอันนี้หรอคะ พูดขอเพื่อนดีๆ ได้ไหม” แต่ถ้าลูกยังดึงดันจะแย่งหรืองอแง และเพื่อนก็ยังไม่พร้อมที่จะแบ่งของเล่นให้ คุณแม่ก็ควรเบี่ยงเบนความสนใจให้เขาเล่นอย่างอื่นแทน อย่ารอให้เกิดศึกแล้วถึงจับแยกนะคะ

6. แค่พาไปฉีดยา ทำไมต้องร้องโรงพยาบาลแตก!

ทำไมเด็กๆ ถึงกลัวหมอ? ก็เพราะผู้ใหญ่ชอบขู่ว่า “ถ้าดื้อ หมอจะจับฉีดยา” ดังนั้นพอถึงเวลาฉีดยาจริง เด็กจึงร้องลั่นโรงพยาบาล เพราะความหวาดกลัว หรือเด็กบางคนมีความฝังใจจากการหาหมอในครั้งแรกๆ ดังนั้นหากครั้งต่อไปต้องพาลูกไปโรงพยาบาล คุณพ่อคุณแม่ควรมีการวางแผนล่วงหน้า เช่น หาหนังสือนิทานเกี่ยวกับคุณหมอหรือโรงพยาบาลมาอ่านให้ลูกฟัง เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดี และเมื่อถึงวันจริงก็ควรทำให้ลูกผ่อนคลายมากที่สุด มีการเตรียมของรางวัลไว้หากลูกให้ความร่วมมือ เป็นต้น

7. อยากเล่นมือถือต่อ แต่หมดเวลาแล้ว สุดท้ายก็เหวี่ยงวีนหน้างอ

ต้องมีการตั้งกติกากันให้ชัดเจนว่าแต่ละวันลูกสามารถเล่นมือถือได้กี่นาที (ให้เล่นได้บ้างในเวลาที่กำหนด และไม่ใช่การให้ลูกมีมือถือเป็นตนเองนะคะ) และคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรใช้มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใดๆ เป็นเครื่องมือในการปลอบหรือทำให้ลูกหยุดร้องไห้ ดังนั้นก่อนจะหมดเวลาเล่นควรมีการเดินเข้าไปบอกลูกก่อนว่า เหลือเวลาอีกกี่นาที พอถึงเวลาลูกต้องเลิกทันที หรือมีการต่อเวลาได้ไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น

Share
This Article

Related Article

25 July 2017

นี่คือคำตอบ ว่าอะไรทำให้ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ ทำแม่แม่รู้สึก “ฟิน”

เพราะคะแนนสูงๆ ไม่ใช่สิ่งเดียวที่เป็นตัวตัดสินว่าเด็กคนหนึ่งประสบความสำเร็จแล้วหรือไม่ แต่ยังมีเรื่องของความสุขและความพอใจในฐานะ “เด็ก” อีกด้วย และนี่จึงเป็นดัชนีที่ส่งให้ฟินแลนด์ติดอันดับท็อปในเรื่องของระบบการศึกษาสุด “ฟิน” ที่ใครๆ ก็ฝันอยากให้ลูกๆ ได้เรียนกัน มาดูกันเถอะ อ่านจบแล้วจะคิดโยกย้ายถิ่นฐานก็ไม่ว่ากัน เพราะแม่มัม’ เองก็ยังอยากส่งลูกไปเรียนที่นั่นบ้างเลย

08 December 2017

มาอ่านนิทานกันเถอะ เรื่อง “ห้องน้ำกลางดึก”

#มาอ่านนิทานกันเถอะ สัปดาห์นี้ เด็กๆ กลัวไหมกับการเข้าห้องน้ำเองคนเดียวเป็นครั้งแรก จะต้องทำอย่างไรกันนะ! อ่าน “ห้องน้ำกลางดึก” ดูสิแล้วความกลัวนั้นจะหายไปเอง #Mumraisin #มัมเรซิ่น

11 September 2017

Modern Ragdolls

ตามหา 13 ตุ๊กตาผ้าสุดน่ารัก คลิกสั่งซื้อง่ายได้ทางออนไลน์